เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม นายขจรศักดิ์ พุทธานุภาพ รองอธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวน เปิดเผยถึงการประชุมร่วมของคณะพนักงานสอบสวน กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กับอัยการสำนักงานการสอบสวน เกี่ยวกับคดีที่ดีเอสไอส่งคำร้องถึงอัยการสูงสุดขอให้ยื่นฟ้องต่อศาลแพ่ง ให้มีคำสั่งยกเลิกมูลนิธิมหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง เครือข่ายพระวัดธรรมกาย และให้ทรัพย์สินของมูลนิธิตกเป็นของแผ่นดิน ว่า ที่ประชุมเห็นว่าจะเพิ่มเติมพยานหลักฐานบางส่วนเข้าไป ในชั้นต้นทางพนักงานอัยการธัญบุรีคืนเรื่องมา ทางที่ประชุมเห็นว่าจะเพิ่มพยานหลักฐานเข้าไป แล้วจะส่งไปให้พนักงานอัยการจังหวัดธัญบุรีพิจารณาอีกรอบหนึ่ง เพื่อจะยื่นคำร้องต่อศาลแพ่งขอยกเลิกมูลนิธิ พอยื่นคำร้องแล้วก็จะมีการไต่สวนต่อไป เวลานี้พยานหลักฐานต้องเพิ่มเติม แล้วส่งเรื่องไปให้พิจารณาอีกครั้ง
นายขจรศักดิ์ กล่าวต่อไปว่า ทางอัยการธัญบุรีคืนเรื่อง เขามองว่าคดียังไม่ถึงที่สุด แต่เราเห็นว่ามันมีการกระทำหลายกรณีที่ขัดต่อกฎหมาย เราก็เลยเพิ่มเติมข้อมูลการกระทำที่มูลนิธิกระทำขัดต่อกฎหมายเข้าไป เนื่องจากผู้เสียหายในคดีนี้มีจำนวนมาก จำนวนเงินก็เยอะ เงินถูกกระจายเข้าไปฟอกในมูลนิธินี้มาก ก็ดำเนินการต่อตามกระบวนการ เราต้องเร่งรัดคดี คดีเวลานี้แตกตัวมาเรื่อยๆ ตลอด รวมคดีทั้งหมดเวลานี้ 27 คดี ทางดีเอสไอสอบ ทุกอันมีพนักงานอัยการเข้าไปร่วม เสร็จสิ้นส่งไปที่พนักงานอัยการแล้ว 17 คดี ยังคงเหลือ 10 คดีที่เพิ่งแยกเมื่อปี 2561 อยู่ระหว่างการสอบสวน ต้องตรวจสอบเส้นทางการเงิน พยานแต่ละกลุ่มบางทีก็อยู่ต่างจังหวัด ยืนยันว่าไม่ได้นิ่งนอนใจ

