“เกรียงศักดิ์” ยันค่าตอบแทนแพทย์ ช่วยแก้ปัญหาหมอสมองไหล

6.06.16 | 21:34 น.

เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน นพ.เกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ ประธานชมรมแพทย์ชนบท กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดทำร่างค่าตอบแทนบุคลากรสาธารณสุข ว่า  จากการหารือการจัดทำร่างค่าตอบแทนฉบับใหม่ จะใช้หลักเกณฑ์การจ่ายเงินค่าตอบแทนฉบับที่ 4 และ 6 เป็นฐาน เนื่องจากเป็นฉบับที่ดึงแพทย์ไว้ในระบบได้ และยังเป็นไปตามมติครม. เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2556 โดยการปรับปรุงนั้น จะยึดหลัก ดังนี้ 1. ตามมติครม.เมื่อปี 2556 จะไม่เพิ่มหรือลดค่าตอบแทนแพทย์ และทันตแพทย์ 2.กลุ่มอื่นๆต้องได้เพิ่มตามความเหมาะสม 3.ผู้ประกอบวิชาชีพในระดับพื้นที่ ในเครือข่ายบริการสุขภาพระดับอำเภอเดียวกัน ต้องได้รับค่าตอบแทนเท่ากัน เช่น วุฒิปริญญาตรีหรือวุฒิต่ำกว่าปริญญาตรี ต้องไม่แตกต่าง 4. ทุกกลุ่มจะปรับช่วงอายุเป็น 4 ช่วงอายุ เช่นเดียวกับแพทย์/ทันตแพทย์ แต่ทั้งหมดต้องไม่เป็นภาระต่องบประมาณ

นพ.เกรียงศักดิ์ กล่าวว่า การจัดทำร่างค่าตอบแทนดังกล่าวนี้จะไม่ไปแตะตัววิชาชีพ แต่จะเน้นในการปรับพื้นที่ 2 แบบ คือ1.ปรับตามขนาดและศักยภาพของ รพ.อาทิ จากโรงพยาบาลชุมชนขนาดเล็ก เป็นขนาดกลาง หรือเป็นขนาดใหญ่ และเป็นโรงพยาบาลทั่วไปตามลำดับ จะทำให้อัตราค่าตอบแทนลดลง 2. ปรับตามสภาพพื้นที่ ซึ่งแต่ละขนาดของโรงพยาบาลจะมีสภาพพื้นที่แตกต่างกัน เช่นเป็นพื้นที่ชุมชนเมือง ปกติ พื้นที่ทุรกันดารหรือเสี่ยงภัยระดับ 1 และ 2 ก็สามารถปรับสภาพตามความเป็นจริง ทั้ง 2 กรณีได้ตรวจสอบแล้ว สามารถปรับลดอัตราค่าใช้จ่ายลงได้กว่า  160 แห่ง เป็นต้น ซึ่งการปรับลักษณะนี้ จะตัดทอนเงินที่เคยใช้ลง ก็จะเหลือส่วนต่างดังกล่าว นำมาใช้เพิ่มให้กลุ่มวิชาชีพอื่นๆได้ในค่าตอบแทนฉบับใหม่  โดยหากใช้อัตราตามที่ได้ปรึกษาหารือกันในคณะทำงานนอกจากแพทย์และทันตแพทย์จะไม่ได้เพิ่มขึ้นแล้วแต่ยังจะลดลงจากการปรับขนาดและสภาพพื้นที่ ทำให้งบประมาณลดลงได้กว่า 400 ล้านบาท และยังได้เพิ่มให้ทุกกลุ่มที่เหลือกว่าเท่าตัว อย่างไรก็ตามเนื่องจากบุคลากรเพิ่มมากขึ้นสัดส่วนอายุเพิ่มมากขึ้นและเมื่อเทียบกับอัตราค่าใช้จ่ายในปีที่ผ่านมา งบประมาณจึงน่าจะเพิ่มขึ้นประมาณ  800 ล้านบาทเศษ หรือคิดเป็นร้อยละ 19 ซึ่งไม่ถือว่ามาก เพราะเทียบกับ 10 ปี กว่าที่เริ่มประกาศใช้

ผู้สื่อข่าวถามว่ามีข้อเสนอจากบางวิชาชีพขอให้ตัดเงินในกลุ่มอายุงานเกิน 20 ปี เพื่อนำเงินดังกล่าวมาใช้ในค่าตอบแทนฉบับใหม่ นพ.เกรียงศักดิ์ กล่าวว่า จากตัวอย่างของประเทศอังกฤษซึ่งเน้นหนักระบบหมอประจำครอบครัว จะทำให้ลดค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพได้มาก แพทย์จะแบ่งการจ่ายตามอายุงาน ห่างกัน 7 ปีใน 4 ระดับ  โดย 7 ปีแรกไม่มีค่าตอบแทน 7 ปีที่สอง จ่าย 500 ปอนด์  7 ปีที่สาม จ่ายถึง 2,500 ปอนด์และ 7 ปีสุดท้ายจ่าย 5,000 ปอนด์ ดังนั้น หากรัฐบาลต้องการให้แพทย์อยู่ในระบบภาครัฐในพื้นที่ชนบทเป็นหมอประจำครอบครัว ก็ควรคงหลักการนี้ไว้ แต่ไม่ใช่ว่าไม่ลดเลย เพราะเมื่อมีการปรับพื้นที่ก็จะลดลงอยู่ดี อีกทั้ง แพทย์ในโรงพยาบาลชุมชนที่ได้ค่าตอบแทนสูง จากอายุราชการเกิน 20 ปี มีไม่มาก อย่าง นพ.วรวิทย์ ตันติวัฒนทรัพย์ ผอ.รพ.อุ้มผาง จ.ตาก รวมถึงแพทย์ที่อยู่ในโรงพยาบาลชุมชนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็ควรให้ไม่ใช่หรือ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อย่างไรก็ตาม สำหรับร่างค่าตอบแทนดังกล่าว เป็นเพียงข้อเสนอ โดยจะมีการเสนอต่อคณะกรรมการค่าตอบแทนชุดที่มี นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) เป็นประธานเพื่อพิจารณา ร่วมกับกรรมการจากภาคส่วนต่างๆ คาดว่าจะมีการเสนอภายในกลางเดือนมิถุนายนนี้