ปมร้อนกรณีสรรหา เลขาธิการ สปสช. (คนใหม่)

6.06.16 | 10:27 น.

2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ถูกจับตามองอย่างหนักหน่วงกับการเลือกเลขาธิการ สปสช. เพราะเป็นตำแหน่งสำคัญที่บ่งบอกได้ถึงทิศทางการทำงานของทั้ง สปสช. กองทุนหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (บัตรทอง) โรงพยาบาลในฐานะผู้ให้บริการ ซึ่งไม่ว่าผลจะออกอย่างไรก็กระทบประชาชนผู้มีสิทธิกว่า 48 ล้านคน

เพราะเลขาธิการ สปสช.ต้องเป็นผู้มีจุดยืนในเรื่องการพัฒนาระบบหลักประกันสุขภาพฯ ที่คำนึงถึงประโยชน์ของประชาชน และคำนึงถึงการทำงานของโรงพยาบาล เพราะหากเจ้าหน้าที่มีความสุขในการทำงานก็จะส่งผลต่อประชาชนผู้รับบริการ เรียกว่าต้องมีความวิน วิน เพื่อให้ระบบเดินหน้าได้ ขณะเดียวกันต้องมีจุดยืนต่อการแก้ไข พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545 ที่อยู่ระหว่างเตรียมปรับปรุงแก้ไขระหว่างกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กระทรวงยุติธรรม และกระทรวงการคลัง ให้ก่อประโยชน์ทั้งผู้รับและผู้ให้บริการ

จึงไม่แปลกที่ประเด็นนี้จะถูกพูดถึงมาก โดยเฉพาะผู้สมัครที่ลงชิงทั้งหมด 8 คน ที่คณะกรรมการสรรหา มี นพ.เสรี ตู้จินดา เป็นประธาน ได้พิจารณาคุณสมบัติ และคัดเลือกแคนดิเดตได้ 2 คน คือ นพ.ประทีป ธนกิจเจริญ รองเลขาธิการ สปสช. และ นพ.วันชัย สัตยาวุฒิพงศ์ ผู้ตรวจราชการ สธ. เพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) ในวันที่ 6 มิถุนายนนี้ เพื่อคัดเลือกเลขาธิการ สปสช.คนใหม่แทน นพ.วินัย สวัสดิวร ที่หมดวาระไปเมื่อเดือนพฤษภาคม จนหลายคนลุ้นว่า ใครจะนั่งตำแหน่งสำคัญนี้

แน่นอน กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ เครือข่ายผู้ป่วย และชมรมแพทย์ชนบท ออกโรงหนุน นพ.ประทีปเต็มที่ เพราะคร่ำหวอดกับระบบ สปสช.มานาน ทำงานด้านหลักประกันสุขภาพฯมาตั้งแต่สมัย นพ.สงวน นิตยารัมภ์พงศ์ ผู้ผลักดันระบบ ขณะที่ นพ.วันชัยมีโรงพยาบาลและคนใน สธ.ส่งแรงสนับสนุนไม่ขาดสาย ดังนั้น เมื่อ นพ.วันชัยเข้าชิงชนิดสูสี การเลือกเลขาธิการ สปสช.จึงไม่ง่ายอย่างที่คิด

ยิ่งเมื่อกลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพและเครือข่ายหยิบประเด็นเรื่องคุณสมบัติที่อาจขัดต่อ พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพฯ ในแง่เคยเป็นคู่สัญญากับ สปสช. งานนี้จึงไม่ง่ายสำหรับ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการ สธ. ในฐานะประธานบอร์ด สปสช. เพื่อให้สังคมกระจ่างชัด จึงส่งเรื่องดังกล่าวต่อคณะกรรมการกฤษฎีกาตีความ แต่ไม่วายที่ทางเครือข่ายจะมองว่าอาจมีการล็อกสเปก มีการล็อบบี้กรรมการกฤษฎีกา เพราะ นพ.ปิยะสกลเป็นหนึ่งในกรรมการด้วย

Advertisement

แม้ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร ยืนยันชัดเจนว่า ไม่ได้มีส่วนร่วมในการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกาเลย เพราะสละสิทธิ์ในการพิจารณาตีความครั้งนี้ ซึ่งยืนยันว่า ไม่ว่าใครจะได้รับตำแหน่ง ก็ไม่เคยมีการล็อกสเปกแต่อย่างใด

แต่ดูเหมือนไม่เป็นผล เพราะล่าสุด นายธนพลธ์ ดอกแก้ว ประธานชมรมผู้ป่วยโรคไตแห่งประเทศไทย นำทีมกลุ่มเครือข่ายผู้ป่วย 17 เครือข่าย (Healthy forum) เข้ายื่นหนังสือต่อเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อขอให้ตีความประเด็นคุณสมบัติของ นพ.วันชัย สัตยาวุฒิพงศ์ ว่าเข้าข่ายผิดคุณสมบัติของผู้สมัครเลขาธิการ สปสช.ตามมาตรา 32 (12) หรือไม่ โดยขอให้ตีความอย่างเป็นกลาง ไม่เข้าข่ายฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

ขณะที่เพจเฟซบุกชมรมแพทย์ชนบท โดย นพ.เกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ ประธานชมรมฯ ออกแถลงการณ์ขอให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตีความอย่างเป็นธรรม เนื่องจากมีกระแสข่าววงใน สธ.ว่า จะมีการล็อกสเปกให้คน สธ.เข้ามาใน สปสช. ทั้งๆ ที่ผู้สมัครจาก สธ.ส่อขาดคุณสมบัติตามมาตรา 32 (12) ที่กำหนดว่า “เลขาธิการ สปสช.ต้องมีคุณสมบัติหรือไม่เป็น หรือภายในระยะเวลา 1 ปี ก่อนได้รับการแต่งตั้ง ไม่เคยเป็นกรรมการหรือผู้บริหารหรือผู้มีอำนาจในการจัดการ หรือมีส่วนได้ส่วนเสียในนิติบุคคล ซึ่งเป็นคู่สัญญากับ สปสช.”

