แม้ พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง รองโฆษก ตร.จะกล่าว “ขออภัย” กับความคลาดเคลื่อน และว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่กระทบต่อภาพลักษณ์องค์กร
เห็นใจปิยะพันธ์ ปิงเมือง ที่ต้องทำหน้าที่ “พูด”
แต่นั่นเป็นการทึกทักเข้าใจเอาเอง พูดเอง เออเอง
คำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจยุคนี้นับเป็นความผิดพลาดคลาดเคลื่อนครั้งประวัติศาสตร์ ขาดการตรวจสอบกลั่นกรอง สับสนอลหม่านจนชวนให้สงสัยว่า
งานกำลังพลของตำรวจยังคงมีสภาพเป็นระบบอยู่อีกหรือไม่
“ระบบคุณธรรม” ของการบริหารงานบุคคลยังคงมีอยู่หรือไม่ !
ถ้าคนเป็นสารวัตรแค่ 1 ปี เลื่อนขึ้นเป็น รอง ผกก.ได้ แล้วคนที่เสียสละ เสี่ยงตายทุกนาทีใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
เป็นสารวัตรมา 10 ปี หรือกว่า 10 ปี ยังควรจะรับราชการตำรวจต่อไปหรือไม่
ถ้าคนที่ตายไปแล้ว 3 ปี ยังมีชื่อได้รับการแต่งตั้งเป็น “ผกก.” หัวหน้าโรงพักได้ แล้วคนที่ยังมีลมหายใจ จะไปหา “เก้าอี้” หัวหน้าโรงพักที่ไหนนั่ง
ยังมีเรื่องที่ชวนให้ดราม่าอีกมากจากเฟซบุ๊กของ พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน ที่เล่าว่า เมื่อคณะ สปท.ที่นายอลงกรณ์ พลบุตร เป็นรองประธาน
ไปดูงานโรงพักดีเด่นที่ สภ.เมืองนครสวรรค์ซึ่งได้รับการยกย่องเป็น “นครสวรรค์โมเดล” เพราะดีทั้งงาน ป. งาน จร. งานบริการประชาชน
แต่ผลสุดท้ายตั้งแต่รอง ผกก.-สว. ถูกย้ายไปอยู่ที่ “เลวลง” ทั้งโรงพัก จนผู้ดูงานทั้งคณะผงะ อุทานว่า “มันเกิดอะไรขึ้น”
คงยังไม่เชื่อสายตา คณะ สปท.ยังโยกไปดูงาน ที่ “สน.บางขุนนนท์” โรงพักดีเด่นของนครบาล
ที่นั่นก็พบว่า “หัวหน้าโรงพัก” ถูกย้ายจาก “เกรดเอ” นครบาล ไปเป็น “ผกก.สภ.พรหมบุรี สิงห์บุรี”
“ม.44” เบ็ดเสร็จ เด็ดขาด รวบอำนาจ จึงประจักษ์แจ้ง !
การแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจระดับ สว.-รอง ผบก.ประจำปี 2558 ที่ล่าช้าล่วงเลยมา 7 เดือน เต็มไปด้วยคำถาม และคำถากถาง
การใช้ “ม.44” ครั้งนี้ ราชการเสียหาย ระเบียบแบบแผนและระบบคุณธรรมถูกทำลาย กระทบชีวิตจิตใจตำรวจ สูญเสียความเชื่อมั่นศรัทธาใน “อำนาจบังคับบัญชา” !?!!

