ภาคประชาสังคม ตัดเกรด ‘คะแนนซุปเปอร์มาร์เก็ตไทยต่ำ’ เหตุเน้นทำ CSR เมินปรับนโยบาย

2.08.19 | 19:01 น.

ภาคประชาสังคม ตัดเกรด ‘คะแนนซุปเปอร์มาร์เก็ตไทยต่ำ’ เหตุเน้นทำ CSR เมินปรับนโยบาย

เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม ที่ห้องวิกเตอร์ 3 ศูนย์ประชุมวิกเตอร์คลับ อาคาร FYI Center ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพฯ “กินเปลี่ยนโลก” มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค และองค์การอ็อกแฟมในประเทศไทย จัดแคมเปญ “ซุปเปอร์มาร์เก็ตที่รัก” แถลงข่าวเปิดตัวผลการประเมินนโยบายด้านสังคมของ 8 ซุปเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำในประเทศไทย ประจำปี 2562 ซึ่งครอบคลุมตัวชี้วัดใน 4 มิติ ได้แก่ ความโปร่งใส สิทธิแรงงาน เกษตรกรรายย่อย และสิทธิสตรี

โดยระบุว่าในภาพรวมซุปเปอร์มาร์เก็ตไทยยังทำคะแนนได้ไม่ดีนัก เนื่องจากมีซุปเปอร์มาร์เก็ตถึง 4 ราย ที่ไม่ได้คะแนนในการประเมินครั้งนี้ สำหรับซุปเปอร์มาร์เก็ตที่ได้คะแนนจากการประเมินประจำปีนี้ ได้แก่ CP Freshmart มีมิติความโปร่งใส 2 คะแนน มิติสิทธิแรงงาน 6 คะแนน และมิติเกษตรกรรายย่อย 3 คะแนน, Makro มีมิติความโปร่งใส 3 คะแนน มิติสิทธิแรงงาน 3 คะแนน และมิติเกษตรกรรายย่อย 4 คะแนน, Tesco มีมิติความโปร่งใส 10 คะแนน มิติสิทธิแรงงาน 14 คะแนน มิติเกษตรกรรายย่อย 5 คะแนน และมิติสิทธิสตรี 6 คะแนน และ Tops มีมิติสิทธิสตรี 1 คะแนน

น.ส.ทัศนีย์ แน่นอุดร บรรณาธิการนิตยสารฉลาดซื้อ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวว่า ประเด็นเรื่องความเป็นธรรมและยั่งยืนเป็นเทรนด์ที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตระดับโลกกำลังให้ความสำคัญ เช่น การใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) ในการตรวจสอบย้อนกลับเส้นทางอาหาร ใช้ผลิตภัณฑ์ทางการเงินระดมทุนในการพัฒนาความยั่งยืน และการศึกษาวิจัยรายได้ที่เหมาะสมต่อการดำรงชีวิตของคนที่ทำงานบนเส้นทาง เป็นต้น ขณะที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตในไทยยังไม่ให้ความสำคัญเท่าที่ควร เห็นได้จากคะแนนประเมินนโยบายด้านสังคมล่าสุดที่ภาพรวมยังอยู่ในเกณฑ์ต่ำ เนื่องจากส่วนใหญ่ยังทำประเด็นความยั่งยืนกันในลักษณะกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) เป็นครั้งคราวเท่านั้น ไม่ได้กำหนดไว้ในนโยบายของบริษัทเพื่อให้เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจหลักแต่อย่างใด

โดย น.ส.ทัศนีย์ยังเรียกร้องให้บรรดาซูเปอร์มาร์เก็ตสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค ว่าการซื้อตรงจากเกษตรกร (Direct Sourcing) เป็นไปอย่างเป็นธรรมและมีความรับผิดชอบ เพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำและพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกร เช่น กรณีสหกรณ์ท่ายาง จ.เพชรบุรี ที่มีการรวมกลุ่มเกษตรกรส่งขายให้กับซุปเปอร์มาร์เก็ตอย่างเป็นระบบ ระบุที่มาของผลผลิต ทำให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ โดยกลุ่มเกษตรกรสามารถกำหนดราคาขายที่พอใจได้เองแสดงให้เห็นว่าการซื้อตรงอย่างเป็นธรรมและรับผิดชอบสามารถทำได้จริงในประเทศไทย

Advertisement

ด้าน น.ส.กิ่งกร นรินทรกุล ณ อยุธยา รองผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี และผู้ประสานงานเครือข่าย กินเปลี่ยนโลก เปิดเผยว่า แม้ซุปเปอร์มาร์เก็ตหลายเจ้าในประเทศไทยตอนนี้จะบอกว่ามีการซื้อตรงจากเกษตรกร แต่การซื้อตรงยังไม่สามารถเป็นหลักประกันว่าเกิดความเป็นธรรมต่อเกษตรกรผู้ผลิต จำเป็นที่จะต้องมีการเปิดเผยข้อมูลเพื่อให้ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบได้ เนื่องจากซุปเปอร์มาร์เก็ตมีอิทธิพลสูงในกระบวนการผลิตและจำหน่ายอาหาร ซึ่งส่งผลกระทบต่อคนจำนวนมากในฐานะผู้บริโภค จึงต้องการความมั่นใจว่าทุกการกระทำและคำโฆษณาของซุปเปอร์มาร์เก็ตเป็นความจริง โปร่งใส และตรวจสอบได้