รองโฆษก ‘กฤษณะ’ ระบุตำรวจจริงตบทรัพย์พ่อค้าขายบุหรี่ไฟฟ้าแลกถูกจับ

27.07.19 | 16:58 น.

เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยว่า รับรายงานจาก สภ.เมืองพัทยา ว่าเมื่อวันที่ 26 ก.ค.ที่ผ่านมา นายภาณุวัฒน์ สุบรรณ ณ อยุธยา ผู้เสียหาย เข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อเเจ้งความร้องทุกข์ ว่าก่อนเกิดเหตุประกาศขายบุหรี่ไฟฟ้าผ่านหน้าเฟซบุ๊ก ราคาชุดละ 1,350 บาท ต่อมามีบุคคลติดต่อเข้ามาสั่งซื้อบุหรี่ไฟฟ้า จำนวน 2 ชุด ราคา 2,700 บาท โดยนัดส่งมอบที่ปั๊มน้ำมันเเห่งหนึ่งในเขตพัทยาใต้ โดยผู้ซื้อแจ้งว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ต่อมาผู้เสียหายเดินทางไปยังปั๊มน้ำมันดังกล่าว เมื่อถึงเวลาตามนัดมีชายวัยกลางคนจำนวน 4 คน เข้ามาแสดงตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ภาค 2 ขอทำการตรวจค้น และจับกุมบุหรี่ไฟฟ้าที่ผู้เสียหายนำติดตัวมาด้วย ระหว่างนั้นมีชายหนึ่งใน 4 คน อ้างว่าเป็นผู้กองบอย พูดคุยต่อรองเรื่องเงินกับผู้เสียหาย เพื่อแลกกับการไม่จับกุมดำเนินคดี เป็นจำนวนเงิน 40,000 บาท แต่ผู้เสียหายไม่มีเงินสดติดตัวมา จึงโทรศัพท์ติดต่อญาติเพื่อให้นำเงินมาให้ โดยกลุ่มชายฉกรรจ์กับพวกจับตัวผู้เสียหายใส่กุญแจมือ แล้วพาไปคุยที่ด้านหลังสำนักงานของปั๊ม โดยนั่งรอเงินเป็นเวลากว่า 2 ชม. ระหว่างที่รอเงินนั้น กลุ่มชายฉกรรจ์ควบคุมตัวผู้เสียหาย เข้าไปในรถกระบะสี่ประตู แล้วขับพาไปตามถนนสุขุมวิท มุ่งหน้าไปยังพัทยาเหนือโดยอ้างว่าจะให้พาไปขยายผล เพื่อจับกุมร้านที่ผู้เสียหายซื้อบุหรี่ไฟฟ้ามา เมื่อมาถึงถนนเลียบชายหาด แล้วเลี้ยวเข้าไปจอดที่หน้าร้านที่เกิดเหตุ จากนั้นถามผู้เสียหายว่า มีทรัพย์สินใดก็เอามา ด้วยความกลัว ผู้เสียหายจึงถอดสร้อยข้อมือทองคำน้ำหนัก 1 บาท และเงินสดจำนวน 5,000 บาท เพื่อให้ใกล้เคียงกับยอดที่กลุ่มชายฉกรรจ์เรียกไว้แต่ต้น เมื่อได้ทรัพย์สินไปแล้วพร้อมยึดเอาบุหรี่ไฟฟ้า จำนวน 2 ชุด ที่ผู้เสียหายติดตัวไปด้วย จากนั้นกลุ่มชายฉกรรจ์ปล่อยตัวให้ผู้เสียหายลงจากรถในที่เกิดเหตุ กระทั่งกลุ่มชายฉกรรจ์ขับรถออกจากที่เกิดเหตุไป ผู้เสียหายไม่เชื่อว่ากลุ่มผู้ต้องหาเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจริง ซึ่งการกระทำดังกล่าวทำให้ผู้เสียหายเกิดความเสียหาย จึงมาร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย
รองโฆษก ตร.กล่าวว่า กรณีดังกล่าวนั้น หลังเกิดเหตุพนักงานสอบสวนรับคำร้องทุกข์จากผู้เสียหาย เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบปากคำพยาน รวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เบื้องต้นทราบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจสังกัดกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 จริง
ในส่วนของ พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.ภ.จว.ชลบุรี จะมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นแล้ว โดยหากพบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปกระทำความผิด ก็จะดำเนินการทางวินัยและอาญาอย่างเด็ดขาดต่อไป
รองโฆษก ตร.กล่าวต่ออีกว่า การกระทำในลักษณะข้างต้นเป็นความผิดตามกฎหมายบ้านเมือง ซึ่งคงต้องรอให้ต้นสังกัดที่เกี่ยวข้องทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงรวบรวมพยานหลักฐาน โดยหากผลการตรวจสอบพบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจกระทำผิดจริง ก็จะดำเนินการทางอาญาและวินัยตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป ไม่ปล่อยไว้อยู่แล้ว ซึ่งที่ผ่านมามีการลงทัณฑ์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่กระทำในลักษณะนี้ทั้ง ไล่ออก ปลดออก ให้ออก หากความผิดปรากฏชัดเจน
โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กำชับให้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมาและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยหากพบว่าได้กระทำความผิดขึ้นจริง ให้ดำเนินการทางอาญาและทางวินัยอย่างเด็ดขาด อย่าปล่อยไว้ให้เป็นเยี่ยงอย่าง เสื่อมเสียชื่อเสียงขององค์กรและเสียกำลังใจของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ประพฤติปฏิบัติดี