สธ.ยันไร้เจ้าหน้าที่ รพ.ห้วยยอด ‘เจ็บ-ทรัพย์สินเสียหาย’ จากเหตุหนุ่มเมาบุกทำร้ายเมีย

19.08.19 | 18:00 น.

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม นพ.วิทูรย์ อนันทกุล ผู้อำนวยการกองสาธารณสุขฉุกเฉิน กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยถึงกรณีหนุ่มเมาอาละวาด พร้อมคว้ามีดพร้า บุกฟันภรรยาที่โรงพยาบาล (รพ.) ห้วยยอด จ.ตรัง ว่า ในเบื้องต้นได้รับรายงานจาก รพ.ห้วยยอด แล้ว เหตุดังกล่าวเป็นความรุนแรงเกิดขึ้นหน้าห้องฉุกเฉิน โดยเหตุเกิดขึ้นเมื่อเวลา 22.00 น. คืนวันที่ 18 สิงหาคมที่ผ่านมา ได้รับแจ้งว่ามีชายอายุ 39 ปี อยู่ในอาการเมาสุราได้ใช้อาวุธมีดพร้าทำร้ายภรรยา อายุ 45 ปี ที่บ้านเลขที่ 18 หมู่ 6 ต.ปากแจ่ม อ.ห้วยยอด จ.ตรัง จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ต่อมาเวลา 22.30 น.ญาติได้นำตัวส่ง รพ.ห้วยยอด ก่อนเกิดเหตุสุดวิสัย สามีได้ตามมายังโรงพยาบาล และก่อเหตุ โดยพยายามบุกเข้าไปในห้องฉุกเฉิน ขณะเดียวกัน ทางโรงพยาบาลได้โทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าระงับเหตุ จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตัดสินใจยิงเข้าที่บริเวณขาขวาของผู้ก่อเหตุได้รับบาดเจ็บ เพื่อระงับเหตุการณ์ดังกล่าว

นพ.วิทูรย์ กล่าวว่า ทั้งนี้ ข้อมูลจากหัวหน้าฝ่ายวิชาการของโรงพยาบาล รายงานว่า ไม่มีเจ้าหน้าที่ทั้งแพทย์ พยาบาล และบุคลากรอื่น ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว รวมถึงไม่มีทรัพย์สินเสียหายของโรงพยาบาลแต่อย่างใด เนื่องจากเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นสุดวิสัย และผู้ก่อเหตุจงใจก่อเหตุ ซึ่งเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้บันทึกจับกุมและเตรียมตั้งข้อหาแล้ว พร้อมทั้งได้รายงานเรื่องนี้ต่อผู้บริหาร สธ. เพื่อพิจารณาดำเนินการในส่วนเกี่ยวข้องต่อไป

นพ.วิทูรย์ กล่าวว่า ที่ผ่านมา สธ.ได้กำหนดมาตรการเพิ่มความปลอดภัยในโรงพยาบาลทั่วประเทศ โดยเฉพาะบริเวณห้องฉุกเฉิน ซึ่งเป็นจุดเสี่ยงเกิดบ่อยครั้ง อาทิ การติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (ซีซีทีวี) และตรวจสอบให้พร้อมใช้งาน การจัดทำระบบควบคุมประตูห้องฉุกเฉิน จัดระบบคัดกรองโดยเฉพาะผู้ป่วยห้องฉุกเฉิน รวมถึงการห้ามไม่ให้ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปภายในห้องฉุกเฉิน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้อยู่ระหว่างทบทวนมาตรการเพิ่มความปลอดภัยของโรงพยาบาลห้วยยอดว่าเป็นไปตามมาตรกรหรือไม่ และมีส่วนใดที่ที่ควรจะได้รับการสนับสนุนเพิ่มเติม ซึ่งปัจจุบันทางกองสาธารณสุขฉุกเฉิน กำลังหารือเพื่อปรับมาตรการโครงสร้างและแนวทางปฏิบัติให้เหมาะสมกับขนาดของโรงพยาบาล เช่น โรงพยาบาลขนาดใหญ่ที่มีผู้คนจำนวนมาก จะต้องจัดทำระบบควบคุมประตูให้เป็นประตูสองชั้นหรือไม่ แต่การดำเนินการดังกล่าวมีส่วนเกี่ยวข้องกับงบประมาณด้วย ซึ่งจะต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก

“ส่วนใหญ่จะพยายามเน้นมาตรการเชิงป้องกัน เช่น หากในพื้นที่มีการจัดคอนเสิร์ต งานบุญ ส่วนนี้ขอให้ทางโรงพยาบาลประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อจัดส่งกำลังเฝ้าระวังเหตุในพื้นที่โรงพยาบาล และมาตรการการแยกผู้ป่วยจากเหตุทำร้ายกัน ไปรักษาต่างโรงพยาบาล เพื่อป้องกันเหตุความรุนแรงที่จะเกิดขึ้น รวมถึงเพื่อความปลอดภัยของบุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาล ซึ่งย้ำว่าเหตุดังกล่าวเป็นเหตุสุดวิสัย” นพ.วิทูรย์ กล่าว

 

Advertisement