“หมอหนู” ควง “หมอตี๋” บินเปิดประชุมวิชาการขอนแก่น ลั่นกลางงาน ขอให้ตั้งใจทำงาน ไม่ใช่มาเที่ยว
เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 31 กรกฎาคม ที่โรงแรมพูลแมน ขอนแก่น ราชาออคิด จังหวัดขอนแก่น นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.โสภณ เมฆธน อดีตปลัด สธ. พร้อมด้วยอธิบดีกรมต่างๆ สังกัด สธ. เปิดการประชุมวิชาการพัฒนางานประจำสู่งานวิจัย (National Health R2R Forum) ประจำปี 2562 ภายใต้หัวข้อ “Meta R2R to Value Based Healthcare” จัดขึ้นโดย สธ.ร่วมกับคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล จัดขึ้นระหว่างวันที่ 31 กรกฎาคม-2 สิงหาคม เพื่อให้บุคลากรสาธารณสุขทุกวิชาชีพจากทั่วประเทศ ได้แลกเปลี่ยนความรู้แนวคิด ประสบการณ์ รวมทั้งงานวิจัยต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากการทำงานจริง เพื่อให้เกิดองค์ความรู้ สร้างนวัตกรรมที่ทันสมัย นำไปปรับปรุงระบบงานให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนและวงการสาธารณสุข
โดยมี บุคลากรทางการแพทย์ สาธารณสุขทุกสาขาวิชาชีพ นักวิจัย นักวิชาการ และคณะผู้บริหารระดับสูงเข้าร่วมงานกว่า 3,000 คน พร้อมให้การต้อนรับคณะรัฐมนตรีอย่างคึกคัก ด้วยการแสดงฟ้อนออนซอนอีสาน ซึ่งเป็นการแสดงพื้นถิ่นประจำจังหวัด พร้อมป้ายต้อนรับจากพี่น้อง อสม.ขอนแก่น ก่อนลั่นฆ้องชัย เปิดงานอย่างเป็นทางการ
นายอนุทินกล่าวระหว่างเปิดงานว่า เป็นเรื่องน่ายินดีที่ได้พบปะกับบุคคลการทางการแพทย์ทุกแขนง โดยงานประชุมวิชาการพัฒนางานประจำสู่งานวิจัย หรือ งานประชุมวิจัย (R2R) เป็นจุดเริ่มต้นในการขับเคลื่อนนโยบายด้านสาธารณสุข นำมาสู่การพัฒนาคุณภาพงานบริการประชาชน สำหรับงานของกระทรวงสาธารณสุข เป็นงานที่ครอบคลุมทุกด้าน นับตั้งแต่เกิดจนตาย โดยบุคลากรสาธารณสุข จะต้องเป็นผู้ทุ่มเท ทั้งแรงกายและแรงใจ เพื่อนำไปสูการบริการรักษาแก่ประชาชน แม้ปัจจุบันคนไทยหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้นก็ตาม ขณะที่เทคโนโลยีการให้บริการสุขภาพก็มีความซับซ้อนมากขึ้น ดังนั้น สธ.จำเป็นจะต้องปรับเปลี่ยนแนวคิด โดยพัฒนามาจากงานวิจัย ทั้งนี้ สธ.จะต้องเดินหน้าการคิดค้นจากนวัตกรรม การดูแลสังคมสูงวัยอย่างครบวงจร เพื่อให้ผู้สูงวัยมีสุขภาพที่ดี ต้องเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายประชาชน รวมถึงลดความแออัดของสถานพยาบาล ตลอดจนการผลักดันโยบายกัญชาเพื่อการแพทย์เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงยาได้ โดยตนพร้อมจะสนับสนุนการทำงานทุกด้าน เพื่อให้งานสาธารณสุขก้าวหน้า นำไปสู่การรักษาพยาบาลยุค 4.0
นายอนุทินกล่าวว่า ยอมรับว่าบุคลากรทางการแพทย์เป็นบุคลากรที่มีความสำคัญต่อประเทศโดยงานประชุมวิจัยครั้งนี้เป็นการระดมสมองเพื่อขับเคลื่อนนโยบายด้านสาธารณสุข โดยงานครั้งนี้ไม่ใช่ท่านมาเที่ยว ขอให้ตั้งใจทำงาน นอกจากนี้ พวกตนทั้งสองคนไม่ได้มีความรู้ด้านนี้มาก แต่พร้อมรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน ซึ่งทางเราจำเป็นจะต้องมีข้อมูล เพื่อนำมาซึ่งการจัดสรรงบประมาณสู่โครงการต่างๆ โดยเข้าใจว่าผู้อำนวยการทุกโรงพยาบาลมีความตั้งใจในการบริหารงานด้านสาธารณสุข แต่คนกลับป่วยเพิ่มขึ้น นำมาสู่ความแออัดในสถานพยาบาล แต่จะทำอย่างไรในการสนับสนุนให้ผู้อำนวยการดูแลคนไข้ได้มากขึ้น
“โดยในการแถลงนโยบายต่อที่ประชุมรัฐสภา ผมบอกว่าที่ไหนก็ตามที่มีโรงพยาบาลจะต้องมีแพทย์ โดยจะพยายามหาอัตราให้แพทย์และพยาบาลได้รับการบรรจุ เช่นเดียวกับการหมุนเวียนแพทย์ในโรงพยาบาลประจำตำบล (รพ.สต.) ที่ยกระดับมาจากสถานีอนามัย รวมถึงความตั้งใจที่จะให้ประชาชนมีความรู้ในการดูแลความเจ็บป่วยตัวเองในเบื้องต้นผ่าน อสม. เพื่อลดความแออัดของสถานพยาบาล” นายอนุทินกล่าว
นายอนุทินกล่าวว่า ภายหลังเข้ามาดำรงตำแหน่งสองสัปดาห์ รัฐมนตรีทั้งสองคนได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากผู้บริหาร สธ. ซึ่งยืนยันว่าจะทำงานร่วมกันด้วยความเข้าใจ เพื่อให้การบริการรักษาพยาบาลเข้าถึงประชาชน ทั้งนี้ ยืนยันเพื่อมาช่วยทุกคนทำงาน เพื่อประโยชน์ด้านสาธารณสุขและมีความตั้งใจพัฒนาโครงการต่างๆ สู่ความยั่งยืน ฝากให้ทุกคนทำหน้าที่อย่างเต็มที่ โดยพร้อมรับฟังจากทุกภาคส่วน โดยกระทรวงสาธารณสุขแห่งนี้ไม่ใช่บ้านหลังใหม่ เป็นบ้านหลังเก่า
“ผมไม่ได้เป็นใหญ่ที่สุดในกระทรวง แต่หากเป็นปลัดกระทรวงต่างหาก เพราะห้องทำงานรัฐมนตรีตั้งอยู่ในสำนักปลัดกระทรวง อย่างไรก็ตาม ผมพร้อมรับฟัง และน้อมรับความคิดเห็นจากปลัด เช่นเดียวกับท่านอื่น โดยห้องทำงานผมอยู่ชั้น 4 สำนักปลัดกระทรวงสาธารณสุข” นายอนุทินกล่าว


