เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีข่าวว่าชาวบ้านร้องเรียนให้ขับไล่นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (นพ.สสจ.) กาฬสินธุ์ ที่ไม่อนุมัติให้โรงพยาบาล (รพ.) กมลาไสย จัดซื้อยาจนชาวบ้านขาดยา ต้องไปยืมเพื่อนบ้านกิน ว่า ข่าวที่ออกมานั้นรุนแรงกว่าความเป็นจริง ขณะนี้การจ่ายยาให้ผู้ป่วยกลับเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว ส่วนเรื่องของการสืบหาข้อเท็จจริง นำไปสู่การที่ชาวบ้านรวมตัว ขับไล่ นพ.สสจ.กาฬสินธุ์ ออกจากตำแหน่ง
“เบื้องต้น ขอเวลาให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน หากพบว่าเกิดจากความสะเพร่า มีข้อบกพร่อง เกิดเจตนาไม่ดี เจอกันแน่” นายอนุทิน กล่าว
นายอนุทิน ยังกล่าวภายหลังเป็นประธานประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) ครั้งแรกหลังเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการ สธ.ว่า มีแนวคิดเชิงนโยบายให้ผู้ป่วยไปรับยาที่ร้านขายยาทั่วประเทศเพื่อลดความแออัดภายในโรงพยาบาล เนื่องจากทุกวันนี้ทราบกันอยู่แล้วว่าการรอคิวพบแพทย์ใช้เวลากว่าค่อนวัน ซึ่งการอยู่โรงพยาบาลเป็นเวลานานไม่ใช่เรื่องดี เพราะกว่าจะพบแพทย์แล้วกว่าจะได้รับยาก็ช้า จึงมีแนวคิดที่จะให้ผู้ป่วยนำไปสั่งยาไปรับยากับร้านขายยาที่ขึ้นทะเบียนกับ สธ. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ที่มีอยู่ 20,000 แห่งทั่วประเทศ เพื่ออำนวยความสะดวกประชาชนให้มากที่สุด และลดระยะเวลาการรับการรักษาในโรงพยาบาล
“เบื้องต้น ใบสั่งยาที่ผู้ป่วยจะสามารถนำไปรับยาได้จะเป็นยาทั่วไปที่อยู่ในบัญชียาหลักของ สปสช. โดยหลังจากที่ สปสช. จ่ายเงินให้แก่โรงพยาบาลแล้ว ก็จะโอนเงินไปให้ร้านขายยา ส่วนยาเฉพาะทางก็ยังรับยาที่โรงพยาบาลเช่นเดิม ขณะนี้มีร้านขายยานำร่องที่ใช้ระบบดังกล่าว 36 แห่งกระจายในพื้นที่กรุงเทพมหานคร” นายอนุทิน กล่าว

