จับผู้ต้องหามือยิงเทคนิคย่านบางนาได้แล้ว ซุกบ้านญาติบางบ่อ แค่เขม่นหน้ากัน

25.07.19 | 12:48 น.
ขอบคุณภาพ ร่วมด้วยช่วยกัน ฐานมิตรภาพ

กรณีนายชนาธิป หรือมอส เปี่ยมอยู่ อายุ 17 ปี นักศึกษา ปวช.ปี 1 สาขาช่างยนต์ วิทยาลัยเทคโนโลยีช่างแห่งหนึ่ง ถูกกลุ่มนักเรียนอาชีวะไล่ยิงเสียชีวิต ขณะขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ-ไอ สีดำแดง ทะเบียน 9 กต 8496 กทม. ใกล้โรงแรมเมเปิล ถนนศรีนครินทร์ แขวงและเขตบางนา กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม


เมื่อวันที่​ 25​ กรกฎาคม​ ที่ สน.บางนา พล.ต.ต.มงคล​ วรุณโณ​ ผบก.น.5 กล่าวถึงกรณีนี้ว่า​ ตำรวจฝ่ายสืบสวน​ บก.น.5 และ​​ สน.บางนา​ ได้ลงพื้นที่สืบสวนหาตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุมาโดยตลอด​ ทราบว่ามีผู้ร่วมก่อเหตุทั้งหมด 22 คน เป็นผู้ใหญ่​ 9​ คน​ และเยาวชน​ 13​ คน ซึ่งได้ขออนุมัติหมายจับผู้ก่อเหตุไปแล้ว​​ 8​ คน​ จับได้แล้ว 7 คน หลบหนีการจับกุม 1 คน พร้อมตรวจยึดรถ​จักรยานยนต์ได้​ 8​ คัน​ มีด​ 2 เล่ม​ จึงรวบรวมไว้ไว้เป็นหลักฐาน​ พร้อมทั้งสอบปากคำโดยละเอียด​ ซึ่งทุกคนให้การเป็นประโยชน์​ และรับสารภาพว่าเป็นกลุ่มที่ร่วมก่อเหตุในวันดังกล่าวจริง

พล.ต.ต.มงคล​ กล่าวต่อ​ ​สำหรับคนร้ายที่ยังหลบหนีคือนาย​พีรวิชญ์​ มูลติด​ อายุ​ 18​ ปี​ นักเรียนชั้นปีที่3 โรงเรียนชำนิเทคโนโลยี​ สมุทรปราการ​ เป็นมือปืน ซึ่งยังหลบหนีอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ และเตรียม​ขออนุมัติหมายจับเพิ่มเติมอีก​ 1 ราย​ คาดว่าที่เหลือจะสามารถจับกุมได้เร็วๆ นี้จนครบทุกคน ส่วนมูลการก่อเหตุเกิดจากเรื่องของสถาบัน​ แต่จะเป็นการทำร้ายผิดตัวหรือไม่ ต้องรอให้จับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมดจึงจะทราบข้อเท็จจริง ทั้งนี้จากการสอบสวนมีผู้ต้องหาบางรายให้การรับว่า ทำระเบิดปิงปองขึ้นมาเอง​ และใช้ก่อเหตุจริงในวันดังกล่าวอีกด้วย​

พล.ต.ต.มงคล​ กล่าวอีกว่า​ สำหรับผู้ก่อเหตุที่ใช้อาวุธปืนนั้น​ อยากให้ญาติพาเข้ามอบตัวกับตำรวจโดยเร็ว​ ทั้งนี้ก็ได้แนะนำสถาบันการศึกษาให้อบรมเรื่องของกฎหมาย โทษการกระทำผิด​ของการพกพาอาวุธ​หรือทำร้ายร่างกายจะมีโทษอย่างไร​ หากมีกลุ่มเสี่ยงต้องคัดแยกออกมาทำประวัติ

