ชี้กฎหมาย ’รับรองเพศ’ ต้องแก้ ป.แพ่งฯ ม.1448 ถึงจะสร้างความเท่าเทียมแท้จริง

15.08.19 | 12:30 น.

เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม ที่โรงแรมรอยัลปริ๊นเซส หลานหลวง กรุงเทพฯ กระทรวงการพัฒนาสังคและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ “ส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศ : การรับรองเพศสภาพของบุคคลข้ามเพศ” ซึ่งมี นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.พม. รวมถึงนักการเมืองทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน อาทิ ธนิกานต์ พรพงษาโรจน์ ส.ส.และกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ, รัชดา ธนาดิเรก ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์, ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ตลอดจนผู้บริหารพม. เอ็นจีโอด้านสิทธิความหลากหลายทางเพศ เข้าร่วม

นายจุติ กล่าวเปิดการประชุมและบรรยายพิเศษเรื่อง สิทธิความเท่าเทียมของบุคคลสู่ความมั่นคงของมนุษย์ ว่า ตนและพรรคประชาธิปัตย์ได้รับรู้ถึงความต้องการและความยากลำบากการต่อสู้ของกลุ่มคนหลากหลายทางเพศ จึงนำเรื่องนี้เป็นนโยบายเป็นลำดับต้นๆ ซึ่งคงไม่ใช่แค่ศึกษาความเป็นไปได้อย่างเดียว แต่ต้องให้เป็นไปได้ด้วย ซึ่งถือเป็นมิติใหม่ที่มีการทำงานร่วมกันทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านในฐานะภาคการเมือง ร่วมกับภาครัฐ และภาคประชาสังคม

“งานนี้จะเป็นการทำงานบทบาทใหม่ของ พม.ที่เชิญชวนทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องมาร่วมขับเคลื่อนพัฒนาสังคมไปด้วยกัน ซึ่งหลังจากรับฟังความคิดเห็นวันนี้แล้ว จะนำไปสู่การวิเคราะห์จัดทำเป็นร่างกฎหมายรับรองเพศ เสนอตามขั้นตอนเข้าสู่คณะรัฐมนตรี กฤษฎีกา และสภาฯ ซึ่งผมตั้งเป้าจะเสนอให้ทันภายในปีนี้ ซึ่งจะช้าหรือเร็วก็อยู่ที่ทุกภาคส่วนจะมาร่วมผลักดัน” นายจุติกล่าว

จากนั้น นายกรณ์ จาติกวณิช ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ขึ้นกล่าวบนเวทีว่า หลายปีที่ผ่านมามีความพยายามเสนอศัพท์ใหม่ๆในกฎหมายไทยคือ ‘คู่ชีวิต’ ตามร่างพ.ร.บ.คู่ชีวิต พ.ศ…. จากเดิมที่มีเพียง ‘คู่สมรส’ ของเพศชายและหญิงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1448 ซึ่งก็มีคำถามไม่น้อยว่าร่างกฎหมายดังกล่าวจะนำไปสู่ความเสมอภาคทางเพศได้มากน้อยแค่ไหน เพราะมองว่ายังไม่ตอบโจทย์ในบางเรื่อง อย่างมิติเศรษฐกิจที่ตนให้ความสนใจ เช่น ยังไม่มีเรื่องการรับมรดก รวมถึงสิทธิในการลดหย่อนภาษีในฐานะคู่สมรส รวมถึงสิทธิในการมีส่วนร่วมทางสังคมต่างๆ ยังคงไม่มี เพราะหลายกฎหมายในประเทศไทยยึดโยงกับมาตรา 1448 ดังกล่าว ฉะนั้นแม้จะมีการผลักดันกฎหมายใหม่ แต่คนหลากหลายทางเพศก็ยังมีสิทธิที่ตกหล่นอยู่ ซึ่งเชื่อว่าสภาก็จะมองมิติแบบนี้ ว่าจะให้ความเป็นธรรมด้วยการมีกฎหมายใหม่ หรือรื้อนิยามศัพท์เดิม และมั่นใจว่าสภานี้จะร่วมกันผลักดันต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายในงานภาคการเมืองตอบรับที่จะสนับสนุนกฎหมายรับรองเพศดังกล่าว อาทิ ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ ที่มองข้ามไปถึงการเสนอให้แก้ไขมาตรา 1448 เพื่อสร้างความเท่าเทียมทางเพศอย่างแท้จริง รวมถึงการทำงานทางความคิดกับสังคมว่าผู้หญิงไม่ใช่ช้างเท้าหลัง กะเทยไม่ใช่ตัวตลก ขณะที่กลุ่มคนหลากหลายทางเพศก็แสดงความคาดหวังให้ขับเคลื่อนกฎหมายรับรองเพศเกิดขึ้นได้จริง และอยากเห็นขั้นตอนการรับรองเพศที่ไม่เน้นคนข้ามเพศต้องแปลงเพศมาก่อน ถึงจะขอเปลี่ยนคำนำหน้าตามเพศสภาพได้

Advertisement