เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงกรณี นายเดชา ศิริภัทร หรือ อาจารย์เดชา ประธานมูลนิธิข้าวขวัญ จ.สุพรรณบุรี จะโอนผู้ป่วยที่อยู่ในความดูแลมาให้โรงพยาบาลสังกัด สธ.ดูแลแทนระหว่างรอการรับรองเป็นหมอพื้นบ้าน ว่า นายเดชาพูดถึงว่าถ้าดำเนินการล่าช้า ก็จะส่งผู้ป่วยมาให้เราดูแล ซึ่งถ้าส่งมา สธ.ก็พร้อมดูแล ส่วนเรื่องการแก้ระเบียบ สธ.ว่าด้วยการรับรองหมอพื้นบ้าน ฉบับวันที่ 10 มิถุนายน 2562 ก็อยู่ระหว่างดำเนินการ เพื่อให้หมอพื้นบ้านตามระเบียบเดิมกว่า 3,000 คน รวมทั้งนายเดชา มีคุณสมบัติเป็นหมอพื้นบ้านได้เหมือนเดิม ทั้งนี้ ย้ำว่าที่ปรับแก้เราพิจารณาตามเหตุผล เพื่อประโยชน์ของผู้ป่วยกว่า 4 หมื่นคน และหมอพื้นบ้านอีกกว่า 3 พันคน ไม่ใช่เป็นการทำเพื่อนายเดชาคนเดียว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มูลนิธิข้าวขวัญ ได้โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก “มูลนิธิข้าวขวัญ” ถึงการแจกจ่ายน้ำมันกัญชาสูตรนายเดชา ศิริภัทร ประธานมูลนิธิข้าวขวัญ ว่า อ.เดชา จำเป็นต้องหยุดผลิต แจกจ่ายน้ำมันกัญชา แต่ไม่ได้ทอดทิ้งผู้ป่วย ท่านได้ขอให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการ สธ.รับคนไข้ทั้งหมดไปดูแล และรับยาต่อจาก รพ.ของรัฐที่มีความพร้อมเรื่องน้ำมันกัญชา ให้ดูแลผู้ป่วยในระหว่างดำเนินการให้ถูกต้องตามกฏหมายในการรับรองหมอพื้นบ้าน และขอให้ รพ.รัฐทุกแห่งที่รับผู้ป่วยไปดูแล ต้องไม่มีการเก็บค่าใช้จ่ายกับผู้ป่วย ต้องแจกฟรีเหมือนกับที่ อ.เดชาเคยแจก ซึ่ง รมว.สธ.ก็รับปากและได้ดำเนินการต่อแล้ว ขอให้ผู้ป่วยที่รอยาคอยติดตามข่าวว่า จะมีโรงพยาบาลไหนบ้าง
ด้านนายพิพัฒน์ มงคลเกิด ผู้แทนมูลนิธิข้าวขวัญ จุ.สุพรรณบุรี กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมรายชื่อผู้ป่วยที่มาขอรับน้ำมันกัญชากับมูลนิธิฯ ซึ่งรวบรวมได้แล้ว 20,000 รายชื่อ จากผู้ป่วยที่มีกว่า 40,000 คน เพื่อส่งข้อมูลให้แก่ สธ. ในการไปพิจารณาว่า ผู้ป่วยที่มีภูมิลำเนาอยู่ทั่วประเทศนี้ อยู่ใกล้โรงพยาบาลสังกัด สธ.แห่งใดที่มีความพร้อมในการแจกจ่ายน้ำมันกัญชาสูตรที่ใกล้เคียงกับ อ.เดชา ซึ่งจะเป็นโรงพยาบาลอะไรบ้างนั้นคงต้องรอทาง สธ.ประชุมหารือจัดสรรอีกครั้ง ส่วนการรวบรวมรายชื่อทั้งหมดนั้นคาดว่ายังต้องใช้เวลาอีกสักระยะ เพราะเราไม่ได้มีเจ้าหน้าที่ มีแต่อาสาสมัครที่มาร่วมกันทำงาน
“ช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ที่ต้องโอนผู้ป่วยไปให้ รพ.รัฐดูแลก่อนนั้น ไม่ค่อยเป็นห่วงเรื่องของน้ำมันกัญชา เพราะ สธ.สามารถขอวัตถุดิบสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ในการนำมาผลิตได้ง่าย และก็มีหลายหน่วยงานในสังกัดที่มีโรงงานผลิตที่ได้มาตรฐานจีเอ็มพี ทั้ง รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร จ.ปราจีนบุรี ที่เปิดคลินิกกัญชาแล้ว และมีการผลิตน้ำมันกัญชา ซึ่งสูตรก็ใกล้เคียงกับของ อ.เดชา ก็สามารถผลิตและแจกจ่ายไปยังโรงพยาบาลต่างๆ ได้ เพื่อให้ผู้ป่วยที่กระจายอยู่ตามพื้นที่ต่างๆ ไปรับ หรือองค์การเภสัชกรรม (อภ.) ก็อยู่ระหว่างการผลิต แต่สิ่งสำคัญ คือ ผู้ป่วยจะต้องได้รับน้ำมันกัญชาโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายตามเดิม” นายพิพัฒน์ กล่าวและว่า ส่วน อ.เดชา ขณะนี้ก็คงได้แต่รอตามกระบวนการในการปรับแก้ระเบียบ สธ.ว่าด้วยการรับรองหมอพื้นบ้าน ฉบับวันที่ 10 มิถุนายน 2562 ซึ่งไม่ใช่แค่ อ.เดชาคนเดียว แต่ยังมีหมอพื้นบ้านอีก 3,000 คน ซึ่งหากแก้ไขเรียบร้อย และเป็นหมอพื้นบ้านตามระเบียบ พ.ร.บ.วิชาชีพการแพทย์แผนไทย พ.ศ.2556 ก็ต้องรอยื่นพิจารณาสูตรตำรับกับทางคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษอีกครั้ง และหาก นายเดชาสามารถจ่ายน้ำมันกัญชาเองได้แล้วนั้น ผู้ป่วยที่สมัครใจจะกลับมารับการดูแลก็ยินดี
ขณะที่ นพ.นำพล แดนพิพัฒน์ ผู้อำนวยการ รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวว่า สำหรับการเปิดคลินิกกัญชาภาพรวมถือว่าค่อนข้างดี แต่เรายังมีผู้ป่วยน้อยประมาณ 12 ราย ส่วนใหญ่ก็อาการดีขึ้น ส่วนการดูแลผู้ป่วยของนายเดชานั้น หากรัฐมนตรีว่าการ สธ. มีนโยบายลงมา รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร ก็ไม่ขัดข้อง พร้อมที่จะดูแล แต่เรื่องนี้ยังอยู่ระหว่างการหารือกันในรายละเอียด คาดว่าวันที่ 24 กรกฎาคมนี้ จะได้ข้อสรุป
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 24 กรกฎาคมนี้ ตั้งแต่เวลา 09.00 น. ที่สำนักปลัด สธ. รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร จะมีการหารือร่วมกับผู้บริหาร สธ. ในประเด็นการเปิดให้บริการคลินิกกัญชาเพื่อการแพทย์ ซึ่งอาจมีการหารือเกี่ยวกับโรงพยาบาลที่จะรองรับผู้ป่วยของนายเดชา ศิริภัทร ระหว่างที่รอพิจารณาเป็นหมอพื้นบ้านด้ว

