กรณีเด็กหญิงวัย 14 ปี ถูกหญิงคนสนิทของครอบครัว ล่อลวงให้หนีออกจากบ้านที่ อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ไปทำงานก่อสร้างที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อปลายปี 2561 แล้วถูกคนงานก่อสร้างรวม 4 คน ข่มขืนในแคมป์คนงาน ก่อนผู้เสียหายจะหลบหนีไปอยู่กับหญิงคนสนิทที่แคมป์คนงาน ย่านประเวศ แล้วถูกหัวหน้าคนงานข่มขืนซ้ำอีก
เมื่อเวลา 11.35 น. วันที่ 21 สิงหาคม ที่กองบังคับการปรามปราบการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) พล.ต.ต.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบก.ปคม. พร้อม พ.ต.อ.มานะ กลีบสัตบุตศ์ รอง ผบก.ปคม.และ พ.ต.อ.กึกก้อง ดิศวัฒน์ ผกก.6.บก.ปคม.ร่วมกับ นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พร้อมครอบครัวของเด็กหญิงวัย 14 ปี แถลงการจับกุม นายวรจักร พรหมมาอินทร์ หรือช่างนั้ม พ่อบุญธรรมของเด็ก, นายเสมอ บุญมา, นายจรัญ อยู่สถิต และเยาวชนอายุ 16 ปี ผู้ต้องหาที่ร่วมก่อเหตุข่มขืนดังกล่าว
พล.ต.ต.วรวัฒน์กล่าวว่า ภายหลังเมื่อวันที่ 15 สิงหาคมที่ผ่านมา ปคม.ได้รับเรื่องร้องทุกข์ไว้ดำเนินการ จนกระทั่งออกหมายจับ 4 ผู้ต้องหา ก่อนประสานเข้ามอบตัวในวันนี้ เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำทั้งฝ่ายผู้เสียหายและผู้ต้องหา ทราบว่าเหยื่ออายุ 14 ปี ไปอาศัยอยู่กับผู้ต้องหาที่เป็นพ่อบุญธรรมมาตั้งแต่อายุ 8 ปี โดยได้ไปช่วยงานก่อสร้าง ได้ค่าจ้าง 70 บาทต่อวัน และพักอาศัยร่วมกันในบ้านพักคนงานที่ จ.สงขลา กระทั่งต่อมาในปี 2561 ก็ถูกกลุ่มผู้ต้องหาข่มขืน โดยที่นายวรจักรก็บังคับให้ทำงานและข่มขืนกันเรื่อยมา
พ.ต.อ.มานะกล่าวว่า เบื้องต้นเตรียมแจ้งข้อกล่าวหาต่อผู้ต้องหาทั้งหมด คือ “ข่มขืนกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี และชักจูงส่งเสริมให้เด็กประพฤติมิควร” โดยจะแจ้งข้อหาเพิ่มต่อนายวรจักร ฐาน “แสวงหาประโยชน์จากการใช้แรงงาน และจ้างเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีเป็นลูกจ้าง” อันเป็นความผิดฐานการค้ามนุษย์ โดยต่อจากนี้จะแยกสอบปากคำถึงพฤติกรรมของผู้ต้องหาแต่ละราย ซึ่งในที่นี้มีเยาวชน 1 ราย ก่อนส่งศาลอาญา และศาลเด็กและเยาวชนนำตัวไปฝากขังต่อไป และสั่งค้านประกันในคดีค้ามนุษย์เนื่องจากเป็นความผิดที่รุนแรง อย่างไรก็ตาม ยังพบประวัติเกี่ยวกับยาสารเสพติดของผู้ต้องหาบางราย ก็จะรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมในประเด็นอื่นๆ ก่อนดำเนินการต่อไป
ด้านนายรักพงษ์ สุรนาคะพันธุ์ ทนายผู้ต้องหา กล่าวเบื้องต้นผู้ต้องหาทั้งหมดให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ส่วนในเรื่องทางคดีก็จะรวบรวมพยานหลักฐานมายืนยันความบริสุทธิ์อีกครั้ง เพราะมีข้อมูลบางประเด็นที่ทำให้เกิดความสงสัยว่าผู้ต้องหาไม่ได้กระทำผิดจริง และคดีที่เกิดในพื้นที่ สน.ประเวศ ไม่เกี่ยวข้องกับคดีที่ผู้ต้องหาทั้ง 4 ทั้งนี้ก็เตรียมนำเงินกรมธรรม์มาประกันตัวผู้ต้องหารายละ 300,000 บาท
ขณะที่พ่อของผู้เสียหายกล่าวว่า ต้องการร้องขอให้ผู้ต้องหาทั้งหมดได้รับโทษประหารชีวิต เพราะรับไม่ได้ เนื่องจากกลุ่มผู้ต้องหาเองก็มีลูกสาวเหมือนกันแต่ทำไมมาทำกับตนแบบนี้ ตลอดระยะเวลาที่ลูกสาวตนไปทำงานก็ติดต่อไม่ได้ และจนปัจจุบัน ลูกตนก็ยังอ่านไม่ค่อยออกเขียนไม่ค่อยได้ อย่างไรก็ตามตนรู้สึกดีขึ้นที่สามารถจับตัวผู้ต้องหามาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมได้



