นายอารักษ์ พรหมณี อธิบดีกรมการจัดหางาน (กกจ.) กระทรวงแรงงาน กล่าวถึงความคืบหน้าในการเปิดจดทะเบียนแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ คือ พม่า ลาวและกัมพูชา ว่า ขณะนี้จากการสำรวจของเจ้าหน้าที่ทำให้คาดการณ์จำนวนแรงงานที่นายจ้างจะนำมาจดทะเบียนลดลงคือประมาณ 2 ล้านคน เนื่องจากพบจำนวนแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาทำงานในไทยด้วยหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) เพิ่มขึ้น ขณะที่ยอดการจดทะเบียนในปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 4 แสนคน ซึ่งถือว่ายังไม่สูงมาก อันเนื่องมาจากขั้นตอนการนัดเวลาเพื่อตรวจสุขภาพ ที่มีแรงงานนัดหมายจำนวนมากและขั้นตอนการรอผลการตรวจสุขภาพที่ต้องนำมายื่นให้เจ้าหน้าที่ก่อนจึงจะขอรับใบอนุญาตทำงานได้
นายอารักษ์ กล่าวอีกว่า โดยเตรียมจะเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายการจัดการปัญหาแรงงานต่างด้าวและการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน (กนร.) ภายในสัปดาห์หน้า เพื่อขอให้ปรับเปลี่ยนขั้นตอนการออกใบอนุญาตทำงาน คือ ให้แรงงานนำเอกสารยืนยันการเข้ารับการตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลมายื่นให้เจ้าหน้าที่เพื่อขอรับใบอนุญาตทำงานไปก่อน จากนั้นเมื่อได้ผลการตรวจสุขภาพแล้วให้นำมายื่นต่อเจ้าหน้าที่ภายในระยะเวลาที่กำหนด เชื่อว่าจะทำให้การดำเนินการรวดเร็วยิ่งขึ้น ส่วนข้อกังวลว่าอาจจะพบแรงงานต่างด้าวเป็นโรคร้ายแรงนั้น ไม่น่ากังวลเพราะแรงงานต่างด้าวกลุ่มนี้คือกลุ่มเดิมที่ทำงานอยู่ในประเทศไทยมาแล้วก่อนหน้านี้ก็ผ่านขั้นตอนการตรวจโรคมาแล้วจึงไม่น่ากังวล นอกจากนี้ จะส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เร่งรัดให้นายจ้างนำแรงงานต่างด้าวเข้ามาจดทะเบียนภายใน 29 กรกฎาคมนี้ ขอยืนยันว่าจะไม่มีการผ่อนปรน ไม่มีการขยายเวลาการจดทะเบียนต่ออีกแน่นอน

