ไขความลับทุกสิ่งอย่าง ตั้งแต่อวกาศถึงสะดือทะเล มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 2562
“ปีนี้เรามีเวลาเตรียมตัวค่อนข้างดี มีเวลาคิดและทำเยอะ รับรองว่านิทรรศการเราจะดีมากๆ”
น.ส.อารมณ์ มุจรินทร์ ผู้อำนวยการนิทรรศการธรรมชาติวิทยา องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) บอก พร้อมกับแจกแจงสิ่งที่จะเกิดขึ้นภายในงานมหกรรมวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีประจำปี 2562 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 16-25 สิงหาคม ที่อิมแพค เมืองทองธานี ว่า อพวช.ในฐานะเจ้าภาพสำหรับการจัดงานครั้งนี้ย่อมมีอะไรที่พิเศษเป็นธรรมดา โดยพื้นที่ของ อพวช.จะแสดงงานภายใต้แนวคิด พินิจ พิพิธ-พันธุ์ ที่จะพาทุกคนที่เข้าชมไปรู้จักกับเรื่องราวความหลากหลายทางชีวภาพในรูปแบบพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา ที่มีการจัดเก็บความหลากหลายทางชีวภาพในรูปแบบ ตัวอย่างดอง ตัวอย่างแห้ง และสัตว์สตั๊ฟ มากกว่า 1,500 ตัวอย่าง


อารมณ์ มุจรินทร์ สรนิต ศิลธรรม รวิน ระวิวงศ์
“ที่พิเศษสุดสำหรับปีนี้ เรามีตัวอย่างของฟองน้ำหูช้าง หรือที่เรียกกันว่าแก้วไวน์ของเทพเจ้าเนปจูนฟองน้ำที่ขึ้นชือว่าใหญ่ที่สุดในโลก เมล็ดมะพร้าวแฝด เมล็ดพืชที่ใหญ่ที่สุดในโลก แมลงสาบทะเลยักษ์ สัตว์น้ำลึกที่หาชมได้ยาก ลูกสนยักษ์ที่มีขนาดใหญ่และรูปร่างสวยงามจากทั่วโลก งานนี้ยังมีตัวอย่างของฟองน้ำแก้วมาให้ชม ซึ่งฟองน้ำแก้วนี้คนญี่ปุ่น ถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของรักนิรันดร์ เพราะว่าภายในฟองน้ำที่ปกติจะมีรูโบ๋ตรงกลางนั้น จะมีกุ้งตัวผู้กับตัวเมียอาศัยอยู่ เมื่อเวลาผ่านไป ฟองน้ำเจริญเติบโตขึ้นบริเวณด้านบนของตัวฟองน้ำจะสร้างเนื้อเยื่อคล้ายๆ ตาข่ายปิด กุ้ง 2 ตัวจะออกมาไม่ได้ ต้องอยู่ในฟองน้ำตลอดไป เป็นสัญลักษณ์ของความรักนิรันดร์นั่นเอง” ผู้อำนวยการนิทรรศการธรรมชาติวิทยา กล่าว


ไม่เฉพาะ อพวช.เท่านั้น ที่จะมีนิทรรศการมาให้ เพราะภายใต้พื้นที่การจัดงาน 40,000 ตารางเมตรนั้น มีหน่วยงานเข้าร่วมกว่า 103 หน่วยงานด้วยกัน เป็นองค์กรจากต่างประเทศอีก 17 ประเทศ การจัดงานมาอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ปี 2549 จนถึงปี 2561 ได้สร้างปรากฏการณ์การเรียนรู้แก่เยาวชนไทยมากกว่า 1,000,000 คนต่อปี และในปี 2562 นี้ อว.ยังคงดำเนินการจัดงาน มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจาปี 2562 อย่างต่อเนื่อง โดยปีนี้ภายใต้แนวคิด จุดประกายความคิด พัฒนาชีวิตด้วยวิทยาศาสตร์ เสริมสร้างชาติด้วยเทคโนโลยี สู่วิถีแห่งนวัตกรรม
รศ.นพ.สรนิต ศิลธรรม ปลัด อว.กล่าวว่า งาน มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ 2562 ถือเป็นกิจกรรมทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปีของประเทศและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ปีนี้มีนานาชาติให้ความสนใจเข้าร่วมงานมากถึง 17 ประเทศ อาทิ ออสเตรเลีย กัมพูชา จีน เดนมาร์ก ฝรั่งเศส เยอรมนี อินโดนีเซีย อิหร่าน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ มาเลเซีย เมียนมา ฟิลิปปินส์ รัสเซีย สิงคโปร์ สหราชอาณาจักร กว่า 102 องค์กร ร่วมโชว์ผลงานและศักยภาพทางวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีที่ทันสมัย

