ออกหมายจับมือบึ้มป่วนกรุง-ปริมณฑลเพิ่มอีก 3 ราย

20.08.19 | 15:52 น.

เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยถึงความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวนและการดำเนินคดีกับผู้ร่วมก่อเหตุลอบวางระเบิดในพื้นที่ กทม.และพื้นที่เกี่ยวข้องในห้วงที่ผ่านมาว่า ได้รับรายงานจากคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนเพิ่มเติมว่า ศาลอาญาได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มเติม 3 ราย ในข้อหาเป็นอั้งยี่, ร่วมกันวางเพลิงเผาทรัพย์, กระทำให้เกิดระเบิดจนน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่น หรือพรัพย์ของผู้อื่น, ทำ ใช้ มีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ พกพาอาวุธ (ระเบิด) ไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร และทำให้เสียทรัพย์ ซึ่งเป็นความผิดที่มีอายุความ 20 ปี และมีอัตราโทษสูง


โดยศาลอาญาอนุมัติหมายจับผู้ต้องหาแล้วทั้งหมด 9 ราย จากผู้ร่วมก่อเหตุหลายรายในแต่ละพื้นที่เกิดเหตุ ได้แก่ นายลูไอ แซแง และนายวิลดัน มาหะ (ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 2 ส.ค.62) วันที่ 14 ส.ค.62 ศาลอนุมัติหมายจับ จำนวน 4 ราย นายอัสมี อาบูวะ นายอุสมาน เปาะลอ นายอัมรี มะมิง ฮาเเซ แบเล๊าะ ต่อมาในวันนี้ (20 ส.ค.62) ศาลอนุมัติหมายจับเพิ่มเติมอีก 3 รายคือ นายอุสมัน ลาเตะ นายฮาซัน อาแว และนายนัสรู มะประสิทธิ์ ซึ่งจะมีการสืบสวนขยายผลออกหมายจับผู้ที่ร่วมก่อเหตุและผู้ที่เกี่ยวข้องตามขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรมต่อไป

รองโฆษก ตร.กล่าวต่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ฝากขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องผ่านมายัง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ในการทำงานกันอย่างเต็มกำลังความสามารถ เข้มข้นจริงจัง และบูรณาการกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในการสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน และเร่งรัดติดตามจับกุมผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย รวมทั้งในส่วนของภาคประชาชนที่ช่วยกันเป็นหูเป็นตาในการสอดส่องและแจ้งข้อมูลเบาะแสให้กับเจ้าหน้าที่

อีกทั้ง ผบ.ตร.ยังได้ขับเคลื่อนตามนโยบายนายกรัฐมนตี ที่ให้คณะพนักงานสืบสวนสอบสวนในเรื่องนี้ ที่ต้องทำงานแข่งกับเวลา ยึดระเบียบ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนหลักสิทธิมนุษยชนเป็นสำคัญ โดยจะต้องไม่มีการจับแพะอย่างเด็ดขาด พร้อมกันนี้ ขอให้พี่น้องประชาชนมีความเชื่อมั่นในทีมงานของ ผบ.ตร.และคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนที่ได้แต่งตั้งขึ้นมาทำงานไม่มีวันหยุดพักภายใต้กรอบของกฎหมาย โดยให้นำหลักนิติวิทยาศาสตร์มาเชื่อมโยงพิสูจน์ถึงการกระทำความผิด ยึดหลักสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพเป็นสำคัญในการสืบสวนสอบสวนตามขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรม โดยหากประชาชนมีข้อมูลหรือเบาะแสที่เกี่ยวข้องสามารถแจ้งหรือส่งข้อมูลมายังหมายเลขสายด่วน 191 หรือ 1599 ได้ตลอด 24 ชม.ในทุกพื้นที่

Advertisement