กทม.วอนประชาชนอย่าตื่นตระหนก ขอความร่วมมือเป็นหูเป็นตา สอดส่องวัตถุต้องสงสัย

3.08.19 | 16:52 น.

กทม.วอนประชาชนอย่าตื่นตระหนก ขอความร่วมมือเป็นหูเป็นตา สอดส่องวัตถุต้องสงสัย

วันที่ 3 สิงหาคม ที่ห้องเจ้าพระยา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) นางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร (กทมป) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยมี หน่วยงานในสังกัดกรุงเทพมหานคร และ 50 สำนักงานเขต ร่วมประชุมว่า สืบเนื่องจากที่ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้เปิดศูนย์ติดตามสถานการณ์กรุงเทพมหานครเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม รวมทั้งกรุงเทพมหานครได้มีหนังสือสั่งการทางวิทยุ (ว.8) แจ้งแนวทางปฏิบัติให้หน่วยงานต่างๆ ของกรุงเทพมหานครนำไปปฏิบัติไปแล้ว วันนี้จึงได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสำนักงานเขต มารายงานสถานการณ์และผลการปฏิบัติของหน่วยงาน เพื่อให้ทุกหน่วยงานรับทราบสถานการณ์ร่วมกัน นอกจากนี้ในที่ประชุมยังได้กำชับให้เตรียมความพร้อมทั้งกำลังคน อุปกรณ์ เครื่องมือ ให้พร้อมในการอำนวยความสะดวก ดูแลชีวิตและป้องกันชีวิตและทรัพย์สินของประขาชน รวมทั้งพร้อมให้การสนับสนุนหน่วยงานฝายความมั่นคงที่อาจร้องขอรับการสนับสนุนการปฏิบัติงาน โดยเฉพาะพื้นที่ชั้นใน และพื้นที่ที่เกิดเหตุ

นางศิลปสวย กล่าวว่า นอกจากนี้ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่เทศกิจเพิ่มความถี่การตรวจตราเฝ้าระมัดระวัง ตลอดจนให้เจ้าหน้าที่รักษาความสะอาดช่วยเฝ้าระวังสอดส่องวัตถุหรือบุคคลต้องสงสัย ทั้งนี้ให้บูรณาการการทำงานกับอาคารสำนักงาน อาคารขนาดใหญ่ ศูนย์การค้าแหล่งชุมนุมคน เพื่อตรวจสอบกล้องวงจรปิดของแต่ละหน่วยงานให้สามารถใช้งานได้เต็มที่เพื่อการติดตามเฝ้าระวังสิ่งผิดปกติ และให้ประสานการทำงานกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ทั้งทหาร ตำรวจ ภาคประชาชน ร่วมกันเป็นหูเป็นตา สำรวจ สิ่งผิดปกติ หากพบให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ อย่างเข้าไปจับหรือสัมผัส อย่างไรก็ตามขออย่าให้ประชาชนความตื่นตระหนก แต่ขอให้มั่นใจว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งตำรวจ ทหาร และกรุงเทพมหานครจัดเจ้าหน้าที่ดูแลอย่างเข้มงวดและติดตามสถานการณ์อย่าใกล้ชิด พร้อมดูและความปลอดภัยของประชาชนเต็มที่

Advertisement

นางศิลปสวย กล่าวว่าในส่วนของการเยียวยาผู้ได้รับบาดเจ็บซึ่งเป็นบุคลากรของกรุงเทพมหานคร หลังเกิดเหตุวานนี้ นางเรณู ซื่อสัตย์ ผู้อำนวยการเขตสวนหลวง ได้ติดตามอาการ ให้กำลังใจ และดูแลด้านสวัสดิการต่างๆ แก่เจ้าหน้าที่ที่ประสบหตุระเบิด เบื้องต้น สำนักงานเขตสวนหลวงได้ให้การช่วยเหลือเบื้องต้นรายละ 5,000 บาท พร้อมทั้งประสานเงินช่วยเหลือเพิ่มเติม โดยสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กทม.มอบเงินเยียวยากรณีประสบอุบัติภัย อีกรายละ 3,000 บาท นอกจากนี้ยังได้ประสานกองทุนส่งเสริมสุขภาพช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาลตามจริงรายละไม่เกิน 40,000 บาท และสิทธิประกันสังคมกรณีเจ็บป่วยฉุกเฉิน จากกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ นอกจากนี้จะพิจารณาความช่วยเหลือจากสมาคมข้าราชการและลูกจ้างกรุงเทพมหานครเพิ่มเติมต่อไป

 

