วลพ.รับคำร้อง ‘ครูข้ามเพศ’ เตรียมเรียกรร.ต้นสังกัดให้ข้อมูล เผยไม่ใช่เคสแรก

31.07.19 | 14:47 น.

ตามที่ ครูอุกฤษฏ์ จัดสนาม ครูข้ามเพศ และเป็นครูผู้ช่วยโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดบุรีรัมย์ถูกประเมินผลการปฏิบัติราชการต่ำมากและอาจถูกให้ออกจากราชการ เนื่องจากยืนยันที่จะแต่งกายตามเพศสภาพ ซึ่งได้ร้องเรียนต่อคณะกรรมการวินิจฉัยการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ (วลพ.) ตามพ.ร.บ.ความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ.2558 นั้น

เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม ที่อาคารยิปซั่ม ถนนศรีอยุธยา กรุงเทพฯ นางวณี ธิติประเสริฐ กรรมการ วลพ. ปฏิบัติหน้าที่ประธานที่ประชุมวลพ.ครั้งนี้ พร้อมด้วย นางสาวสิริวรรณ เย็นตั้ง ผู้อำนวยการกองส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว ให้สัมภาษณ์ร่วมกันว่า ที่ประชุมได้พิจารณาคำร้องของครูอุกฤษฏ์ที่ได้แนบเอกสารหลักฐาน ได้แก่ ผลประเมินการปฏิบัติราชการไม่ผ่าน รวมถึงเอกสารเอ็มโอยูระหว่างเขาและกับทางโรงเรียน ซึ่งเป็นข้อตกลงการปฏิบัติการสอน การใช้คำพูด การแต่งกาย ซึ่งค่อนข้างเห็นได้ชัดว่าครูอุกฤษฏ์ถูกย้ำแล้วย้ำอีกเรื่องการแสดงออก และได้รับผลกระทบที่ค่อนข้างสูงกับฝ่ายบริหารของโรงเรียน ที่ประชุมจึงมีมติเอกฉันท์รับคำร้องดังกล่าวและมอบไปยังคณะอนุกรรมการที่เกี่ยวข้องดำเนินการไต่สวนผู้ร้องและผู้ถูกร้องและพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน หรือหากไม่แล้วเสร็จสามารถขอขยายเวลาได้ 2 ช่วงๆ ละ 30 วัน รวมต้องไม่เกิน 150 วัน

“หลักฐานที่ครูอุกฤษฎ์แนบมา ถือว่าค่อนข้างครบถ้วน แต่ก็ต้องให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย ด้วยการให้ฝั่งโรงเรียนได้ให้ข้อมูลชี้แจงด้วย ซึ่งเป็นโรงเรียนสังกัดคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยคาดว่าจะเริ่มทำการไต่สวนได้สัปดาห์ที่ 2 ของเดือนสิงหาคม” นางวณีกล่าว

นางวณี ธิติประเสริฐ-นางสาวสิริวรรณ เย็นตั้ง

นางวณีกล่าวอีกว่า กรณีครูอุกฤษฏ์ไม่ใช่เคสแรกที่ร้องมายัง วลพ. ก่อนหน้านี้มีครูข้ามเพศ ก.(นามสมมุติ) เป็นครูสอนวิชาภาษาอังกฤษ ในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร ทั้งที่แปลงเพศมาแล้ว แต่ถูกห้ามแต่งกายตามเพศสภาพมาร้องก่อนแล้วเช่นกัน ที่ผ่านมาได้ดำเนินการไต่สวนทั้งสองฝ่ายเพื่อให้ความเป็นธรรมแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมออกคำวินิจฉัยวลพ.ในเร็วๆนี้ ซึ่งหากคำวินิจฉัยนี้ออกก็จะเป็นบรรทัดฐานไปยังครูข้ามเพศอื่นๆที่ร้องมายังวลพ.ด้วย

“เรื่องนี้น่าเห็นใจมาก ว่าสังคมทุกวันนี้เปลี่ยนไปเยอะ กลุ่มคนหลากหลายทางเพศได้รับการยอมรับในหลากหลายอาชีพ อย่างครู ก.จริงๆเขาสามารถสอนให้นักเรียน จากที่คะแนนเฉลี่ยวิชาภาษาอังกฤษการสอบโอเน็ตของโรงเรียนตกให้มาผ่านได้ ถือเป็นครูที่มีความสามารถและตั้งใจจริง รักเด็กและเด็กนักเรียนก็รักเขา ครู ก.ยังพูดตอนมาให้ถ้อยคำว่า ทำไมเราไม่ดูคนที่ความสามารถ ศักยภาพ ความเอาใจใส่ คนที่ทำประโยชน์ แต่กลับมาดูเรื่องพฤติกรรมทางเพศสภาพ” นางวณีกล่าว

Advertisement

ถามถึงการแก้ปัญหาเชิงระบบกับครูข้ามเพศ ต้องแก้กฎหมายการแต่งกายข้าราชการพลเรือน หรือกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องหรือไม่ นางสาวสิริวรรณ เย็นตั้ง ผู้อำนวยการกองส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ กล่าวว่า ในภาพใหญ่คงต้องมีการศึกษาวิจัยให้ละเอียดก่อนจะมีการเสนออะไรไป เพราะมีกฎระเบียบหลายตัวที่ถูกนำมาอ้าง อาทิ พ.ร.บ.เครื่องแบบข้าราชการฝ่ายพลเรือน พ.ศ.2478, กฎสำนักนายกรัฐมนตรี เบื้องต้นคงต้องแก้ปัญหาเคสบายเคสไปก่อน

ถามถึงความคืบหน้ากรณี 3 นิสิตหญิงข้ามเพศ คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มาร้องวลพ.ขอแต่งกายตามเพศสภาพในการเข้าเรียนนั้น นางวณีกล่าวว่า ต้องถือว่าจุฬาฯให้ความร่วมมือกับ วลพ.เป็นอย่างดี ภายหลังน้องนิสิตข้ามเพศมาร้อง วลพ.มีเอกสารมติวลพ.คุ้มครองชั่วคราวไปยังจุฬาฯ ปรากฏว่าเขามีเอกสารตอบกลับที่อนุญาตให้น้องนิสิตข้ามเพศทั้ง 3 สามารถแต่งกายตามเพศสภาพได้แล้ว แต่กระบวนการก็ยังเดินหน้าต่อไป ขณะนี้ได้ทำการไต่สวนเสร็จแล้ว กำลังออกคำวินิจฉัยวลพ.ในเร็วๆนี้