‘สยบไพรียาสวยสังหาร’ภาค 2 ทลายเครือข่ายยาลดอ้วน 17 เป้าหมาย 8 จว. รวบ 4 นายทุน-แพทย์ ยึด 20 ล้าน

1.08.19 | 11:09 น.

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 1 สิงหาคม ที่บ้านพักในหมู่บ้านย่านสายไหม พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(รอง ผบ.ตร.) พร้อม พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผู้บัญชาการ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด(ผบช.ปส.) พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ รอง ผบช.ปส.,พล.ต.ต.สุรศักดิ์ ขุนณรงค์ ผบก.ปส.1,พ.ต.อ.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบก.ปส.3 นายแพทย์ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ เลขาธิการ อย.ร่วมกับเจ้าหน้าที่ กก.ปพ. บช.ปส.,เจ้าหน้าที่ ปปส.,ปปง. และเจ้าหน้าที่ อย.,ชุดสยบไพรี บช.ปส.


ร่วมแถลงผลการตรวจค้น 17 เป้าหมาย ใน 8 จังหวัด ตามยุทธการสยบไพรี 62/9 “ยาสวย สังหาร“ พร้อมจับกุม น.ส.จารุวรรณ หรือทิพ แย้มศรี อายุ 33 ปี ,น.ส.ขนิษฐ์สีนี เจนกิจกุลเกษม อายุ 30 ปี,นายอดิศร ส่งเสริมธนะ อายุ 30 ปี และ น.ส.พัชรา ชิราวัฒน์ อายุ 38 ปี ตามหมายจับศาลอาญาที่ 231-234/2562 ลง 6 มิ.ย.62 พร้อมยึดทรัพย์สินเป็น บ้าน 4 หลัง รถยนต์ 3 คัน รวมทั้งสิ้นประมาณ 20,700,000 บาท

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวว่า ปฏิบัติการครั้งนี้ ได้ขยายผลการจับกุมเครือข่ายยาลดความอ้วนจากปฏิบัติการ “ยาสวยสังหาร 1” เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งสามารถออกหมายจับผู้กระทำผิด 7 ราย พร้อมนำกำลังเข้าปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมายใน 8 จังหวัด จำนวน 16 จุด รวม 17 เป้าหมาย จับกุมผู้ต้องหาได้ 4 ราย โดย น.ส.จารุวรรณ ที่ถูกจับกุมวันนี้ เป็นลูกน้องของ น.ส.วิไรรัตร อุตทอง นายทุนเครือข่ายยาล็อตแรก คอยทำหน้าที่จัดหาแพทย์ พร้อมทำเอกสารเวชระเบียน ผู้ป่วย และนำเงินจ่ายให้กับผู้ที่เกี่ยวข้อง หนึ่งในนั้นคือ นายอดิศร เป็นเจ้าของคลินิกอดิศรเวชกรรมที่ลักลอบเบิกจ่ายยาอันนราย อยู่ จ.พิษณุโลก ก่อนจะย้ายที่ทำการ และถูกจับได้ที่ จ.ชลบุรี รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ได้จากการตรวจตาม พ.ร.บ.มาตรการฯ ในเครือข่ายทั้ง 2 ครั้ง 57,557,500  บาท

พล.ต.ท.ชินภัทร กล่าวว่า พฤติกรรมของขบวนการนี้ จะมีกลุ่มนายทุนใหญ่ไปว่าจ้างแพทย์ ให้หาแพทย์ที่เพิ่งจบใหม่ หรือที่เปิดคลินิกเสริมความงามตามต่างจังหวัด ให้สั่งยาลดความอ้วนจาก อย. แต่จะทำเอกสารเท็จว่าจะนำมาใช้ในคลินิกของตัวเองที่เปิดอยู่ และเมื่อได้ยามาแล้วจะส่งให้กับแพทย์ที่สั่งการ และส่งให้นายทุนนำไปขายต่อตามในช่องทางออนไลน์ และจะมีราคาขึ้นเป็น2-3เท่าตัว ซึ่ง กลุ่มผู้ต้องหาทั้ง 4 ที่ถูกจับกุมในวันนี้ แบ่งเป็นนายทุน 3 ราย และแพทย์อีก 1 ราย หลบหนีการจับกุมอีก 3 ราย ขณะที่ผู้ต้องหารายนี้เป็นหนึ่งในกลุ่มทุน โดยปฏิเสธให้การถึงรูปคดีในชั้นสอบสวน และรอให้การพร้อมทนายในชั้นศาลต่อไป

Advertisement

เบื้องต้นข้อหา ”สมคบโดยตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และได้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน” นำส่งพนักงานสอบสวน บก.ปส.1 ก่อนขยายผลตรวจยึดทรัพย์สินตาม พ.ร.บ.มาตรการฯ และติดตามจับกุมผู้รวมขบวนการมาดำเนินคดี

นายแพทย์ธเรศ กล่าวว่า สำหรับตัวยาดังกล่าวทาง อย.เป็นผู้ผูกขาดที่ได้รับการอนุญาตให้จำหน่ายเพียงผู้เดียวเท่านั้น ซึ่งก่อนหน้านี้พบว่ากลุ่มเครือข่ายยา จะลอบนำชื่อของคนตายมาใช้เบิกจ่ายยาโดยตอนนี้ได้ปรับระบบให้ผู้เบิกยา นำบัตรประชาชนมายืนยันตัวตนเท่านั้นต่อจากนี้ จะสั่งระงับคลีนิกที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายให้หยุดจำหน่ายยาดังกล่าว โดยขณะนี้ได้ส่งรายชื่อแพทย์ผู้กระทำผิดไปให้แพทย์สภาพิจารณาความผิดเพิกถอนหรือพักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพแล้ว

นายแพทย์ธเรศ กล่าวต่อ สำหรับตัวยาที่พบในวันนี้ มีชื่อว่าดูรามีน(duromine) และแพนดิซี(panbesy) ซึ่งกำลังมีความต้องการเพิ่มสูงขึ้น นอกจากนี้ยังพบยาชนิดใหม่คือลอคาเซริน ซึ่งภายในเดือนนี้จะนำเสนอคณะกรรมการวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภท 2 ให้ขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายต่อไป หากมีผู้ลักลอบนำมาจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต จะต้องโทษปรับสูงสุด 2 ล้านบาท และจำคุกสูงสุด 20 ปี