เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 5 สิงหาคม ที่กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) พญ.พรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยถึงกรณีโรงเรียนแห่งหนึ่งใน ต.วังท่าช้าง อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี นำไข่พะโล้บูดมาล้างน้ำ แล้วนำกลับมาต้มใหม่ให้นักเรียนกิน ในโครงการอาหารกลางวัน ว่า สำหรับอาหารกลางวันในเด็กนักเรียน จะต้องเป็นอาหารที่ปลอดภัย มีแหล่งที่มาของอาหารปลอดภัย และผ่านกระบวนการผลิตอาหารที่ถูกต้องและเหมาะสม ก่อนนำมาปรุงอาหารให้แก่เด็ก โดยอาหารจะต้องพร้อมรับประทาน หรือพร้อมเสิร์ฟทันที ไม่ควรปรุงอาหารค้างไว้เป็นระยะเวลานาน หรือปรุงอาหารค้างคืน เนื่องจากสภาพอากาศของประเทศไทยค่อนข้างร้อนจัด จะทำให้อาหารเสียหรือบูดได้ง่าย ดังนั้น การเสิร์ฟอาหารให้แก่นักเรียนวันต่อวัน จึงเป็นวิธีการป้องกันอาหารเสียได้ดีที่สุด ทั้งนี้ เมื่อเด็กรับประทานอาหารบูด จะส่งผลกระทบต่อเด็กโดยตรง โดยเด็กจะเกิดอาการท้องเสีย เนื่องจากเชื้อโรคที่มีอยู่ในอาหาร และประเด็นสำคัญคือ จะสร้างประสบการณ์ที่ไม่ดีต่อเด็ก ทำให้เด็กไม่อยากรับประทานอาหาร ท้ายสุดจะทำให้เด็กขาดสารอาหารในร่างกาย ซึ่งเด็กเป็นวัยที่ยังเจริญเติบโต มีความต้องการพลังงานและสารอาหารที่เพียงพอมากกว่าผู้ใหญ่ พ่อแม่ ผู้ปกครอง
“เมนูไข่พะโล้ เป็นเมนูโปรดของเด็ก และเป็นเมนูอาหารยอดนิยมในโรงเรียน ซึ่งในไข่และเนื้อสัตว์เป็นอาหารที่ทำให้เด็กได้คุณค่าทางโภชนาการ ส่วนตัวไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น เพราะเมนูไข่พะโล้เป็นเมนูที่ดี อย่าทำให้เด็กเกลียดเมนูไข่พะโล้” พญ.พรรณพิมลกล่าว และว่า ที่ผ่านมา กรมอนามัยได้จัดทำเมนูอาหารอาหารที่เหมาะสม ทำได้ง่ายและถูกหลักโภชนาการ 7 ชุดเมนูด้วยกัน ซึ่งจะช่วยให้โรงเรียนมีทางเลือกในการจัดเมนูอาหารกลางวันเด็กมากขึ้น หากทางโรงเรียนมีความเข้าใจในวัตถุดิบภายในพื้นที่ จะช่วยให้การจัดหาแหล่งอาหาร นำมาจัดสรรเป็นอาหารกลางวันที่เหมาะสมแก่เด็กได้ ขณะเดียวกัน กรมอนามัย ยังพยายามส่งเสริมชุดความรู้ในการบริหารจัดการห้องครัวในโรงเรียนในต้นทุนที่โรงเรียนมีอยู่อย่างจำกัด ทั้งการจัดสรรอาหารกลางวันในมื้อเช้าและมื้อบ่าย รวมถึงทางชุมชนยังสามารถช่วยสนับสนุนวัตถุดิบเพื่อให้โรงเรียนนำมาจัดทำอาหารกลางวัน
พญ.พรรณพิมลกล่าวถึงข้อแนะนำในการสังเกตอาหารบูด ว่า 1.ให้สังเกตจากกลิ่นของอาหาร หากมีกลิ่นที่แปลกไป ให้สันนิษฐานว่าเป็นอาหารบูด ซึ่งเรื่องของกลิ่นมองว่า เมื่อครูหรือแม่ครัวเปิดหม้อแกงได้กลิ่น ก็สามารถรู้เบื้องต้นว่าอาหารเสีย 2.สังเกตหน้าตาอาหารเปลี่ยนไป เช่น มีฟองอากาศเล็กๆ ลอยอยู่บนอาหาร และ 3.เมื่อตักชิมคำแรก หรือแตะสัมผัสรสชาติ ซึ่งน้ำแกงจะสามารถรับรู้รสได้เร็ว หากสัมผัสถึงรสชาติที่เปลี่ยนไป หรือมีรสสัมผัสผิดปกติ ให้รีบแจ้งครูทันที

