เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนมาจากผู้ปกครองระดับชั้น ม.5 โรงเรียนเบญจมราชูทิศ ซึ่งเป็นโรงเรียนประจำ จ.นครศรีธรรมราช ว่าในช่วงที่โรงเรียนใกล้จะมีกิจกรรมการแข่งขันกีฬาสี หรือกีฬาพรรค เด็กจะทำกิจกรรมกันหนักมาก จุดประสงค์หลักคือเพื่อให้สีหรือพรรคของตัวเองได้รับชัยชนะ ซึ่งไม่ถูกต้องนัก ในเรื่องจุดประสงค์ของการแข่งขันกีฬาที่ต้องการให้เด็กๆ รู้แพ้รู้ชนะ และสิ่งที่ผู้ปกครองมีความกังวลใจอย่างมากในเวลานี้ก็คือ กิจกรรมไหว้ขอพรจากผีตาผียายจากธงประจำสี หรือธงประจำพรรค เป็นกิจกรรมที่เพิ่งจะเกิดขึ้นเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา และถูกนำมาเป็นข้ออ้างกันว่าเป็นประเพณีสืบทอดที่ต้องทำเพื่อให้พรรคได้รับชัยชนะ
ผู้ปกครองคนดังกล่าวกล่าวว่า โรงเรียนนี้จะมีทั้งหมด 6 สี หรือ 6 พรรค ได้แก่ สีแดงพรรคฟ้าฟื้น สีเหลืองพรรคศรเหล็ก สีเขียวพรรคเชิดชัย สีชมพูพรรคจุฬาลักษณ์ สีฟ้าพรรคนาวิน และสีม่วงพรรคสายฟ้า แต่ละสีแต่ละพรรคก็จะมีธงประจำพรรค ซึ่งเมื่อ 3 ปีก่อน จะมีรุ่นพี่กลุ่มหนึ่งบอกกับรุ่นน้องว่า บนผืนธงประจำแต่ละพรรคนั้นจะมีวิญญาณของตาและยายสิงสถิตอยู่ ใครอยู่พรรคไหนจะต้องทำพิธีบูชาธงของพรรคนั้น เพื่อให้วิญญาณของตายายมาช่วยดลบันดาลให้สีหรือพรรคตัวเองได้รับชนะ โดยเฉพาะรุ่นพี่ ม.5 และ ม.6 นั้น ทุ่มเททำกิจกรรมนี้กันมาก ประธานสีหรือประธานพรรคแต่ละพรรค จะนัดนักเรียนชั้น ม.5 ให้มาทำพิธีขอพรจากวิญญาณตายายในธงในเวลากลางคืนที่โรงเรียน มีพิธีบูชา พิธีแห่ธง โดยวิ่งไปรอบๆ โรงเรียน เปล่งเสียงพร้อมกัน เหมือนประกาศชัยชนะ
“ที่เราเป็นกังวลมากๆ ก็คือ โรงเรียนปล่อยมาเด็กมาทำแบบนี้ตอนดึกๆ ดื่นๆ ได้อย่างไรกัน ผมคนหนึ่งเป็นศิษย์เก่าโรงเรียนนี้ รุ่นผมและรุ่นก่อนหน้า รวมทั้งรุ่นน้อง ไม่เคยมีประเพณีหรือพิธีกรรมอะไรแบบนี้มาก่อน เด็กๆ รวมกลุ่มอยู่ในโรงเรียนสี่ทุ่ม ห้าทุ่ม โดยไม่มีครูหรือผู้บริหารโรงเรียนคนไหนมาดูแลควบคุมอยู่เลย ครูจะอ้างว่าไม่รู้ไม่เห็นไม่ได้ เพราะกิจกรรมที่เด็กๆ ทำกันนั้นมีการแห่ธงวิ่งไปรอบๆ โรงเรียนแล้ว ส่งเสียงร้อง สีของตัวเองสู้ตาย มีบ้านพักครูอยู่ในโรงเรียน แต่ไม่มีครูสักคนออกมาดู ผมก็งงมาก นี่ถ้าไม่มาเห็นกับตาตัวเอง คงไม่เชื่อว่าเด็กทำอะไรแบบนี้ มันไม่มีเหตุผลอะไรรองรับเลย” ผู้ปกครองกล่าว
