กรณีคนร้ายลอบวางระเบิดรอบพื้นที่กรุงเทพฯ ต่อเนื่องนนทบุรี จนมีผู้บาดเจ็บไม่ต่ำกว่า 3 ราย ในห้วงวันที่ 1-2 สิงหาคมที่ผ่านมา และตำรวจสามารถจับกุม 2 ผู้ต้องสงสัยชาว จ.นราธิวาส ซึ่งเป็นผู้วางวัตถุระเบิดหน้าป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) ตามที่ได้เป็นข่าวไปนั้น
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 6 สิงหาคม ที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บก.สส.บช.น.) พ.ต.อ.กำธร อุ่ยเจริญ รองผู้บังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บก.สปพ.บช.น.) พร้อมเจ้าหน้าที่กลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด(อีโอดี) เดินทางติดตามข้อมูลรูปแบบและชนิดของระเบิดจากเหตุสร้างสถานการณ์ดังกล่าวเพื่อไปเปรียบเทียบกับเหตุการณ์สร้างความไม่สงบที่เคยเกิด โดย พ.ต.อ.กำธร ปฏิเสธไม่ให้ข้อมูล และกล่าวสั้นๆ เพียงว่าผู้บังคับบัญชาจะเป็นคนให้ข้อมูลเท่านั้น
รายงานข่าวเปิดเผยว่า หน่วยอีโอดีได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุแต่ละจุดคือ หน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พบระเบิด 2 ลูก อาคารบี ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ 2 ลูก กองบัญชาการกองทัพไทย 2 ลูก บริเวณสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสช่องนนทรี และลานจอดรถหน้าอาคารคิงเพาเวอร์มหานครอีก 2 ลูก รวมทั้งหมดไม่ต่ำกว่า 8-9 ลูก โดยในที่นี้เก็บกู้ได้ 3 ลูกนั้น พบหลักฐานสำคัญที่อาจเชื่อมโยงกับเหตุระเบิดในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ ไอซีไทมเมอร์(สวิตซ์หน่วงเวลา) รวมถึงรูปแบบการประกอบและวัสดุที่ใช้ทำระเบิด อย่างไรก็ตาม ยังต้องรอรายละเอียดเชิงลึก ประกอบกับผลทางนิติวิทยาศาสตร์มายืนยันอีกครั้ง เนื่องจากคำให้การของสองผู้ต้องสงสัยชาวจังหวัดนราธิวาส ที่ลอบวางระเบิดหน้าป้าย ตร. ยังคงไม่สอดคล้องกันกับพยานต่างๆ ที่ตรวจพบ

