“เขาใหญ่”จับมือกลุ่มอนุรักษ์ปลูกไผ่หนามกันช้างป่า ตั้งเป้าปลูกเป็นแนวรั้ว 400 กม.
เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม นายจงคล้าย วรพงศธร รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าโครงการปลูกสร้างรั้วไผ่หนามป้องกันสัตว์ขนาดใหญ่ออกหากินนอกเขตป่า บริเวณแนวเขตรอบพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ บ้านคลองเพล ต.หมูสี อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ซึ่งมีเครือข่ายชาวบ้านในพื้นที่ทำรั้วไผ่หนามและกลุ่มจิตอาสาที่ร่วมกันปลูกสร้างรั้วไผ่หนามรอบอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่
โดยนายจงคล้าย กล่าวว่า ปัจจุบันปัญหาสัตว์ป่าออกนอกเขตพื้นที่ป่าอนุรักษ์ โดยเฉพาะช้างป่า เข้าไปในพื้นที่ทำการเกษตรและพื้นที่อยู่อาศัยชุมชนเกิดขึ้นบ่อยในหลายจังหวัด จนสร้างความเดือดร้อนกับประชาชนที่อยู่อาศัยติดกับพื้นที่ป่าอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และพื้นที่อื่น ๆ ส่งผลกระทบต่อสวัสดิภาพของประชาชน นำไปสู่ความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่ารุนแรงมากขึ้น จึงจำเป็น ต้องเร่งแก้ด่วน เพื่อลดความขัดแย้งระหว่างคนกับสัตว์ป่า เช่น สร้างแหล่งน้ำ แหล่งอาหารในพื้นที่ การก่อสร้างรั้วแนวกั้น อย่างรั้วไฟฟ้า รั้วเสาไฟการไฟฟ้า และด้วยวิธีทางธรรมชาติ อย่างการขุดคูกั้นช้าง รั้วรังผึ้ง และรั้วไผ่หนาม ซึ่งอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่เลือกการใช้การปลูกไผ่หนามเป็นรั้วกั้นช้างและป้องกันสัตว์ขนาดใหญ่ออกหากินนอกเขตป่า ถือเป็นหนึ่งวิธีการทางธรรมชาติที่หลายประเทศนำไปใช้จัดการพื้นที่อนุรักษ์ โดยเฉพาะช้างป่า เนื่องจากใช้งบประมาณค่อนข้างต่ำและใช้วัสดุธรรมชาติ ทั้งนี้ เน้นแนวเขตที่มีสัตว์ป่าขนาดใหญ่ออกนอกเขตอยู่เป็นประจำเป็นเป้าหมายแรก ในเบื้องต้นเริ่มทำมาตั้งแต่ปี 2559 จนถึงปัจจุบันรวมแล้วกว่า 63 กม. จากเป้าทั้งหมด 400 กม. แล้วเสร็จภายในปี 2564


นายจงคล้าย กล่าวว่า ส่วนสาเหตุที่ไม่ใช้รั้วไฟฟ้าในการแก่ปัญหานั้น ขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่ และที่ผ่านมาการใช้รั้วไฟฟ้าก็ไม่ค่อยได้ผล เพราะช้างมีความฉลาดสามารถหาไม้มางัดหรือทำลายรั้วไฟฟ้าได้ ซึ่งรั้วไผ่หนามเป็นรั้วธรรมชาติ สามารถเป็นแนวเขตป้องกันได้ทั้งคนและช้างป่า โดยจากนี้กรมอุทยานฯ จะเข้ามาส่งเสริมสนับสนุนในเรื่องการเพาะกล้าไผ่ให้ได้จำนวนมากขึ้น นอกจากนั้นกรมอุทยานฯ ยังได้แก้ปัญหาช้างป่าในพื้นที่อุทยานฯ กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นศูนย์เฝ้าระวังช้างป่า กุยบุรีโมเดล โดยนำร่องติดกล้องเอ็นแคปจำนวน 25 ตัว ตลอดแนวป่าที่ช้างมักออกนอกเขต เมื่อช้างออกก็จะส่งสัญญาณเตือนไปยังเจ้าหน้าที่ ซึ่งที่ผ่านมามีช้างเล็ดลอดออกมาได้ 3 ครั้งเท่านั้น โดยเราจะศึกษาเพื่อนำไปปรับใช้ในพื้นที่อื่นต่อไป

นายครรชิต ศรีนพวรรณ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ กล่าวว่า ได้ประชาสัมพันธ์ให้ชุมชนและองค์กรเอกชนต่างๆ ที่อยู่ตามแนวเขตเข้าใจโดยได้รับความร่วมมือจากเครือข่ายอนุรักษ์หรือสมาชิกอาสาสมัครพิทักษ์กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช และอาสาสมัครพิทักษ์อุทยานแห่งชาติในแต่ละจังหวัดให้ใช้กล้าไผ่หนามที่มีขนาดความสูงมากกว่า 50 ซ.ม.ที่เพาะโดยชุมชน เมื่อปลูกแล้วต้องดูแลกำจัดวัชพืชรอบโคน ใส่ปุ๋ย และรดน้ำหากเกิดภาวะฝนทิ้งช่วงจนกว่ามั่นใจมีอัตราการรอด 100%