ผู้ปกครองคนเดิมกล่าวอีกว่า ตนกลับมาหาข้อมูลเพิ่มเติม เพราะเป็นห่วงเรื่องการกระทำของเด็ก ที่อาจจะทำโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ พบว่า เมื่อโรงเรียนมีกิจกรรมกีฬาสี หรือกีฬาพรรคนั้น ฝ่ายกิจกรรมจะให้งบประมาณสนับสนุนพรรคละ 5,000 บาท เพื่อให้เด็กไปทำอุปกรณ์การเชียร์ และกิจกรรมสำหรับการแข่งขัน ซึ่งแต่ละพรรคก็จะใช้เวลาช่วงนี้แข่งขัน และทุ่มเทกันอย่างมาก นัดทำงานกันค่ำๆ มืดๆ งบประมาณ 5,000 บาท ที่โรงเรียนจัดให้ไม่พอ ก็จะเก็บเพิ่มจากนักเรียนรุ่นพี่อีกคนละ 2,000 บาท ผู้ปกครองหลายคนเดือดร้อน แต่กลัวลูกจะเข้ากับเพื่อนไม่ได้ จึงต้องจ่ายเงินไป น่าแปลกใจว่าเรื่องสำคัญเช่นนี้ทำไมไม่มีครูอาจารย์คนไหนมาบอกกล่าวว่าอะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ การแข่งขันกีฬาคืออะไร กิจกรรมคืออะไร ความพอดีคืออะไร
“ที่สำคัญ เวลาค่ำมืดดึกดื่น 4 ทุ่ม 5 ทุ่ม ไม่ใช่เวลาที่ปล่อยให้เด็กมาทำอะไรแบบนี้ในโรงเรียน เด็กผู้หญิงหากเกิดอะไรขึ้นมาใครจะรับผิดชอบ แม้กระทั่งเด็กผู้ชายก็เถอะ ทำไมไม่มีใครบอกเด็ก เมื่อคืน (4 มิถุนายน) เป็นการจัดบวงสรวงธงของพรรคเชิดชัย สีเขียว มีเด็กชั้น ม.5 มาร่วมทำพิธีเกือบ 200 คน มี ม.6 บางส่วน ผมไปรอรับลูกสาว ถามลูกสาวว่าทำไมต้องมาทำอะไรดึกๆ แบบนี้ ลูกบอกว่ารุ่นพี่บอกให้ทำ เพื่อชัยชนะของสี ของพรรค ไม่ทำก็จะโดนเพื่อนว่า รุ่นพี่ว่าไม่ให้ความร่วมมือ มีผู้ปกครองมารอรับลูกอยู่หลายคน แต่คนที่ไม่มีใครมารับละเขาจะยังไง เด็กกลับบ้านกันยังไง ถ้าเกิดอะไรขึ้นมากับเด็กๆ ใครจะรับผิดชอบ ผมว่าเรื่องนี้ผู้บริหารโรงเรียนและครูต้องออกมาชี้แจงครับ” ผู้ปกครองเด็ก ม.5 คนเดิมกล่าว
น.ส.หญิง(นามสมุติ) เด็กนักเรียน ชั้น ม.5 ที่มาร่วมกิจกรรมบูชาตายายในธงประจำพรรค ให้สัมภาษณ์ว่า ตนก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าพิธีแบบนี้มีไปเพื่ออะไร เพราะไม่มีใครบอกอะไรชัดเจน แต่ถามว่าเห็นด้วยหรือไม่ก็ไม่ได้คัดค้านอะไร เพราะเพื่อนทุกคนก็มากันหมด มาตอนกลางคืน ก็มีกลัวบ้าง เพราะนักเรียนอยู่กันเอง ไม่มีครูมาดู ครูไม่ค่อยมายุ่งเรื่องนี้ ปล่อยให้เด็กๆ ทำกิจกรรมเอง เพราะไม่มีอะไรเสียหาย บางคนก็มีผู้ปกครองมารับ บางคนกลับบ้านเอง
“เรามารวมตัวกันก็จะไปทำพิธีกัน 5 จุดในโรงเรียน คือที่พระรูป ร.5 องค์พระพุทธรูปพระรัตนธัชมุนี หรือท่านม่วง พระประจำโรงเรียน หอพระสูง และอีก 2 จุด ที่เป็นศาลเจ้า มีเด็ก ม.5 ที่สังกัดพรรคเราทั้งหมด รุ่นพี่ ม.6 และรุ่นพี่ที่เรียนจบไปแล้วอีกจำนวนหนึ่ง เขาบอกว่าพิธีนี้ทำมาแล้ว 2 ปี จะต้องทำสืบต่อกันไปเป็นประเพณี” น.ส.หญิงกล่าว

