อึ้ง! ค่าอาหารผู้สูงอายุสถานสงเคราะห์ 57บ./วัน รมว.พม.เล็งเพิ่มค่าอาหาร บางแห่ง ข้าวสารยังไม่พอ

23.07.19 | 16:28 น.

อึ้ง! ค่าอาหารผู้สูงอายุสถานสงเคราะห์ 57บ./วัน รมว.พม.เล็งเพิ่มค่าอาหาร บางแห่ง ข้าวสารยังไม่พอ

เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เข้าตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจผู้สูงอายุ คนไข้ติดเตียง ใน กิจกรรมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล และเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2562 ณ ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุบ้านบางแค เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ โดยมี พล.ต.ท.วิฑูรย์ นิติวรางกูร นายแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ จัดทีมแพทย์ พยาบาล และสหวิชาชีพให้บริการดูแลสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุในศูนย์ฯ จำนวน 241 คน

นายจุติ กล่าวภายหลังการตรวจเยี่ยมว่า ขณะนี้ได้เริ่มดำเนินการรับฟังผู้ที่ทำวิจัย และสอบถามความลำบากของผู้สูงอายุ ซึ่งเรื่องผู้สูงอายุจะไม่ใช่นโยบายของรัฐบาลหรือรัฐมนตรี แต่จะเป็นนโยบายของคนไทยทั้งประเทศ โดยจะทำเวิร์กชอปเปิดให้ทุกคนแสดงความคิดเห็นและนำมาประกอบในการทำแผนแม่บทและแผนปฏิบัติการเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ และจะดำเนินการอย่างจริงจังแน่นอน โดยจะเร่งให้เสร็จภายใน 1 เดือน เพื่อจะนำเสนอขออนุมัติจากคณะรัฐมนตรี

รมว.พม.ฝากให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาเรื่องการเพิ่มค่าอาหารผู้สูงอายุที่อยู่ตามสถานสงเคราะห์ เพราะไม่ได้ปรับมานานแล้ว และอาจจะขอให้ผู้ดูแลบ้านได้จัดอาหารใส่ปิ่นโตแล้วส่งให้ตน ผอ.สำนักงบประมาณแผ่นดิน รัฐมนตรีกระทรวงการคลัง และนายกรัฐมนตรี เพื่อได้ทดลองชิมดูว่าดีพอไหม ถ้าดีไม่พอก็ต้องสนับสนุน

“ตอนนี้ค่าอาหารผู้สูงอายุใช้มาตราฐานเดียวกับของกรมราชทัณฑ์ คือต้องที่ไหนกลุ่มใหญ่จะเฉลี่ยพอดูแล แต่ถ้ากลุ่มเล็ก เช่น บ้านเล็ก มี 100 กว่าคน เฉลี่ยแล้วได้คนละ 59 บาทต่อวัน จึงเฉลี่ยแล้วไม่พอดูแล เราจึงต้องคิดถึงบ้านที่ขาดแลคนด้วย เพราะมีจำนวนเยอะมาก ส่วนเรื่องเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุที่จะมีการปรับขึ้นนั้น เป็นเรื่องใหญ่ต้องปรึกษาสภาผู้แทนราษฎร ในส่วนตัวขอเน้นว่าสิ่งใดที่ต้องทำเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ จะเร่งทำทันที” นายจุติ กล่าว

Advertisement

นายจุติ กล่าวถึงประเด็นที่มีนักวิชาการออกมาให้คะแนนการทำงานด้านผู้สูงอายุของกระทรวงพม. ว่าอยู่ในระดับเกรดซี ว่า ตนจะน้อมรับไว้และจะเชิญนักวิชาการท่านนั้นมาร่วมทำงานด้วยกัน เพราะท่านเป็นผู้รู้แล้วเราเป็นผู้ทำ จะได้ประสบความสำเร็จเร็วยิ่งขึ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเดินทางไปพบผู้สูงอายุที่บ้านบางแคครั้งนี้ นายจุติได้พบญาติผู้ใหญ่ อย่างไม่คาดฝัน คุณยาย อุปถัมภ์ ไกรฤกษ์ อายุ 94 ปี อดีตเป็นข้าราชการ มหาวิทยาลัยราชมงคลวิทยาเขตเพาะช่าง ไม่มีญาติดูแล จึงมาอยู่บ้านบางแค นานกว่า 10 ปี โดยยังมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงดี ทั้งนี้ นามสกุลไกรฤกษ์เป็นนามสกุลพระราชทานสมัยรัชกาลที่ 6 คุณยายอุปถัมภ์ เป็นรุ่นที่ 5 นายจุติ เป็นรุ่นที่ 7 และปัจจุบันมีรุ่นที่ 10 สืบทอดแล้ว โดยคุณยายอุปถัมภ์ได้เข้าสวมกอด นายจุติ แล้วอวยพรให้มีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ รวมทั้งขอให้ลดน้ำหนักลงด้วย จะได้ผอมเหมือนกัน นายจุติ กล่าวว่า จะชวนพี่สาวและน้องสาวมากราบคุณยายในโอกาสต่อไป

นายจุติ พบคุณยาย อุปถัมภ์

ชมคลิป

น.ส.อาภา รัตนพิทักษ์ ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุบ้านบางแค กล่าวว่า บ้านบางแคเป็นศูนย์ฯ ขนาดกลาง ดูแลผู้สูงอายุ 243 คน ซึ่งเวลาของบประมาณเพื่อสนับสนุนค่าอาหารแต่ละปี จะคำนวณจากจำนวนผู้สูงอายุต่อคนคูณกับจำนวนวันในแต่ละปี ซึ่งหากเฉลี่ยต่อหัวอยู่ที่ 57 บาทต่อวัน ทั้ง 3 มื้ออาหาร

“อันนี้ คือ อัตราที่ใช้มานานแล้ว แต่ในระบบเศรษฐกิจปัจจุบันก็มีการแปรเปลี่ยนไป ราคาวัตถุดิบบางอย่างก็สูงขึ้น แต่ที่บ้านบางแคยังโชคดีตรงที่มีผู้เข้ามาบริจาคข้าวสาร และสิ่งของบ้าง จึงช่วยตรงนี้ไปได้เยอะ ในขณะเดียวกันบางครั้งเราก็ต้องกระจายข้าวสารที่เราได้รับบริจาคมาไปช่วยยังศูนย์ฯอื่นๆ ด้วย ขณะเดียวกันในศูนย์ฯ ที่มีจำนวนผู้สูงอายุไม่มาก และไม่ค่อยมีคนเข้าไปบริจาค ตรงนี้น่าเป็นห่วง” ผอ.ศูนย์กล่าว

ส่วนประเด็นที่ว่า สถานการณ์โดยรวมเรื่องค่าอาหารเพียงพอต่อความต้องการไหม น.ส.อาภา เผยว่า ในเรื่องอาหารเราไม่ปล่อยให้ขาดแคลนอยู่แล้ว ผู้สูงอายุทุกท่านจะต้องได้รับประทานอาหารที่ครบถ้วนและเหมาะสมกับสภาพร่างกาย แต่ถ้าได้รับการปรับอัตราค่าอาหารเพิ่มขึ้นก็จะช่วยให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพที่ดีขึ้นอีกแน่นอน ส่วนสิ่งที่อยากจะได้เพิ่มเติมคืออาหารเพื่อเสริมสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ เช่น นม เกลือแร่ วิตามิน ตลอดจนของใช้สำหรับผู้สูงอายุ เป็นต้น

น.ส.อาภา รัตนพิทักษ์