เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีชาวบ้าน อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ เรียกร้องให้มีการขับไล่นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (นพ.สสจ.) กาฬสินธุ์ ออกจากพื้นที่ เนื่องจากไม่อนุมัติให้โรงพยาบาล (รพ.) กมลาไสย จัดซื้อยาจนผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง มะเร็ง ไม่มียา และต้องไปยืมยาจากเพื่อนบ้านมากิน โดยเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้ให้ทีมผู้ตรวจราชการ สธ. เขตสุขภาพที่ 7 ลงพื้นที่ตรวจสอบเรื่องดังกล่าวเพื่อรายงานต่อคณะผู้บริหาร สธ.นั้น
เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 6 สิงหาคม นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัด สธ. เปิดเผยภายหลังหารือร่วมกับ นพ.อิทธิพล สูงแข็ง ผู้ตรวจราชการ สธ.เขตสุขภาพที่ 7 ว่า จากการสอบสวนปัญหาเรื่องการขาดยา สธ.ได้ร่วมมือกับหน่วยงานอื่นๆ เช่น สำนักงบประมาณ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) พบว่า การจัดซื้อยาของ รพ.กมลาไสย มีความผิดปกติ โดยการขาดยาเป็นผลพวงจากที่มีการทุจริตและไม่โปร่งใสในการจัดซื้อยา ตั้งแต่ปี 2557 และยังมีการค้างหนี้บริษัทยาหลายล้านบาท ทำให้บริษัทยาบางแห่งไม่ยอมส่งยาให้ทั้งๆ ที่มีงบประมาณ และอนุญาตให้จัดซื้อยาได้ตามปกติ โดยได้เสนอให้แต่งตั้งคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงและคณะกรรมการสอบวินัยทุกคน ทุกระดับ ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการจัดซื้อ ตั้งแต่ระดับผู้บริหารลงไป ภายในสัปดาห์นี้ ทั้งนี้ ได้อายัดเอกสารทั้งหมดเพื่อตรวจสอบตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา แต่ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดรายชื่อบุคคลว่ามีใครบ้าง และยังบอกไม่สามารถบอกได้ว่ามีทั้งหมดกี่คน ย้ำว่าบางคนแม้ลาออกแล้ว แต่หากพบความผิดจริงก็เอาผิดย้อนหลัง
“หากผู้ป่วยรายใดที่มีปัญหายาขาด ให้มารับที่ รพ.กมลาไสยได้เลย อย่ายืมยา หรือใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์ร่วมกับผู้ป่วยรายอื่น เพราะจะเกิดการติดเชื้อ และเป็นอันตราย” นพ.สุขุม กล่าว

ด้าน นพ.อิทธิพล กล่าวว่า ยืนยันว่า ขณะนี้ไม่มีปัญหาขาดแคลนยาของ รพ.กมลาไสย แล้ว เพราะจัดสรรงบประมาณจากส่วนกลาง 20 ล้านบาท เพื่อแก้สภาพคล่อง โดยใช้วิธีให้โรงพยาบาลแม่ข่ายจัดซื้อยาแทน รวมทั้งยืมยาจาก รพ.กาฬสินธุ์ รพ.สมเด็จ รพ.ยางตลาด และสั่งซื้อจากบริษัทยา ซึ่งทำให้มียาเพียงพอจ่ายให้กับผู้ป่วยมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ทั้งนี้ จะลงพื้นที่เพื่อสอบถามรายละเอียดจากผู้ป่วยอีกครั้งว่า เหตุใดจึงมีการยืมยากันกินเกิดขึ้น ทั้งที่แก้ปัญหาแล้ว ซึ่งต้องพิจารณาเป็นรายบุคคล

