ซากยามีล สตัฟฟ์คู่มาเรียม อธิบดี ทช.เผย แผนพะยูนแห่งชาติพร้อมใช้สิ้นปีนี้

23.08.19 | 17:18 น.

ซากยามีล สตัฟฟ์คู่มาเรียม อธิบดี ทช.เผย แผนพะยูนแห่งชาติพร้อมใช้สิ้นปีนี้

นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวว่า สำหรับการตายของยามีลนั้น พะยูนที่แยกจากแม่ในวัยที่คาดว่าเพียง 1 เดือน จึงทำให้ภูมิต้านทานในร่างกายไม่เพียงพอ และมาอยู่กับเราได้ 60 วัน ขณะที่มาเรียมนั้นอายุประมาณ 6 เดือน การได้รับสารอาหารและภูมิต้านทานจากนมแม่จึงมีมากกว่า และอยู่ในการดูแลของเจ้าหน้าที่ 110 วัน เรื่องนี้ถือเป็นองค์ความรู้ใหม่ที่ไม่เคยมีในโลกในการนำลูกพะยูนที่เกยตื้นมาดูแล ซึ่งจะต้องศึกษาและเรียนรู้กันไปในอนาคตหากเกิดกรณีเช่นนี้ขึ้นอีก อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่ลูกพะยูนพลัดจากแม่เกิดได้หลากหลาย ซึ่งหลังของยามีลนั้นมีรอยแผลที่คาดว่าจะถูกชาร์จออกจากฝูง หรือบางกรณีก็เกยตื้นเมื่อน้ำลงแล้วลงตามฝูงไม่ทัน เพราะพะยูนเป็นสัตว์ที่เคลื่อนไหวช้า ทั้งนี้ หลังการผ่าพิสูจน์อย่างละเอียดแล้ว เจ้าหน้าที่จะนำซากยามีลมาสตัฟฟ์ที่ อพวช. เช่นเดียวกับมาเรียม

เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่เพราะล่าสุดพะยูนตายลงแล้วถึง 17 ตัว นายจตุพรกล่าวว่า ที่ผ่านมาค่าเฉลี่ยการตายของพะยูนอยู่ที่ 13-15 ตัว/ปี และเคยมีบางปีที่ตายพุ่งไปถึง 20 ตัว อย่างไรก็ตาม ในปี 2557 พบว่ามีประชากรพะยูนเพิ่มขึ้นจาก 180 ตัว มาอยู่ที่ 250 ตัว จึงถือว่าสถิติการเกิดของพะยูนก็มากเช่นกัน เรื่องนี้จึงยังไม่น่าเป็นกังวลมากนัก ทั้งนี้ สาเหตุการตายของสัตว์ทะเลหายากรวมทั้งพะยูนร้อยละ 80 เกิดจากเครื่องมือประมง ซึ่งต้องไปดำเนินการแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้อย่างจริงจัง ส่วนการล่านั้นแทบจะไม่มีแล้ว ส่วนกรณีการจัดทำแผนพะยูนแห่งชาตินั้น เบื้องต้นจัดประชุมร่างแผนฯ เรียบร้อยแล้ว และกำลังขอนัดวันประชุมคณะกรรมการนโยบายและแผนการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งแห่งชาติ ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เพื่อพิจารณา ก่อนนำเสนอต่อ ครม.ต่อไป คาดว่าจะแล้วเสร็จและสามารถนำมาปฏิบัติได้ภายในสิ้นปีนี้