ร้องตร.ห้วยขวางตรวจสอบสปาย่านเหม่งจ๋ายต่อเติมอาคาร-ไร้ใบอนุญาตทำธุรกิจ

22.07.19 | 15:26 น.

กรณีเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคมที่ผ่านมา นายอนันต์ชัย ไชยเดช พา นายนรุตน์ วรอาคม เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม ให้ดำเนินคดีกับผู้มีอิทธิพลเจ้าของเท็นซาวน์น่า ย่านเหม่งจ๋าย ในข้อหาค้าประเวณี ฟอกเงิน และต่อเติมอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต


เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 22 กรกฎาคม ที่ สน.ห้วยขวาง นายอนันต์ชัย ไชยเดช พร้อม นายนรุตน์ วรอาคม เจ้าของที่ดินย่านเหม็งจ๋าย เข้าพบ พ.ต.อ.ภูริส จินตรานันท์ ผกก.สน.ห้วยขวาง เพื่อติดตามความคืบหน้าของคดี พร้อมร้องทุกข์กรณีเจ้าของซาน์น่าดังกล่าวใช้สถานที่เปิดร้านอาหาร และร้านขายทุเรียนติดแอร์ โดยไม่ขออนุญาตต่อสำนักงานเขตห้วยขวาง และไม่ได้แจ้งต่อเจ้าของที่ดิน

นายอนันต์ชัย กล่าวว่า ภายหลังผู้เช่ารายนี้ ได้นำสถานที่ดังกล่าวไปประกอบธุรกิจนวดสปาผิดกฎหมาย และต่อเติมอาคารอย่างชัดเจน เข้าข่ายการต่อเติมไม่ได้รับอนุญาต และใบประกอบกิจการทำสปาหมดอายุ จึงแจ้งไปยังเขตให้ระงับการใช้อาคารในเวลา 15 วัน หากเกินกว่านั้นจะร้อง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามกฎหมาย เพราะทางเขตได้ลงพื้นที่ตรวจแล้วพบความผิดปกติจริง โดยผู้เช่า ได้นำอาคารสำนักงานมาทำร้านทุเรียนและธุรกิจซาวน์น่า ซึ่งใบประกอบกิจการได้หมดสัญญาไปแล้วเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา อีกทั้งยังต้องตรวจสอบด้วยว่า หมอนวดมีใบประกอบอาชีพถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ หากเป็นคนทั่วไปก็นวดไม่ได้ นอกจากนี้ กรณีที่ผู้ใช้บริการสถานบริการดังกล่าวอ้างว่าไม่มีการค้าประเวณีนั้น ตนมีหลักฐานการโอนเงินและภาพวงจรปิดยืนยันทั้งหมด ทางตำรวจได้เรียกหมอนวดมาสอบสวนแล้ว ซึ่งขณะนี้เจ้าตัวได้กลับต่างจังหวัดไปแล้ว

ด้านนายนรุตฒ์ กล่าวว่า ทั้งนี้ คู่กรณีได้ส่งกระเช้าดอกไม้พร้อมนามบัตรมายังบิดาและตน เชิญชวนให้ไปร่วมงานเปิดร้านใหม่ แม้จะไม่ได้มีพฤติกรรมข่มขู่คุกคามเพิ่มเติม แต่สร้างความกังวลจนทำให้ตนอยู่ในกรุงเทพฯ ไม่ได้ ต้องไปพักในต่างจังหวัด

Advertisement

ด้าน พ.ต.อ.ภูริส กล่าวว่า ทางสน.ห้วยขวาง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานบริการดังกล่าว พบว่าถูกปิดลงแล้ว และต่อจากนี้จะส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจลงพื้นที่ตรวจสอบทุกวัน พร้อมทำรายงานสรุปข้อเท็จจริงเสนอกองบัญชาการตำรวจนครบาล หากพบว่าเปิดให้บริการ ก็จะจับกุมดำเนินการตามกฎหมายทันที เนื่องจากใบอนุญาตประกอบกิจการสปาดังกล่าว หมดอายุตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา

ส่วนกรณีต่อเติมอาคารนั้น ได้ประสานสำนักงานเขตห้วยขวางเข้าตรวจสอบตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา คาดว่าในสัปดาห์นี้ทางเขต จะเข้ามาแจ้งความร้องทุกข์ ฐานต่อเติมที่ไม่ได้ขออนุญาต ส่วนคดีความทางแพ่ง ทั้งเรื่องที่จอดรถและค่าเช่าที่ ผู้เสียหายต้องไปดำเนินการด้วยตนเอง ขณะที่คดีความทางอาญาตำรวจจะเฝ้าระวังไม่ให้มีการกระทำผิดซ้ำ แต่หากพบก็จะดำเนินการตามกฎหมายทันที ทั้งนี้ จากเหตุที่เกิดขึ้นทำให้ผู้ร้องทุกข์กังวลเรื่องความปลอดภัย ซึ่งสามารถประสานขอความคุ้มครองกับเจ้าหน้าที่ตำรวจได้