เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.น. เรียก พล.ต.ต.มงคล วรุณโณ ผบก.น.5 พ.ต.อ.นคร ทองพานิช ผกก.สน.บางนา พ.ต.อ.ปนาถพล ปุณศรี ผกก.สส.บก.น.5 ชุดสืบสวน สน.บางนา และ บก.น.5 ร่วมประชุมความคืบหน้าเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิง นายชนาธิป เปี่ยมอยู่ อายุ 17 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 1 วิทยาลัยเทคโนโลยีช่างแห่งหนึ่ง ถูกกลุ่มนักเรียนช่างคู่อริขับ จยย.ไล่ตาม และยิงจนเสียชีวิต บนถนนศรีนครินทร์ หน้าโรงแรมเมเปิล แขวงและเขตบางนา กรุงเทพฯ โดยตำรวจพบระเบิดปิงปอง 2 ลูก ปลอกกระสุนปืนลูกซอง 1 ปลอก และปลอกกระสุนไม่ทราบขนาด 1 ปลอก ตกอยู่ในจุดเกิดเหตุ เมื่อวันที่ 22 ก.ค.ที่ผ่านมา ภายหลังใช้เวลาประชุมประมาณ 1 ชั่วโมง
พล.ต.ท.สุทธิพงษ์กล่าวว่า ขณะนี้สอบปากคำพยานไปได้หลายปากพอสมควร มั่นใจจะติดตามจับกุมได้แน่นอน ขอเวลาประมาณ 2 วัน เพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน เบื้องต้นคาดว่าจะออกหมายจับผู้ก่อเหตุไม่ต่ำกว่า 2 ราย ทางตำรวจทราบตัวผู้ก่อเหตุแล้ว มูลเหตุยังไม่ขอเปิดเผย แต่ทราบว่าเจตนามาทำร้ายแน่นอน จะยิงผิดตัวหรือไม่อยู่ระหว่างตรวจสอบ ส่วนทั้งสองกลุ่มรู้จักกันมาก่อนหรือเป็นเรื่องระหว่างสถาบันขอให้เป็นแนวทางการสืบสวนไว้ก่อน
ข้อมูลของผู้ก่อเหตุว่ามีถึง 30 คนหรือไม่ อยู่ระหว่างการพิสูจน์ทราบ เพราะผู้ก่อเหตุใส่หมวกกันน็อก แต่มีบางคนที่ดำเนินการแล้วพิสูจน์ทราบตัวบุคคลได้ ซึ่งผู้ที่ถูกออกหมายจับมีส่วนในการใช้อาวุธปืน เท่าที่ทราบมีผู้ใช้อาวุธปืนมากกว่า 1 ราย และอาจจะมีมากกว่านั้นอยู่ระหว่างดำเนินการ ขอเวลาให้ชุดคลี่คลายทำงานสักระยะหนึ่ง ส่วนมีความเชื่อมโยงกับเหตุทะเลาะวิวาทก่อนหน้านี้พื้นที่ สน.พระโขนงนั้น ยังไม่ค่อยแน่ชัด แต่มีแนวทางที่เชื่อมกันว่าอาจจะเป็นกลุ่มเดียวกัน อาจจะไม่ใช่การล้างแค้นแต่เกิดจากความคึกคะนองก็เป็นได้ แต่ที่แน่ชัดทั้ง 2 จุดเป็นเด็กนักเรียนแน่นอน ยังตอบไม่ได้ว่ากลุ่มล่าสุดเคยก่อเหตุมาก่อนและเป็นกลุ่มสถาบันเดียวกันหรือไม่ ขอเวลา 2 วัน ในการทำงานถึงจะให้คำตอบได้
