กรณีนายชนาธิป หรือมอส เปี่ยมอยู่ อายุ 17 ปี นักศึกษา ปวช.ปี 1 สาขาช่างยนต์ วิทยาลัยเทคโนโลยีช่างแห่งหนึ่ง ถูกกลุ่มนักเรียนอาชีวะไล่ยิงเสียชีวิต ขณะขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ-ไอ สีดำแดง ทะเบียน 9 กต 8496 กทม. ใกล้โรงแรมเมเปิล ถนนศรีนครินทร์ แขวงและเขตบางนา กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม
เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม ที่ สน.บางนา พล.ต.ต.มงคล วรุณโณ ผบก.น.5 กล่าวถึงกรณีนี้ว่า ตำรวจฝ่ายสืบสวน บก.น.5 และ สน.บางนา ได้ลงพื้นที่สืบสวนหาตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุมาโดยตลอด ทราบว่ามีผู้ร่วมก่อเหตุทั้งหมด 22 คน เป็นผู้ใหญ่ 9 คน และเยาวชน 13 คน ซึ่งได้ขออนุมัติหมายจับผู้ก่อเหตุไปแล้ว 8 คน จับได้แล้ว 7 คน หลบหนีการจับกุม 1 คน พร้อมตรวจยึดรถจักรยานยนต์ได้ 8 คัน มีด 2 เล่ม จึงรวบรวมไว้ไว้เป็นหลักฐาน พร้อมทั้งสอบปากคำโดยละเอียด ซึ่งทุกคนให้การเป็นประโยชน์ และรับสารภาพว่าเป็นกลุ่มที่ร่วมก่อเหตุในวันดังกล่าวจริง
พล.ต.ต.มงคล กล่าวต่อ สำหรับคนร้ายที่ยังหลบหนีคือนายพีรวิชญ์ มูลติด อายุ 18 ปี นักเรียนชั้นปีที่3 โรงเรียนชำนิเทคโนโลยี สมุทรปราการ เป็นมือปืน ซึ่งยังหลบหนีอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ และเตรียมขออนุมัติหมายจับเพิ่มเติมอีก 1 ราย คาดว่าที่เหลือจะสามารถจับกุมได้เร็วๆ นี้จนครบทุกคน ส่วนมูลการก่อเหตุเกิดจากเรื่องของสถาบัน แต่จะเป็นการทำร้ายผิดตัวหรือไม่ ต้องรอให้จับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมดจึงจะทราบข้อเท็จจริง ทั้งนี้จากการสอบสวนมีผู้ต้องหาบางรายให้การรับว่า ทำระเบิดปิงปองขึ้นมาเอง และใช้ก่อเหตุจริงในวันดังกล่าวอีกด้วย
พล.ต.ต.มงคล กล่าวอีกว่า สำหรับผู้ก่อเหตุที่ใช้อาวุธปืนนั้น อยากให้ญาติพาเข้ามอบตัวกับตำรวจโดยเร็ว ทั้งนี้ก็ได้แนะนำสถาบันการศึกษาให้อบรมเรื่องของกฎหมาย โทษการกระทำผิดของการพกพาอาวุธหรือทำร้ายร่างกายจะมีโทษอย่างไร หากมีกลุ่มเสี่ยงต้องคัดแยกออกมาทำประวัติ
รวบผู้ต้องสงสัยเป็นมือยิงเด็กเทคนิคย่านบางนา ตำรวจพาค้นที่พักหาปืนที่ใช้ก่อเหตุ
ช่วงบ่ายวันเดียวกันที่ สน.บางนา ตำรวจชุดสืบสวน สน.บางนา ได้ควบคุมตัวนายพีรวิชญ์ มูลติด อายุ 18 ปี นักเรียนชั้นปีที่3 โรงเรียนชำนิเทคโนโลยีแห่งหนึ่ง ซึ่งผู้ต้องหารายอื่นให้การซัดทอดว่าเป็นมือปืนที่ก่อเหตุดังกล่าวมาสอบปากคำเบื้องต้น ภายหลังชุดสืบสวน บก.น.5 ไปจับกุมได้ที่บ้านพักของญาติย่านบางบ่อ จ.สมุทรปราการ จากนั้นจึงพาตัวไปตรวจค้นยังที่พัก เพื่อหาหลักฐานอื่นมาเบาะแสอื่นมายืนยันว่าผู้ต้องหาเป็นมือปืนจริงหรือไม่ โดยเจ้าตัวไม่ได้กล่าวอะไรก่อนรีบขึ้นรถตำรวจทันที
ทั้งนี้ ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพระโขนงได้แล้วทั้งหมด 8 ราย ก่อนสอบปากคำอย่างละเอียดพร้อมดำเนินคดีในข้อหา “ร่วมกันฆ่าผู้อื่น พยายามฆ่า มีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และมีวัตถุระเบิดไว้ในความครอบครอง”
เวลา 16.00 น. วันเดียวกัน ที่ สน.บางนา พล.ต.ต.มงคล วรุณโณ ผบก.น.5 กล่าวถึงกรณีนี้ว่า ภายหลังตำรวจชุดสืบสวน สน.บางนา และ บก.น.5 ไปจับกุมตัวนายพีรวิชญ์ หรือก้อง มูลติด ซึ่งเป็นหนึ่งในบุคคลตามหมายจับศาลจังหวัดพระโขนง ได้ที่ห้องพักของเพื่อนย่านบางบ่อ จ.สมุทรปราการ เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การว่าตนเป็นคนไล่ติดตามยิงผู้ตายและคนเจ็บ โดยใช้อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ขนาด.38 ชนิดบรรจุทีละนัด ที่ได้ซื้อมาในราคา 2,000 บาท ก่อนจะนำไปซ่อนบริเวณจุดทิ้งขยะย่านบางพลี
ซึ่งนายพีรวิชญ์ ให้การถึงมูลก่อเหตุว่า ตนได้เจอกันกับกลุ่มผู้ตายโดยบังเอิญแล้วเกิดเขม่นหน้า ทั้งที่ยังไม่ทราบว่าเรียนสถาบันไหน ก่อนจะไล่ขี่จักรยานยนต์ติดตามกัน แล้วนายวรชัย หรือเป้ สร้อยคูบัว ซึ่งเป็นเพื่อนของตนได้ขว้างระเบิดปิงปองใส่จนทำให้ฝ่ายผู้ตายตกใจหยุดรถชะงัก แล้วตนจึงสบโอกาสยิงปืน
พล.ต.ต.มงคล กล่าวว่า ขณะนี้จับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 9 คน และยังเหลือติดตามตัวมาอีก 3 คน ซึ่งกำลังเร่งให้ทยอยมาพบตำรวจจนครบทั้งหมด และสอบปากคำร่วมกับทีมสหวิชาชีพก่อนจะพิสูจน์ข้อเท็จจริงว่า ก่อนเกิดเหตุ ทั้งสองฝ่ายมีลักษณะยั่วยุกันอย่างไร
เบื้องต้น แจ้งข้อหาต่อนายพีรวิชญ์ ฐาน “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา,ร่วมกันพยายามฆ่าฯ,มีอาวุธและกระสุนปืนไว้ในครอบครอง และพกพาอาวุธปืนไปในทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร” ก่อนคุมตัวฝากขังศาลจังหวัดพระโขนงในวันที่ 27 กรกฎาคมนี้ต่อไป

