เสี่ยส่งออกเนื้อสัตว์กลับถึงไทยแล้ว หลังถูกอุ้มเรียกค่าไถ่ใน สปป.ลาวนาน 5 วัน (คลิป)

1.08.19 | 18:20 น.

เมื่อเวลา 15.20 น.วันที่ 1 สิงหาคม ที่ด่านพรมแดนเมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว ตรงกันข้าม อ.เชียงของ จ.เชียงราย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ว่าที่ ร.ต.ณรงค์ โรจนโสทร รองผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย พร้อมด้วย พ.ต.อ.ชาญชัย เชาว์เกษม รอง ผบช.ตม.5 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เชียงแสน ตำรวจน้ำ ฝ่ายปกครอง หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) เขตเชียงราย ศปปข.(ส่วนหน้า) ทหารกองกำลังผาเมือง ฯลฯ ได้เดินทางไปยังเมืองห้วยทราย เพื่อรับตัวนายสิงห์แก้ว วงศ์ใหญ่ อายุ 54 ปี ประธานสมาคมส่งออกสัตว์เชียงแสน อ.เชียงแสน ที่ถูกคนร้ายอุ้มลักพาตัวไปเรียกค่าไถ่ 5 ล้านบาทที่ฝั่งเมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว ตรงกันข้าม อ.เชียงแสน ตั้งแต่วันที่ 28 กรกฎาคม ที่ผ่านมาว่า และทางการ สปป.ลาว ช่วยเหลือแล้วนำไปดูแลที่เมืองห้วยทราย เมืองเอกของแขวงบ่อแก้ว ตรงกันข้าม อ.เชียงของ จ.เชียงราย


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้งนี้ ท่านบัวคง นามมะวง เจ้าแขวงบ่อแก้ว ได้ให้เจ้าหน้าที่นำตัวนายสิงห์แก้วที่ได้รับการดูแลเป็นอย่างดีมาส่งมอบให้ ซึ่งฝ่ายไทยได้จัดรถพยาบาลจากโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเชียงของไปรับตัวถึงฝั่งลาว เนื่องจากยังคงได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว บริเวณขาขวาซึ่งมีรอยถูกของมีคม หรือมีด จนมีเลือดปรากฎให้เห็นในคลิปที่คนร้ายส่งมาข่มขู่เพื่อเรียกค่าไถ่ในไลน์โทรศัพท์มือถือของลูกสาว หลังจาก สปป.ลาวได้นำตัวนายสิงห์แก้วมามอบตัวให้แล้ว ว่าที่ ร.ต.ณรงค์ และคณะได้แสดงความขอบคุณทางการ สปป.ลาว จากนั้นได้นำตัวไปยังด่านพรมแดน อ.เขียงของ เพื่อนำเข้าสู่ห้องจัดทำเอกสารเข้าแดน หรือวีซ่า ออน อาร์ไรวัล

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า เมื่อถึงฝั่งไทย เจ้าหน้าที่ได้ใช้รถเข็น หรือวิลล์แชร์ในการนำตัวนายสิงห์แก้วในการเดินทาง เนื่องจากได้รับบาดเจ็บตรงขาขวาจนเดินได้ไม่สะดวก จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวไปประทับตราในหนังสือผ่านแดนระหว่างประเทศ หรือพาสปอร์ต ซึ่งเจ้าหน้าที่ ตม.เชียงของ ได้อำนวยความสะดวกก่อนที่จะพาไปตรวจสุขภาพต่อยังโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเชียงของต่อไป เบื้องต้นนายสิงห์แก้วมีสุขภาพที่แข็งแรงดี มีเพียงอาการบาดเจ็บที่ขา และร่องรอยหญ้า หรือวัชพืชบาดตามตัวช่วงที่หลบหนีการถูกคุมขังจากกลุ่มคนร้าย

โดยการต้อนรับครั้งนี้ มีนางศรีวรรณ วงศ์ใหญ่ ภรรยา อายุ 45 ปี น.ส.รสริน วงศ์ใหญ่ อายุ 27 ปี บุตรสาว และนายประภาส วงศ์ใหญ่ อายุ 22 ปี บุตรชายของนายสิงห์แก้ว พร้อมญาติอีกหลายคนต่างเดินทางไปรอรับตัวที่ อ.เชียงของ เมื่อเห็นหน้านายสิงห์แก้วทุกคนต่างแสดงความดีใจ และบางคนถึงกับร้องไห้

Advertisement

นายสิงห์แก้ว กล่าวสั้นๆ ว่า ไม่อยากพูดสิ่งใดในช่วงนี้ เพราะยังมีอาการเพลีย และมีอาการป่วยที่เพิ่งหายจากเส้นเลือดสมองตีบ อาการบาดเจ็บของตนดีขึ้นแล้ว และไม่ทราบว่าบุคคลที่เข้าไปลักพาตัวไปนั้นเป็นใคร ทราบแต่เป็นคนจีน ซึ่งตนไม่เคยรู้จักมาก่อนเลย รวมทั้ง ไม่ทราบว่าอุ้มตัวไปเรื่องใด คนร้ายไม่ได้บอกว่าเรื่องใด เพียงแต่ต้องการจะเอาเงินอย่างเดียวเท่านั้น

ว่าที่ ร.ต.ณรงค์ กล่าวว่า การช่วยเหลือนายสิงห์แก้วครั้งนี้ ประสบความสำเร็จได้ด้วยการที่เจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ทั้งตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง ฯลฯ ร่วมมือกันทุกฝ่าย รวมทั้ง อาศัยความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทย-สปป.ลาว ทั้งระดับส่วนกลาง และท้องถิ่น โดยเฉพาะจัดประเพณีท้องถิ่นร่วมกันอยู่เป็นประจำ รวมทั้ง เจ้าหน้าที่ สปป.ลาว นำโดยเจ้าแขวงบ่อแก้วที่ให้การช่วยเหลืออย่างดี กระทั่งเมื่อทางการ สปป.ลาวสอบปากคำนายสิงห์แก้วแล้วเสร็จ จึงส่งมอบตัวกลับมาดังกล่าว ในส่วนของการสืบสวนคดีความนี้ คงเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยญาติได้แจ้งความเอาไว้ที่ สภ.เชียงแสน ส่วน สปป.ลาว จะสืบสวนคลี่คลายคดีต่อไป โดยทางการไทยยินดีจะให้ความร่วมมือในการจัดส่งข้อมูลให้ต่อไป โดยเบื้องต้นยังไม่ได้ขอข้อมูลใดเพิ่มเติม

ด้าน พ.ต.อ.ชาญชัย กล่าวว่า ผบช.สตม.ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการในเรื่องนี้ให้สำเร็จอย่างเต็มที่ และหลังจากเหตุการณ์นี้ เจ้าหน้าที่ไทย-สปป.ลาว ยังคงมีความสัมพันธ์ในด้านต่างๆ ด้านกิจการชายแดน โดยจัดประชุมหารือกันอย่างต่อเนื่อง และคงจะหยิบยกประเด็นนี้เข้าไปหารือด้วย เพื่อจะได้ช่วยกันป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่เป็นผลดีต่อไปทำให้ประชาชน นักธุรกิจ หรือนักท่องเที่ยวทั่วไป สามารถมั่นใจได้ว่าชายแดนด้านนี้มีความปลอดภัยอย่างแน่นอนต่อไป