นพ.เกรียงศักดิ์กล่าวว่า ที่น่ากังวลคือ นพ.ปิยะสกลเป็นหนึ่งในกรรมการกฤษฎีกา คณะที่ 10 จึงทำให้เกิดข้อกังวลว่าจะมีความพยายามตีความคุณสมบัติของผู้สมัครเลขาธิการ สปสช.จากที่ขัดต่อ ม.32 (12) อย่างชัดเจน ผลประโยชน์ทับซ้อน หน่วยงานคู่สัญญากับ สปสช. ให้สามารถดำเนินการได้หรือไม่ ซึ่งไม่ถูกต้อง เพราะบทบาทของ สปสช.ในฐานะผู้ซื้อบริการ กับ สธ. โรงพยาบาลทุกสังกัด ในฐานะผู้ให้บริการ ต้องแยกจากกัน เมื่อเอาผู้บริหาร สธ.ที่การเมืองสั่งได้มาเป็นเลขาธิการ สปสช. จะทำให้ สปสช.เป็นเพียงแค่กรมหนึ่งใน สธ.เท่านั้น

“กรณีดังกล่าวเคยเกิดขึ้นมาแล้วสำหรับผู้สมัครจาก สธ. จากกรมต่างๆ ไม่สามารถสมัครได้เพราะขัด พ.ร.บ.ฯ แต่มาครั้งนี้หากตีความว่า ต้องแก้ไข เพราะเปิดโอกาสให้ผู้สมัครจากหน่วยงานอื่นๆ ก็ดูจะผิดแปลกไป หนำซ้ำ นพ.วันชัย แม้จะผ่านช่วงเวลา 1 ปี จากการเป็นผู้บริหารกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ซึ่งเป็นคู่สัญญากับ สปสช. แต่ตำแหน่งผู้ตรวจราชการฯ

ก็ถือว่าไม่ได้ด้วย เพราะ สธ.เป็นหน่วยงานคู่สัญญา สปสช.เช่นกัน หากจะตีความตามที่ต้องการก็ต้องแก้ พ.ร.บ.ฯ ซึ่งแน่นอนว่า การเลือกเลขาธิการ สปสช.ครั้งนี้ มีผลต่อการแก้กฎหมายหลักประกันสุขภาพฯอีกมาก จึงต้องจับตาว่า สุดท้ายคณะกรรมการกฤษฎีกาจะตีความอย่างไร” นพ.เกรียงศักดิ์กล่าว และว่า ผู้ที่จะมาเป็นเลขาธิการ สปสช.ต้องมีประสบการณ์ ยิ่งขณะนี้จะมีการแก้ พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพฯ ก็อดห่วงไม่ได้ว่าจะออกมาในทิศทางใด หากได้คนที่ไม่มีประสบการณ์ด้านหลักประกันสุขภาพฯ ย่อมส่งผลหลายด้าน โดยเฉพาะการแก้กฎหมาย ที่กังวลคือ การปรับสัดส่วนกรรมการ สปสช.ที่จะมีคน สธ.มากขึ้น หากเพิ่มก็ต้องเพิ่มสัดส่วนภาคประชาชนด้วย เพราะอย่าลืมว่า พ.ร.บ.ฯนี้ตั้งขึ้นเพื่อรักษาสิทธิสุขภาพของประชาชน ไม่ใช่มุ่งเน้นเพื่อผู้ให้บริการเท่านั้น

แหล่งข่าวใน สธ.บอกว่า ขณะนี้มีการวิพากษ์วิจารณ์กันมาก โดยโรงพยาบาลต่างๆ ส่วนใหญ่สนับสนุน นพ.วันชัย เพราะมองว่าถึงเวลาต้องปรับเปลี่ยนเลขาธิการ สปสช.ให้บุคคลอื่นที่มีความสามารถได้มีโอกาสได้เข้าไปทำงานบ้าง เพราะโดยหลักการแล้ว ต่างก็ยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง แต่ก็ต้องให้ความสำคัญกับเจ้าหน้าที่ บุคลากรในฐานะผู้ให้บริการมีความสุขกับการทำงานด้วย ซึ่งที่ผ่านมาตามโรงพยาบาลในจังหวัดมองว่าทำงานได้ไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ เนื่องจากติดเรื่องระบบของ สปสช. การคำนวณอัตราเหมาจ่ายรายหัว การคิดรวมกับเงินเดือนบุคลากร การคำนวณเงินตามชิ้นงาน ซึ่งในบริบทความเป็นจริงค่อนข้างปฏิบัติยากมาก โดยเฉพาะปัญหาเรื่องเงินที่โรงพยาบาลต่างๆ มองว่าเป็นส่วนหนึ่งทำให้ขาดสภาพคล่องนั่นเอง

แว่วว่าในการประชุมบอร์ด สปสช. ในวันที่ 6 มิถุนายนนี้ อาจจะมีการเลื่อนพิจารณาเลือก เลขาธิการ สปสช. ออกไปก่อน จนกว่าผลการตีความจะแล้วเสร็จ ซึ่งมีข่าวว่าคณะกรรมการกฤษฎีกาชุดที่ 10 เตรียมหารือร่วมกับคณะชุดที่ 1 ที่มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธาน เพื่อชี้ขาดอีกครั้ง!