รอง ผบตร.เยี่ยมหมวดเบนซ์ หลังถูกเสี่ยบีเอ็มขับรถชน

21.07.19 | 12:36 น.

“บิ๊กต้อย”รอง ผบตร.เยี่ยมหมวดเบนซ์ หลังถูกเสี่ยบีเอ็มขับรถชน ก่อนลงพื้นที่จำลองเหตุการณ์ คู่กรณีส่งข้อความเเนบกระเช้าขอโทษ พร้อมคุยเรื่องเงินรักษา


กรณีที่มีการแชร์เหตุการณ์ รถเก๋ง BMW รุ่น 525 i สีขาว ทะเบียน 1 กน-2811 กทม. ขับออกมาจากช่องจ่ายเงิน บริเวณด่านเก็บเงินธัญบุรี ทางหลวงพิเศษหมายเลข 9 อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี โดยมี ร.ต.ท.จิตต์เกษม จันทร์รัก หรือ หมวดเบนซ์ ผู้บังคับหมวด สบ.1 กองร้อยที่2 กองกำกับการอารักขา1 กองบังคับการอารักขาควบคุมฝูงชนเกาะอยู่ที่ฝากระโปรงรถบีเอ็ม ก่อนถูกสะบัดกระเด็นไปกองกับพื้นได้รับบาดเจ็บหนัก ซึ่งต่อมาทราบว่าเจ้าของ BMWคือ  นายเอกราช ชูใหม่ และร.ต.ท.จิตต์เกษมเป็นเจ้าของรถยนต์ฟอร์ดสีขาว ทะเบียน ขค 5518 นครราชสีมา โดยก่อนเกิดเหตุ ทั้งคู่ต่างได้ขับรถตีประกบกันมา กระทั่งต่างฝ่ายต่างแจ้งความดำเนินคดีซึ่งกัน ตามที่ปรากฏเป็นข่าว

เมื่อเวลา 11.45น. วันที่ 21 กรกฎาคม ที่อาคารมหาภูมิพลราชานุสรณ์ รพ.ตำรวจพล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. พร้อมคณะ เดินทางเข้าเยี่ยมให้กำลังใจและมอบกระเช้ารังนกต่อหมวดเบนซ์ พร้อมสอบถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก่อนเดินทางไปทำแผนจำลองเหตุการณ์ยังจุดเกิดเหตุด่านธัญญะ

พล.ต.อ.วิระชัย กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ต่างฝ่ายต่างให้ข้อมูลว่าตนเองเป็นฝ่ายถูก โดยตนได้สอบถามเรื่องราวกับหมวดเบนซ์แล้ว ต่อจากนี้ตนจะลงพื้นที่จุดเกิดเหตุ ก่อนไปเร่งรัดสำนวนการสอบสวนในทุกมิติ ทั้งด้านนิติวิทยาศาสตร์และหลักฐานกล้องวงจรปิด ส่วนเรื่องคดีความ นายเอกราช ถูกแจ้งดำเนินคดี 4 ข้อหา คือ “พยายามฆ่า”,”ขับรถประมาททำให้เกิดอันตรายแก่กายและทรัพย์ผู้อื่น”,”ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยผู้อื่น”,”หลบหนี ไม่ให้ความช่วยเหลือ” โดยผู้ต้องหาเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.ลำลูกกา และให้การปฏิเสธ ก็จะตรวจสอบรายละเอียดอื่นเพิ่มเติมว่าเข้าข่ายความผิดใดอีกหรือไม่ ยืนยันจะทำให้ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย คงใช้เวลาอีกไม่นาน

Advertisement

พล.ต.อ.วิระชัย กล่าวต่อ ส่วนอาการหมวดเบนซ์ สอบถามแพทย์ทราบว่าเข้าข่ายอาการบาดเจ็บสาหัสจากการถูกรถชน จนกระดูกไหล่ซ้ายแตกละเอียด และขาหัก โดยวานนี้ได้ผ่าตัดใส่เหล็กดามไว้แล้ว นอกจากนี้ยังมีแผลถลอกบริเวณใบหน้า และบาดแผลตามร่างกายซีกซ้ายที่เกิดจากการถูพื้นถนน แต่ไม่มีภาวะแทรกซ้อนแต่อย่างใด

ร.ต.ท.จิตต์เกษม กล่าวยืนยันว่า ในขณะเกิดเหตุไม่ได้ขับรถเฉี่ยวชนกัน จากนั้นเมื่อถึงที่ด่านเก็บเงิน ตนลงจากรถไปโดยไม่ได้นำอาวุธลงไปทั้งสิ้น มือข้างหนึ่งเป็นมือเปล่า อีกข้างถือโทรศัพท์มือถือ และเนื่องจากสังกัดที่ตนประจำ เป็นหน่วยอารักขาจึงไม่สามารถพกพาอาวุธได้

โดยผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเอกราช คู่กรณีได้ส่งตัวแทนนำกระเช้าดอกไม้พร้อมเขียนข้อความขอโทษ และเสียใจต่อเหตุที่เกิดขึ้น พร้อมยินดีพูดคุยเรื่องค่าใช้จ่ายการรักษาพยาบาล