ฟองน้ำแก้ว ฟองน้ำหูช้าง
“เรามี 9 ไฮไลต์สร้างแรงบันดาลใจสำหรับทุกคนเพื่อให้หันมาสนใจเรื่องของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อาทิ นิทรรศการภารกิจพิชิตดวงจันทร์ เพื่อร่วมฉลอง 50 ปีกับก้าวแรกบนดวงจันทร์ของมนุษย์ สัมผัสผลงานอันน่าทึ่งของนักประดิษฐ์ที่มีแนวคิดก้าวล้ำเกินยุค ในนิทรรศการ นิโคลา เทสลา : ยอดนักประดิษฐ์ผู้คิดเปลี่ยนโลก, ร่วมฉลองปีสากลแห่งตารางธาตุกับนิทรรศการมหัศจรรย์ เมืองแห่งธาตุ, เรียนรู้ความหลากหลายทางชีวภาพในนิทรรศการพินิจ พิพิธ-พันธุ์ ที่ถอดแบบมาจากสถาปัตยกรรมพิพิธภัณฑ์สมิธโซเนียน นิทรรศการที่จะนำพาทุกท่านไปรู้จักเรื่องราวของความหลากหลายทางชีวภาพ ทั้งของประเทศไทยและของโลก ผ่านการนำเสนอในรูปแบบของพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา ที่มีการจัดเก็บความหลากหลายทางชีวภาพในรูปแบบของตัวอย่างดอง ตัวอย่างแห้ง และสัตว์สตั๊ฟ มากกว่า 1,000 ตัวอย่าง จากพลาสติกสารพัดประโยชน์..ทำไมจึงกลายเป็นผู้ทำลายสิ่งแวดล้อม มาร่วมค้นหาผู้ร้ายตัวจริงได้ในนิทรรศการพลาสติกพลิกโลก” ปลัด อว.กล่าว

รศ.นพ.สรนิต กล่าวว่า สำหรับนิทรรศการภารกิจพิชิตดวงจันทร์ เพื่อร่วมฉลอง 50 ปีกับก้าวแรกบนดวงจันทร์ของมนุษย์นั้น พลาดไม่ได้กับการไขความลับของดวงจันทร์ เรียนรู้ผ่านการจำลองสถานการณ์จริงกับประสบการณ์ 4 มิติ และการจำลองสถานการณ์ภาวะไร้น้ำหนัก มีการจำลองสถานการณ์ภาวะไร้น้ำหนัก หรือมูนวอล์ก ให้ผู้ที่สนใจลองไปเดินดูด้วย

ผศ.รวิน ระวิวงศ์ ผู้อำนวยการ อพวช.กล่าวว่า ที่พลาดไม่ได้ภายในงานนี้คือ นิทรรศการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ผ่านโครงสร้างและกลไกที่ทำหน้าที่แสดงผลสัมฤทธิ์จากโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริต่างๆ ในการพัฒนา ดิน น้ำ ป่าและทรัพยากรธรรมชาติ และนิทรรศการเทิดพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ที่ทรงเป็นคุณูปการต่องานด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและการศึกษาของประเทศไทยระหว่าง 9 โมงเช้า ถึง 1 ทุ่ม เป็นเวลา 10 วัน น่าจะเป็นเวลาที่เพียงพอสำหรับการเข้าชมทุกนิทรรศการ ภายใต้พื้นที่ 40,000 ตารางเมตร ความรู้ และความสนุกสนาน รออยู่ตั้งแต่อวกาศ ถึงสะดือทะเล

