เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน มีความคืบหน้ากรณีที่เมื่อเช้าวันที่ 4 มิถุนายน กองถ่ายภาพยนตร์โฆษณาอ้างว่ามาจากต่างประเทศ เข้ามาปิดถนนโรจนะ บริเวณวงเวียนวัดสามปลื้ม ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมกับบันทึกภาพการแข่งรถด้วยความเร็วสูง หรือแข่งดริฟต์รถยนต์บนถนนรอบเจดีย์ จนมีการเผยแพร่คริปภาพทางโซเชียลมีเดียไปทั่ว และส่วนใหญ่ที่เป็นชาวพระนครศรีอยุธยา ไม่เห็นด้วยกับการกระทำดังกล่าว ด้วยเป็นการลบลู่ดูหมิ่นโบราณสถาน ซึ่งเป็นอดีตเมืองหลวงของชาติไทย และเป็นเมืองมรดกโลกด้านวัฒนธรรม พร้อมตั้งข้อสงสัยว่าได้รับอนุญาตหรือไม่ หากกรณีได้รับอนุญาต ใครเป็นผู้ให้อนุญาต
ล่าสุดมีการเผยแพร่เอกสารทางราชการที่อนุญาต และหนังสือที่ยื่นขออนุญาตให้ถ่ายทำภาพยนตร์ฉบับ ที่มีเนื้อหาสาระสอดคล้องกัน ระบุว่า นางสาวเนรัญญาพร รอดหลัก เจ้าหน้าที่ประสานงานฝ่ายจัดหาสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์โฆษณา ตัวแทนบริษัท ซีดีเอ็ม พลัส จำกัด ตั้งอยู่เลขที่ 61/34 หมู่ 5 ซอยประเสริฐมนูกิจ 27 แขวงจระเข้บัว เขตลาดพร้าว กรุงเทพ ฯถ่ายทำภาพยนตร์ให้กับบริษัทในต่างประเทศ ชื่อบริษัท Squarebox Cinetech Central Office ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งถ่ายทำภาพยนตร์โฆษณาให้บุหรี่ ยี่ห้อ Gudand Garam International หรือ GGI. ระหว่างวันที่ 4-6 มิถุนายน กำหนดถ่ายทำในหลายจังหวัดประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร นนทบุรี พระนครศรีอยุธยา และสมุทรสาคร โดยใช้ทีมงาน 80 คน ใช้รถยนต์ในการถ่ายทำและรถยนต์อุปกรณ์ทั้งหมดประมาณ 25-30 คัน โดยยื่นไปถึงกรมการท่องเที่ยว สำนักงานงานอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ตำรวจ และท้องถิ่น

ขณะที่นายประยูร รัตนเสนีย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริงตามภาพที่เผยแพร่ โดยเกิดเมื่อเช้าวันเสาร์ที่ 4 มิถุนายนที่ผ่านมา และเท่าที่ทราบมีการขออนุญาตตามขั้นตอน ซึ่งหน่วยงานราชการที่รับผิดชอบหลายหน่วยงานได้อนุญาตไปตามระเบียบ ปกติการถ่ายทำภาพยนตร์และโฆษณาทั้งในประเทศและจากต่างประเทศ มีการเข้ามาถ่ายทำตลอด เพราะเป็นเมืองมรดกโลก เมืองแห่งการท่องเที่ยวที่สำคัญของโลก โดยทุกครั้งก็จะมีการขออนุญาต โดยเป็นการพิจารณาหน่วยงานของใคร ก็พิจารณากันเอง หรือตามที่ฝ่ายกองถ่ายยื่นเอกสารมาเท่านั้น ทำให้ขาดการทำบานแบบบูรนาการหรือองค์รวม ทั้งนี้คงต้องเรียกหน่วยงานทุกหน่วยที่ร่วมรับผิดชอบ ซึ่งได้อนุญาตตามขั้นตอนมาประชุมด่วนที่สุด เพื่อหาข้อสรุป ว่าภาพดังกล่าวส่งผลกระทบมากน้อยเพียงใด
ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า ต่อไปต้องวางกรอบการทำงานเสียใหม่ ว่ากรณีมีการขอถ่ายทำภาพยนตร์หรือโฆษณา ในเขตพื้นที่โบราณสถานหรือจุดสำคัญของจังหวัด จะต้องผ่านพิจารณาอนุญาตโดยองค์คณะ ที่มาจากหน่วยงานราชการที่รับผิดชอบ ไม่ใช่หน่วยงานพิจารณากันเอง ทำให้ขาดการหารือก่อนที่จะอนุญาต และต่อไปก่อนอนุญาต ต้องให้ฝ่ายผู้ขอได้ชี้แจงอย่างละเอียดกับองค์คณะพิจารณา ว่าจะมีสคริปต์เนื้อหา ภาพ และมุมภาพอย่างไร รวมถึงพิจารณาอย่างรอบด้าน รอบคอบ ทุกแง่ ทุกมุม ทุกมิติ และคงต้องให้ภาคประชาชน ด้านวัฒนธรรม เข้ามามีส่วนร่วมในองค์คณะพิจารณาด้วย ทั้งนี้การพิจารณาต่างๆ ก็ต้องเป็นการทำงานแบบรวดเร็ว ไม่ล่าช้าด้วยเช่นกัน
ต่อข้อซักถามที่ว่า จะขอให้ยกเลิกการเผยแพร่ภาพถ่ายโฆษณาหรือไม่ ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยาตอบว่า คงต้องรอผลการประชุมเสียก่อน ว่าจะมีมติอย่างไร

