กรณีที่ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งยืนตามศาลปกครองกลางไม่รับคำร้องของบริษัท ลาภประทาน จำกัด และ บริษัท ทับทิมทร จำกัด ซึ่งเป็นเจ้าของโรงแรมดิเอทัส บางกอก และเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ ดิ เอทัส เรสซิเดนซ์ ในซอยร่วมฤดี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร ที่ยื่นคำร้องคัดค้านคำสั่งควบคุมอาคารโรงแรมดิเอทัส เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2561 เป็นผลให้กรุงเทพมหานคร (กทม.) ต้องรื้อถอนอาคารดังกล่าว แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีความคืบหน้า และล่าสุดผู้อำนวยการเขตปทุมวัน ได้ยื่นเรื่องต่อสำนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร เพื่อขอรังวัดที่ดินอีกครั้ง ซึ่งนัดในวันที่ 1 สิงหาคม 2562 นั้น

เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม ที่บริเวณซอยร่วมฤดี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทนายความเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ศูนย์พิทักษ์สิทธิผู้บริโภค มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค (มพบ.) และผู้ที่ได้รับความเสียหายจากการก่อสร้างอาคารสูงในซอยร่วมฤดี เข้ายื่นขอคัดค้านการรังวัดที่ดินของสำนักงานเขตปทุมวัน ต่อ นายธวัช ล้อถาวร หัวหน้าฝ่ายรังวัดที่ดิน สำนักงานที่ดินฯ
สำหรับเหตุผลของการคัดค้านคือ 1.เขตปทุมวันเคยมีหนังสือถึงสำนักงานที่ดินฯ ให้รังวัดที่ดินจากปากซอยร่วมฤดี ด้านถนนเพลินจิต เลยซอยร่วมฤดี 2 ไปจนถึงที่ตั้งโรงแรมดิเอทัส ซึ่งสำนักงานที่ดินฯ มีหนังสือตอบเขตปทุมวันว่า ความกว้างของเขตทางของซอยร่วมฤดีนั้นมีภูมิประเทศเป็นเขตทางอยู่แล้ว จึงไม่ทำการรังวัดให้ 2.เมื่อปลายปี 2550 ได้มีการรังวัด ในเขตซอยร่วมฤดีตั้งแต่ด้านถนนเพลินจิต ไปจนถึงโรงแรมดิเอทัสแล้ว 3.ในคดีหมายเลขดำที่ 1475/2551 หมายเลขแดงที่ 208/2555 คดีระหว่าง นพ.สงคราม ทรัพย์เจริญ ที่ 1 กับพวกรวม 24 คน ผู้ฟ้องคดี บริษัท ลาภประทานฯ ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน ผู้ร้องสอดผู้อำนวยการเขตปทุมวัน ที่ 1 และผู้ว่าฯ กทม. ที่ 1 ผู้ถูกฟ้องคดี มีประเด็นข้อพิพาทว่าซอยร่วมฤดี มีความกว้างเท่าใด ศาลจึงได้มีคำสั่งให้รังวัดความกว้างของซอยร่วมฤดี นำมาเปรียบเทียบกับแผนที่ทางอากาศแล้วพบว่าตรงกัน และคู่ความทุกฝ่ายร่วมทั้งสำนักงานเขตปทุมวัน และผู้ว่าฯ กทม. ก็ได้ลงชื่อรับรองความถูกต้อง 4.ในคดีหมายเลขดำที่ 931/2558 คดีหมายเลขแดงที่ 1313/2558 คดีระหว่าง บริษัท ลาภประทานฯ ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน ผู้ฟ้องคดี นางสุภาวดี ชัยชนะวงศ์ ที่ 1 กับพวกรวม 9 คน ผู้ร้องสอด ผู้อำนวยการเขตปทุมวัน ที่ 1 และผู้ว่าฯ กทม. ที่ 1 ผู้ถูกฟ้องคดี โดยกล่าวหาว่าผู้ถูกฟ้องคดีทั้ง 2 ละเลยต่อหน้าที่ที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ ปล่อยให้ผู้ร้องสอดกับพวกรุกล้ำทางสาธารณะซอยร่วมฤดี ศาลปกครองกลางจึงได้มีคำสั่งให้รังวัดที่ดินในซอยร่วมฤดีอีกครั้ง ปรากฏว่าเนื้อที่ที่ดินคงเดิมตามโฉนด ไม่ได้รุกล้ำ และได้ความกว้างของซอยร่วมฤดี เป็นไปตามที่เคยรังวัดไว้

น.ส.นฤมล เมฆบริสุทธิ์ หัวหน้าศูนย์พิทักษ์สิทธิผู้บริโภค มพบ. กล่าวว่า มพบ.ได้รับการติดต่อจากผู้ร้องเรียนในซอยร่วมฤดี เนื่องจากสำนักงานที่ดินจะทำการรังวัดที่ดินในซอยร่วมฤดีตั้งแต่ปากซอยร่วมฤดี ที่ได้รับการร้องขอให้ทำรังวัดที่ดินจาก กทม. โดยอ้างสาเหตุว่าพื้นที่ของสถานฑูตอเมริการุกล้ำที่ดินสาธารณะ ซึ่ง มพบ. และกลุ่มผู้ร้องเรียนไม่เห็นว่าเหตุผลดังกล่าวจะมีความจำเป็นที่ต้องรังวัดที่ดินใหม่ เนื่องจากการอนุญาตให้ใช้สถานที่เป็นการอนุญาตโดยสำนักงานเขต และก่อนจะมีการเปิดใช้อาคารต่างๆ ที่มีการขออนุญาตก่อสร้าง สำนักงานเขตจะต้องตรวจสอบก่อนอนุญาตให้ใช้ ด้วยเหตุนี้จึงต้องยื่นคัดค้านการรังวัดซ้ำซ้อน และหากต้องรังวัดจริง ควรรังวัดจากพื้นที่มีการร้องเรียนมากกว่า
“ในส่วนการรื้อถอนโรงแรมดิเอทัส ที่ศาลมีคำสั่งให้ดำเนินการนั้น จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการดำเนินการ และยังมีการใช้อาคารดังกล่าว จึงขอให้ผู้ว่าฯ กทม.เร่งรัดดำเนินการหรือสั่งให้ผู้ประกอบการดำเนินการตามคำสั่งศาล” น.ส.นฤมล กล่าว

