มูลนิธิอันดามัน และเครือข่าย ประมงพื้นบ้านตรัง เสนอออกมาตรการอนุรักษ์พะยูน 5 มาตรการ
เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม มูลนิธิอันดามัน (Save Andaman Network Foundation) ออกแถลงการณ์แสดงความเป็นห่วงเกี่ยวกับสถานการณ์พะยูนในไทยว่า พะยูนไทยจะต้องสังเวยอีกกี่ตัว เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม พบพะยูนตาย เป็นตัวที่ 17 ในรอบปีนี้ และลูกพะยูนยามีลก็ได้จากไปอีกตัวเป็นข่าวที่สร้างความเสียใจให้กับทุกคน เพราะจะเป็นพะยูนตัวไหนๆ ก็มีค่าเท่ากันหมด และหวังว่าคงถึงเวลาที่จะร่วมกันแก้ปัญหาอย่างจริงจังที่ต้นเหตุ
แถลงการณ์ ระบุอีกว่า นอกจากนี้ทางเครือข่ายชมรมชาวประมงพื้นบ้าน จ.ตรังไม่เคยนิ่งเฉย และได้ยื่นข้อเสนอมาตรการอนุรักษ์พะยูนในทะเลตรังเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม ที่ผ่านมา ในที่ประชุมคณะกรรมการประมง จ.ตรัง แต่ทุกอย่างกลับนิ่งเฉยไร้การปฏิบัติ ซึ่งถึงวันนี้ เราต้องมีปฏิบัติการร่วมกันอย่างจริงจัง เพื่อให้การแก้ปัญหาการลักลอบใช้เครื่องมือประมงผิดกฎหมายและทำลายพันธุ์สัตว์น้ำและการใช้เครื่องมือทำการประมงที่เป็นอันตรายต่อพะยูนและสัตว์ทะเลหายากเกิดประสิทธิภาพ จำเป็นต้องอาศัยการมีส่วนร่วมของชุมชน เครือข่ายชมรมชาวประมงพื้นบ้าน จ.ตรัง ขอเสนอมาตรการดังต่อไปนี้
1.กติกาชุมชนภายใต้ข้อบัญญัติท้องถิ่นฯและข้อตกลงเหล่านี้ควรมีการพัฒนาให้เป็นประกาศ จ.ตรัง ตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่องกำหนดเครื่องมือทำการประมง และพื้นที่ทำการประมงที่ห้ามใช้ทำการประมงในที่จับสัตว์น้ำเขตทะเลชายฝั่ง พ.ศ.2560 โดยการพัฒนากติกาชุมชนให้เป็นประกาศจังหวัดต้องมีการจัดประชุม รับฟังความคิดเห็นของชาวประมงและกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ซึ่งต้องอาศัยงบประมาณจังหวัดเพื่อดำเนินการ
2.ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนในการออกลาดตระเวน เฝ้าระวังการลักลอบใช้เครื่องมือทำการประมงผิดกฎหมายและเป็นอันตรายต่อพะยูน โดยให้รื้อฟื้นชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจราษฎรอาสา (ฉก.) รักษาทะเล ออกปฏิบัติงานร่วมกับเจ้าหน้าที่อย่างต่อเนื่อง
3.การใช้มาตรการทางปกครองเพื่อแก้ปัญหา ในขณะที่หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องร่วมกับอาสาสมัครฯ ในการออกลาดตะเวนเฝ้าระวังทางทะเล นายอำเภอภายใต้คณะกรรมการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมายระดับอำเภอต้องกำชับกำนัน และผู้ใหญ่ ให้ทำการสำรวจประเภทเครื่องมือประมงในพื้นที่ของตนเองว่ามีการใช้เครื่องมือประมงผิดกฎหมายและที่เป็นอันตรายต่อพะยูน เช่นเบ็ดราไว อวนจมปลากระเบน หรือไม่ โดยต้องมีการทำรายงานประจำเดือนเสนอต่อที่ประชุม และหากพบว่ามีต้องกำหนดเป้าหมายในการลดและเลิกใช้โดยการขอความร่วมมือจากชุมชน หรืออาจสนับสนุนงบประมาณปรับเปลี่ยนเครื่องมือประมงที่เป็นอันตรายต่อพะยูนและสัตว์น้ำวัยอ่อนตามความเหมาะสม สิ่งสำคัญคือต้องเป็นมาตรการเชิงรณรงค์ ขอความร่วมมือ และชี้ให้เห็นว่าทุกคนต้องช่วยกันดูแลรักษาทะเลเพื่อความยั่งยืนของทรัพยากร
4.การบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ปัญหาร่วมกับอาสาสมัคร(ฉก.) โดยบูรณาการแผนการออกลาดตระเวนระหว่างใบไม้เขียวและสบทช.10 สำหรับในส่วนของอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหมและเภตราขอความร่วมมือในการดูแลพื้นที่ของตัวเองเพื่อแก้ปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ
5.กำหนดยุทธศาสตร์ จ.ตรังว่าด้วยเรื่องพะยูนเพื่อการสนับสนุนงบประมาณแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบและควรกำหนดให้มีการจัดงานณรงค์เนื่องใน “วันพะยูนโลก” ประจำปีเพื่อประชาสัมพันธ์สร้างจิตสำนึกแก่ประชาชนในการอนุรักษ์พะยูนและระบบนิเวศชายฝั่ง