Advertisement

รวบผู้ต้องสงสัยเป็นมือยิงเด็กเทคนิคย่านบางนา ตำรวจพาค้นที่พักหาปืนที่ใช้ก่อเหตุ

ช่วงบ่ายวันเดียวกันที่ สน.บางนา ตำรวจชุดสืบสวน สน.บางนา ได้ควบคุมตัวนาย​พีรวิชญ์​ มูลติด​ อายุ​ 18​ ปี​ นักเรียนชั้นปีที่3 โรงเรียนชำนิเทคโนโลยี​แห่งหนึ่ง​ ซึ่งผู้ต้องหารายอื่นให้การซัดทอดว่าเป็นมือปืนที่ก่อเหตุดังกล่าวมาสอบปากคำเบื้องต้น ภายหลังชุดสืบสวน บก.น.5 ไปจับกุมได้ที่บ้านพักของญาติย่านบางบ่อ จ.สมุทรปราการ จากนั้นจึงพาตัวไปตรวจค้นยังที่พัก เพื่อหาหลักฐานอื่นมาเบาะแสอื่นมายืนยันว่าผู้ต้องหาเป็นมือปืนจริงหรือไม่ โดยเจ้าตัวไม่ได้กล่าวอะไรก่อนรีบขึ้นรถตำรวจทันที

ทั้งนี้ ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพระโขนงได้แล้วทั้งหมด 8 ราย ก่อนสอบปากคำอย่างละเอียดพร้อมดำเนินคดีในข้อหา “ร่วมกันฆ่าผู้อื่น พยายามฆ่า มีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และมีวัตถุระเบิดไว้ในความครอบครอง”

เวลา 16.00 น. วันเดียวกัน​ ที่ สน.บางนา พล.ต.ต.มงคล​ วรุณโณ​ ผบก.น.5 กล่าวถึงกรณีนี้ว่า ภายหลังตำรวจชุดสืบสวน สน.บางนา และ บก.น.5 ไปจับกุมตัวนาย​พีรวิชญ์​ หรือก้อง มูลติด​ ซึ่งเป็นหนึ่งในบุคคลตามหมายจับศาลจังหวัดพระโขนง ได้ที่ห้องพักของเพื่อนย่านบางบ่อ จ.สมุทรปราการ​ เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การว่าตนเป็นคนไล่ติดตามยิงผู้ตายและคนเจ็บ โดยใช้อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ขนาด.38 ชนิดบรรจุทีละนัด ที่ได้ซื้อมาในราคา 2,000 บาท ก่อนจะนำไปซ่อนบริเวณจุดทิ้งขยะย่านบางพลี

ซึ่งนาย​พีรวิชญ์ ให้การถึงมูลก่อเหตุว่า ตนได้เจอกันกับกลุ่มผู้ตายโดยบังเอิญแล้วเกิดเขม่นหน้า ทั้งที่ยังไม่ทราบว่าเรียนสถาบันไหน ก่อนจะไล่ขี่จักรยานยนต์ติดตามกัน แล้วนายวรชัย หรือเป้ สร้อยคูบัว ซึ่งเป็นเพื่อนของตนได้ขว้างระเบิดปิงปองใส่จนทำให้ฝ่ายผู้ตายตกใจหยุดรถชะงัก แล้วตนจึงสบโอกาสยิงปืน

พล.ต.ต.มงคล กล่าวว่า ขณะนี้จับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 9 คน และยังเหลือติดตามตัวมาอีก 3 คน ซึ่งกำลังเร่งให้ทยอยมาพบตำรวจจนครบทั้งหมด และสอบปากคำร่วมกับทีมสหวิชาชีพก่อนจะพิสูจน์ข้อเท็จจริงว่า ก่อนเกิดเหตุ ทั้งสองฝ่ายมีลักษณะยั่วยุกันอย่างไร

เบื้องต้น แจ้งข้อหาต่อนายพีรวิชญ์ ฐาน “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา,ร่วมกันพยายามฆ่าฯ,มีอาวุธและกระสุนปืนไว้ในครอบครอง และพกพาอาวุธปืนไปในทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร” ก่อนคุมตัวฝากขังศาลจังหวัดพระโขนงในวันที่ 27 กรกฎาคมนี้ต่อไป