บช.ปส.รวบเครือข่ายค้ายา ‘ไอซ์’ ส่งจาก กวางโจว

4.06.16 | 11:58 น.

เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 4 มิถุนายน กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) พล.ต.ท.เรวัช กลิ่นเกษร ผบช.ปส. นายณรงค์ รัตนานุกูล เลขาธิการ ป.ป.ส. พล.ต.ต.ศุภกิจ ศรีจันทรนนท์ รองผบช.ปส. พล.ต.ต.ทนัย อภิชาตเสนีย์ ผบก.สกส.บช.ปส.พ.ต.อ.วรวิทย์ ไวถนอมสัตว์ รอง ผบก.ปส.1 (หนง.ผบช.ปส.) พ.ต.อ.อดิศ เจริญสวัสดิ์ รอง ผบก.ปส.3 ร่วมกันแถลงข่าวจับกุม น.ส.สวรส หรือรส นาถวิล อายุ 34 ปี นายเอนิเค ชิเนดู จอห์น (Mr.Anike Chinedu John) อายุ 24 ปี สัญชาติไนจีเรียพร้อมยาไอซ์ จำนวน 8.550 กิโลกรัม (8,550 กรัม) ซุกซ่อนอยู่ภายในกระเป๋าถือแบบผู้หญิงจำนวน 35 ใบ โดยจับกุมได้ที่ลานจอดรถอาคารชุดสุชาติลีลาวดีโฮม เลขที่ 838 หมู่ 5 ซอยศรีด่าน 21 ถ.ศรีนครินทร์ ต.สำโรงเหนือ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน

พล.ต.ท.เรวัช กล่าวว่า สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.ได้รับข้อมูลจากทูตของกวางโจว ประเทศจีน ว่าจับกุมชาวแอฟริกันพร้อมพบใบส่งสินค้าจากกวางโจวมายังประเทศไทย ซึ่งเชื่อว่าเป็นการลักลอบขนยาเสพติด จึงร่วมกันตรวจสอบ และพบพัสดุระบุชื่อผู้รับว่า “Wiriporn Akaraprasert” จำนวน 3 กล่อง เมื่อตรวจค้นภายในพัสดุพบเป็นกระเป๋าผู้หญิง 35 ใบ แต่ลักษณะเหมือนมีสิ่งของยัดอยู่ภายใน ซึ่งเป็นเนื้อเดียวกับกระเป๋า จึงตัดสินใจกรีดในกระเป๋า พบยาไอซ์ถูกซุกซ่อนอยู่ทั้ง 35 ใบ จึงตรวจยึดพร้อมขยายผลจนสามารถจับกุม น.ส.สวรส ได้หลังมารับพัสดุดังกล่าวที่ลานจอดรถอาคารสุชาติลีลาวดีโฮม จ.สมุทรปราการ จากนั้นเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน จึงขยายผลนำไปสู่การจับกุมนายเอนิเค ชาวไนจีเรีย ผู้รับจ้างมารับพัสดุจาก น.ส.สวรส อีกต่อหนึ่ง ที่ห้องพักเลขที่ 607 สุชาติลีลาวดีโฮม ก่อนไปตรวจค้นห้องพักย่านซอยลาดกระบัง18 กทม. พบไอซ์ 1 ถุงเล็กอยู่ในกระเป๋าถือผู้หญิง ซึ่งมีลักษณะตรงกับกระเป๋าที่ถูกส่งเป็นพัสดุมา ทั้งกระเป๋าบางใบถูกกรีดนำยาออกมาแล้ว

พล.ต.ท.เรวัช กล่าวอีกว่า จากการตรวจสอบทราบว่าผู้ต้องหาทั้งสองน่าจะเป็นเครือข่ายชาวไนจีเรียที่ส่งยามาจากประเทศจีน เพื่อนำมาให้เพื่อนที่ประเทศไทยเพื่อนำไปจำหน่ายต่อในท้องที่กรุงเทพมหานคร และพัทยา โดยเฉพาะกลุ่มคนแวดวงไฮโซ และผู้มีฐานะดี เบื้องต้นแจ้งข้อหาว่า “ร่วมกันนำเข้ายาเสพติดประเภท 1 (ไอซ์) เข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตและร่วมกันครอบครองเพื่อจำหน่าย” พร้อมนำผู้ต้องหาส่ง พนักงานสอบสวน บช.ปส. ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป