เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.แถลงจับกุมผู้ต้องหาชาวต่างชาติห้วงวันที่ 1-16 สิงหาคมที่ผ่านมา คดีแรก ตม.จว.ปัตตานี จับกุมนายชนะ สงวนสกุล นายหน้านำชาวต่างด้าวลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย ทำหน้าที่ขับรถยนต์รับส่งคนต่างด้าว รวมถึงซื้อตั๋วรถโดยสารให้ หลังขยายผลจับกุมกลุ่มชาวเมียนมา ที่ใช้หนังสือเดินทางปลอมเพื่อเดินทางต่อไปทำงานยังประเทศมาเลเซียจำนวน 7 ราย ก่อนนำตัวมาดำเนินคดียัง สภ.เมืองปัตตานี และขยายผลออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องในเครือข่ายใน จ.นราธิวาส และ จ.กาญจนบุรี
ตม.จว.กระบี่ และ กก.สส.ภ.จว.กระบี่ ร่วมกันจับกุมนายอิสลี ชาวไนจีเรีย หลบหนีเข้ามาประเทศไทยผ่านช่องทางธรรมชาติ รอยต่อประเทศลาว โดยมาอยู่อาศัยในประเทศไทยอย่างผิดกฎหมายนานกว่า 2 ปี ได้ที่ รีสอร์ทแห่งหนึ่งใน จ.กระบี่ ผู้ต้องหาไม่มีหนังสือเดินทางมาแสดง ต่อมา เมื่อตรวจค้นภายในห้องพักพบโน้ตบุ้ค แฟลชไดรฟ์ และโทรศัพท์มือถือ มีข้อมูลการติดต่อเพื่อหลอกลวงหญิงสาวในลักษณะโรแมนซ์สแกม หรือแสร้งรักออนไลน์ โดยสวมภาพและคลิปวีดีโอตัดต่อของชายชาวต่างชาติหน้าตาดีหลอกหญิงสาวผ่านสื่อสังคมออนไลน์ให้โอนเงินกับคนร้าย โดยยังพบว่าผู้ร่วมขบวนการอีกหลายราย ซึ่งตม.จว.กระบี่ จะสืบสวนขยายผลเพื่อทลายแก๊งค์ดังกล่าวต่อไป
ตม.จ.ภูเก็ต จับกุม นางมา สงวนสกุล อายุ 50 ปี ชาวเมียนมา ผู้ต้องหามียาเสพติดให้โทษประเภท 5 (พืชกระท่อม) ไว้ครอบครองเพื่อจำหน่าย โดยผิดกฎหมาย และเป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมด้วยของกลางใบกระท่อมสด รวม 2,275 ใบ น้ำกระท่อมบรรจุถุงพร้อมดื่ม 40 ถุง น้ำหนักกว่า 10 กิโลกรัม และยาแก้ไอ ซุกซ่อนอยู่บริเวณสถานที่จับกุม ก่อนควบคุมตัวผูต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.ป่าตอง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
และ ตม.จ.ภูเก็ต จับกุม นายโคอัสซี่ อายุ 33 ปี ชาวไอวอรี่โคสต์ ผู้ต้องหาในคดีมียาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคเคน) ไว้ในครองครองเพื่อจำหน่าย และเป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ ได้ที่หน้าบ้านไม่มีเลขที่ ซ.อนามัย ถ.พระบารมี ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต พร้อมของกลาง โคเคนบรรจุถุงพลาสติก พันด้วยเทปสีดำ น้ำหนักประมาณ 1 กรัม ซึ่งนายโคอัสซี่ เป็นผู้ที่จำหน่ายโคเคน ให้กับนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติในย่านสถานบันเทิงพื้นที่ ต.ป่าตอง ชุดจับกุมได้วางแผนล่อซื้อยาเสพติด จนกระทั่งจับกุมได้ในเวลาต่อมา ทั้งนี้ ชุดสืบสวนจะขยายผลจับกุมถึงกลุ่มเครือข่ายที่คาดว่ามีทั้งคนไทยและคนต่างชาติผิวสีเกี่ยวข้องต่อไป