พล.ต.ท.สุทธิพงษ์กล่าวถึงมาตรการป้องกันว่า โดยปกติแล้วทาง บก.น.1-9 มีการเข้าไปพูดคุยหรือหารือกับทางสถานศึกษา ต้องเรียนให้ทราบหากพูดไปก็คิดว่าตำรวจแก้ตัว ขอยืนยันว่ามิได้แก้ตัวใดๆ ทั้งสิ้น เพียงแต่ว่ากำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเราจะปรากฏกายอยู่บนท้องถนนเพื่อเฝ้าระวังป้องกันเหตุ ซึ่งเขาเจตนาหรือไม่ได้เจตนาเจอใครก็ตีเจอใครก็ยิง คือในสภาพอย่างนี้มันก็ยากลำบาก แต่พอเกิดเหตุแล้วก็ต้องติดตามแล้วมาเร่งรัดทีมงานเพื่อติดตามจับกุมให้ได้ อยากจะฝากแต่ละสถาบัน อย่างเช่น เรื่องของกล้องวงจรปิด บางสถาบันเท่าที่ทราบมาก็ไม่มีแม้กระทั่งบริเวณทางเข้าออก ก็ขอความกรุณาเครื่องมือในการที่จะช่วยกันเฝ้าระวัง อย่าได้บอกว่าเฝ้าติดตามเลยดีกว่า ใช้คำว่าเฝ้าระวังกลุ่มนักเรียนที่จะสาดยิงกันบนท้องถนนหรือทางเข้าออก สถาบันจะอยู่ในกรุงเทพฯหรือไม่ก็ตาม ขอพูดในภาพรวมเพราะที่ก่อเหตุกันอาจจะไม่ใช่สถาบันในกรุงเทพฯ อาจจะเป็นปริมณฑลซึ่งมาเจอกันโดยบังเอิญ
ขอความกรุณาทางสถาบันช่วยตรวจสอบ ใครที่มีพฤติกรรมหรือมีแนวโน้มสุ่มเสี่ยง เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปก็ขอความกรุณาให้ข้อมูลในรายละเอียดหรือทำข้อมูลเก็บไว้ เพราะวันหนึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจคงเข้าไปขอข้อมูลแน่นอน เพื่อใช้ช่วยเหลือในการติดตามไม่ใช่ว่าเกิดเหตุแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจจะไม่ติดตามจับกุม หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจของตนจะไม่ปฏิบัติหน้าที่ ขอยืนยันว่าปฏิบัติหน้าที่ทุกครั้งแล้วก็ไม่อยากให้มีเหตุการณ์เกิดขึ้น โดยเฉพาะในเขตกรุงเทพฯ
“จะทะเลาะกันตีกันก็ไม่เป็นไร สองสถาบันจะตีกันหรืออะไรอย่างไร ก็นัดกันไปยิงกันซะเลยดีกว่าถ้ามันเป็นอย่างนั้น ตนเกรงว่าจะพลาดไปถูกคนอื่นที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ ถึงบอกว่าให้แต่ละสถาบันช่วยตรงนี้ด้วย ตำรวจจะได้ทำงานกันมากขึ้น ติดตามกันง่ายขึ้น เพื่อป้องปรามทุกสิ่งทุกอย่าง” ผบช.น.กล่าว
พล.ต.ท.สุทธิพงษ์กล่าวด้วยว่า ขณะนี้คงไม่ถึงขั้นต้องเข้าไปตรวจค้นอาวุธภายในสถาบัน ตนมอบนโยบายให้ ผบก.น.1-9 ไปแล้ว ว่าพยายามเข้าไปพูดคุยหารือกับทางสถาบันให้มากที่สุด เพียงแต่ว่าถ้าเรารู้ตัวบุคคลก็จะคัดแยกออกมาจากกลุ่มนักเรียนที่ตั้งใจเรียน แล้วให้เจ้าหน้าที่ตำรวจรับรู้รับทราบเพื่อเป็นข้อมูลไว้บ้าง เชื่อว่าก็จะเป็นประโยชน์กับทีมงานของตำรวจเรา ขอบอกว่าไม่ใช่เป็นการปัดความรับผิดชอบ เพียงแค่ให้เราทำงานได้ง่ายขึ้นสะดวกขึ้น อย่าให้ถึงขนาดต้องให้เข้าปิดล้อมตรวจค้นสถาบันกันเลย