“สำหรับความคืบหน้าอาการผู้ได้รับบาดทั้งหมดนั้นพบว่าอยู่ในความดูแลของแพทย์โดยใกล้ชิดโดย นายชนะใจ เลาะหมุด ซึ่งประสบเหตุบริเวณใต้สถานี BTS ช่องนนทรี เข้าพักรักษาอาการที่โรงพยาบาลวิภาราม พัฒนาการ แพทย์ได้ทำการผ่าตัดเอาเศษวัตถุแปลกปลอมออกแล้ว อาการทั่วไปดี ช่วยเหลือตัวเองได้ นายเอกรินทร์ ยะสันเที๊ยะ ซึ่งประสบเหตุหน้าอาคารมหานคร คิงพาวเวอร์ เข้าพักรักษาอาการที่ โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ มีแผลที่ข้อเท้าขวา กระดูกข้อเท้าร้าว ซึ่งแพทย์ได้ทำการผ่าตัดเอาเศษวัตถุแปลกปลอมออกแล้วและใส่เฝือก สำหรับเหตุบริเวณถนนพระราม 9 ซอย 57/1 ผู้ได้รับบาดเจ็บเข้าพักรักษาในโรงพยาบาล 3 ราย ได้แก่ นางสุนทร รอดเสียงล้ำ เข้าพักรักษาอาการที่โรงพยาบาลสิรินธร มีอาการแผลถลอกที่กระจกตา และเยื่อแก้วหูทะลุ ได้รับการรักษาแล้ว ขณะนี้ยังมีอาการตาขวาแดง หูอื้อแต่ไม่มีอาการบาดเจ็บอื่นใด น.ส.คิสนา ผ่องสีใส มีอาการแผลถลอกที่กระจกตา และเยื่อแก้วหูทะลุ อาการทั่วไปรู้สึกตัวดี ยังคงอยู่ในการดูแลของแพทย์เฉพาะทาง หูตา คอจมูก และน.ส.ศศินิภา เพชรทองหลาง เข้าพักรักษาอาการที่โรงพยาบาลวิภาราม มีอาการเยื่อแก้วหูทะลุ อาการทั่วไปรู้สึกตัวดี ขณะนี้อยู่ในการดูแลของแพทย์เฉพาะทาง หูตา คอจมูก” นางศิลปสวย กล่าว

นางศิลปสวย กล่าวว่า กรุงเทพมหานครได้ กำชับบุคลากรที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ทั้งหมด รวมถึงขอความร่วมมือประชาชน หากพบวัตถุต้องสงสัย อาทิ หีบห่อ กระเป๋าเดินทาง หรือวัตถุอื่นๆ ที่ไม่มีเจ้าของ ไม่เคยปรกฎมาก่อน ดูภายนอกไม่เรียบร้อยหรือผิดปกติ ตั้งวางในลักษณะผิดที่ผิดทาง ห้ามแตะต้องหรือเคลื่อนย้ายโดยเด็ดขาด ให้รีบออกจากพื้นที่นั้น และแจ้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร หรือสำนักงานเขตพื้นที่ หรือโทรแจ้ง 191 หรือ 1599 และหากพบผู้ป่วยฉุกเฉินหรือได้รับอุบัติเหตุหรือได้รับบาดเจ็บจากเหตุไม่สงบหรือเหตุอื่นใดให้โทรแจ้งสายด่วน 1669 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ทั้งนี้ สำหรับคำสั่งกรุงเทพมหานคร เรื่อง จัดตั้งศูนย์อำนวยการติดตามสถานการณ์กรุงเทพมหานคร ณ ห้องเจ้าพระยา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เพื่อเป็นการเฝ้าระวัง ติดตามสถานการณ์รักษาความสงบเรียบร้อย และรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน โดยมี พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นผู้อำนวยการศูนย์ นางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร นายขจิต ชัชวานิชย์ นายสมภาคย์ สุขอนันต์ เป็นรองผู้อำนวยการศูนย์ ที่ปรึกษาศูนย์ฯ ประกอบด้วย ดร.วัลลภ สุวรรณดี ประธานที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พล.ต.ท.โสภณ พิสุทธิวงษ์ และนายสกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พล.ต.ต.ภารุรัตน์ มีเพียร ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายโกสิณ เทศวงษ์ ผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พลตรี มนัส จันดี รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในกรุงเทพมหานคร และหมีผู้บัญชาการเหตุการณ์ ในแต่ละวัน มีหน้าที่อำนวยการ ประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งของกรุงเทพมหานคร และหน่วยงานภายนอก เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาตามอำนาจหน้าที่ รวมทั้งรับรายงานเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ และรายงานเหตุการณ์ให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครทราบทันที

นอกจากนี้ให้หน่วยงานและส่วนราชการของกรุงเทพมหานครที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักเทศกิจ สำนักการจราจรและขนส่ง สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักการแพทย์ สำนักอนามัย สำนักสิ่งแวดล้อม สำนักการระบายน้ำ สำนักการโยธา สนับสนุนการดำเนินงานของศูนย์ โดยจัดเจ้าหน้าที่มาประจำศูนย์ ตลอด 24 ชั่วโมง โดบในเบื้องต้นให้จัดตั้งศูนย์ฯ ถึงวันที่ 15 สิงหาคม และอาจขยายต่อหากเหตุการยังไม่เรียบร้อยดี ในส่วนของสำนักงานเขตที่มีเหตุการณ์ความไม่สงบ ให้รายงานสถานการณ์ พร้อมจำนวนผู้ได้รับบาดเจ็บ และการปฏิบัติงานของเขตให้ศูนย์ทราบอย่างต่อเนื่อง จนกว่าเหตุการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ และให้ทุกหน่วยงานและส่วนราชการ กำชับเจ้าหน้าที่อยู่เวรรักษาความปลอดภัยให้เพิ่มความเข้มงวดในการปฏิบัติหน้าที่ หากมีเหตุการณ์ปกติให้รายงานศูนย์ฯทันที