เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมด้วย พล.ต.ต.สัมฤทธิ์ ตงเต๊า ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 8 ตำรวจจราจร สน.บางคอแหลม สำนักงานเขตบางคอแหลม ร่วมกันลงพื้นที่ถนนราษฎร์บูรณะ แขวงบางปะกอก เขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพฯ ตามโครงการใช้ถนนเพื่อความปลอดภัย หลังดำเนินการตีเส้นทำเครื่องหมายจราจรบนพื้นทางถนนราษฎร์บูรณะ ระหว่างวันที่ 24 กรกฎาคม 2562 แล้วเสร็จวันที่ 8 สิงหาคม 2562 ตั้งแต่ซอยราษฎร์บูรณะ 2 ถึงซอยราษฎร์บูรณะ 6 และซอยราษฎร์บูรณะ 3 ถึงซอยราษฎร์บูรณะ 11 ระยะทางประมาณ 600 เมตร เพื่อเตือนให้ผู้ขับขี่ลดความเร็ว บนถนนราษฎร์บูรณะ ซึ่งถนนบริเวณดังกล่าวมีลักษณะเป็นทางโค้ง มักทำให้เกิดอุบัติเหตุเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บอยู่บ่อยครั้ง
พล.ต.ต.จิรสันต์ กล่าวว่า จุดนี้ถือเป็นจุดแรกในกรุงเทพมหานคร ที่ได้เริ่มดำเนินการทำเครื่องหมายจราจรเต็มรูปแบบเพื่อลดอุบัติเหตุ โดยมีป้ายเตือนแจ้งลดความเร็ว เส้นสะดุด ป้ายสัญญาณไฟ ทาสีถนนเป็นสีแดงเห็นชัด มีความฝืด ไม่ลื่น โดยทำเสร็จเมื่อปลายเดือนกรกฎาคม ขณะนี้จุดดังกล่าวยังไม่มีการเกิดอุบัติเหตุขึ้น หลังจากนี้จะประเมินว่าวิธีนี้สามารถช่วยลดอุบัติเหตุได้หรือไม่ หากได้ผลก็จะขยายไปยังพื้นที่อื่นๆ ที่มีความเสี่ยงทั่วกรุงเทพมหานคร ซึ่งการปรับปรุงพื้นผิวจราจรนี้ เป็นการดำเนินงานด้านกายภาพเพื่อลดอุบัติเหตุ หลังจากนี้จะมีการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนร่วมมือเคารพกฎจราจร หลังจากนั้นทางตำรวจก็จะบังคับใฃ้กฎหมายอย่างเข้มงวดด้วย เพราะหากไม่ช่วยกัน อุบัติเหตุก็อาจจะเกิดขึ้นได้
ด้าน นางดวงฤดี จารึกสถิตย์วงศ์ ประชาชนที่อยู่บริเวณนี้ เปิดเผยว่า กว่า 20 ปี มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบริเวณทางโค้งมรณะจำนวนมาก เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งเป็นประจำในทุกๆ ปี ชาวบ้านจะร่ว มกันทำบุญอุทิศส่วนกุศล ทั้งนี้รู้สึกดีใจที่ทางตำรวจและทางสำนักงานเขตได้มาทำโครงการที่จุดนี้ ซึ่งจะช่วยให้รถที่ขับมาด้วยความเร็วได้ชะลอรถ เมื่อขับรถมารู้สึกได้ว่าพื้นถนนฝืดขึ้น ทำให้ความปลอดภัยมีเพิ่มมากขึ้น เชื่อว่าจะช่วยลดอันตรายได้ร้อยเปอร์เซ็น
โดยมีรายงานสถิติการเกิดอุบัติเหตุ 5 ปี ย้อนหลังบริเวณทางโค้ง ปากซอยราษฎร์บูรณะ 2-6 และปากซอยราษฎร์บูรณะ 3-5 เกิดอุบัติเหตุขึ้น 41 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 8 คน ผู้บาดเจ็บ 47 คน เป็นเพศชาย 43 คน เพศหญิง 12 คน ช่วงอายุ 1-14 ปี 2 คน 15-19 ปี 6 คน 20-49 ปี 43 คน และช่วงอายุ 50 ปีขึ้นไป 4 คน
โดยอุบัติเหตุเกิดขึ้นในช่วงเวลา 00.01-08.00 น. 15 ครั้ง ช่วงเวลา 08.01-16.00 น. 14 ครั้ง และเวลา 16.01-24.00 น. 12 ครั้ง ซึ่งยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุแล้วทำให้เสียชีวิตและบาดเจ็บเป็นรถจักรยานยนต์ 37 ราย รถแท็กซี่ 3 ครั้ง รถยนต์ 1 ครั้ง รถโดยสารประจำทาง 1 ครั้ง ทั้งนี้อุบัติเหตุที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตทั้ง 8 ราย เกิดจากอุบัติเหตุจากรถจักรยานยนต์ทั้งหมด


