เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 20 ส.ค. ที่ผ่านมา ที่ศาลอาญาธนบุรี ถ.เอกชัย พนักงานสอบสวน สน.แสมดำ ได้ควบคุมนายสิทธิชัย อุไร อายุ 26 ปี อาชีพช่างตกแต่งภายใน ที่อยู่ 17/39 หมู่ 2 แขวงจอมทอง เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ ผู้ต้องหาใช้อาวุธแทงผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ มายื่นคำร้องขอฝากขังครั้งแรกเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 20-31 ส.ค. เนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ต้องรอสอบสวนปากคำ พยานอีก 4 ปาก รอผลตรวจสอบการพิมพ์นิ้วมือและประวัติการต้องโทษของผู้ต้องหา
โดยคำร้องพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 14 ส.ค. ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 17. 35น. ขณะที่ นายกิติพงษ์ มากจงดี อายุ 53 ปี ผู้เสียหายขับรถแท็กซี่ทะเบียน มก3989 กรุงเทพมาตาม ถ.พระราม 2 ขาออก ขณะขับมาถึงบริเวณใกล้ด่านเก็บเงินทางด่วน ผู้ต้องหาขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ คาวาซากิ รุ่นเคเอสอาร์ สีขาวดำไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนได้แซงขวาผ่านรถผู้เสียหาย ในระยะกระชั้นชิดจึงได้บีบแตร จากนั้นผู้ต้องหาได้ตัดหน้ารถผู้เสียหายและไปจอดที่ฟุตปาธด้านซ้าย แต่ผู้เสียหายไม่ได้หยุดรถจึงขับไป จากนั้นผู้ต้องหาได้ขับรถจักรยานยนต์ไล่ตามมาอีกและแซงขวารถผู้เสียหายอีกครั้ง พร้อมในมือซ้ายกำมีดใช้เคาะกระจกรถผู้เสียหาย จากนั้นผู้ต้องหาแซงขึ้นหน้ารถผู้เสียหายลักษณะขวางหน้ารถและชะลอรถ แต่ผู้เสียหายหยุดจึงเฉี่ยวชนด้านท้ายรถของผู้ต้องหาจนล้ม ผู้เสียหายเลยหยุดรถทันทีและเลื่อนกระจกรถลง ต่อมาผู้ต้องหาได้วิ่งเข้ามาใช้มือขวากำมีดแทงมาที่บริเวณหน้าอก
ด้านขวาของผู้เสียหายแต่ไม่เข้าเนื่องจากติดธนบัตร จากนั้นผู้ต้องหาชกไปที่บริเวณใบหน้าผู้เสียหายจำนวน 1 ครั้ง จากนั้นผู้เสียหายจึงไปจอดรถยนต์ริมถนนเพื่อเรียกตัวแทนบริษัทประกัน และลงจากรถเพื่อพูดคุยกับผู้ต้องหา แต่ผู้ต้องหาได้ชกต่อยใบหน้าผู้เสียหายอีก 1 ครั้งจนล้มไปศีรษะไปกระแทกขอบฟุตปาธจนเป็นแผลได้รับบาดเจ็บ และผู้ต้องหาได้หลบหนีไป จนเมื่อวันที่ 19 ส.ค. ผู้ต้องหาเข้ามอบตัว ยอมรับว่าเป็นคนก่อเหตุ พนักงานสอบสวนจึงแจ้งข้อกล่าวหากระทำความผิดฐาน พยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, ทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจของผู้อื่นขับรถไม่คำนึงถึงความปลอดภัย, พกพาอาวุธไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควร ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 ประกอบมาตรา 80 มาตรา295 มาตรา371 พรบ. จราจรทางบก พ. ศ. 2522 มาตรา43 (8)
ซึ่งในชั้นสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ในข้อหาทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจของผู้อื่น ขับรถไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น พกพาอาวุธไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควร แต่ปฏิเสธข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา
ซึ่งท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัว เพราะคดีมีโทษร้ายแรงเกรงว่าจะหลบหนี
ศาลได้พิจารณาคำร้องและสอบถามผู้ต้องหาไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้ฝากขังได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างดำเนินการฝากขังนายสิทธิชัยนั้นไม่ปรากฏว่ามีญาติมายื่นคำร้องและหลักทรัพย์ประกันตัวแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงได้คุมตัวผู้ต้องหาไปคุมขังไว้ที่เรือนจำพิเศษธนบุรีต่อไป

