สธ.ปลื้ม “ด่านชุมชน”ช่วยลดอุบัติเหตุสงกรานต์ เร่งบูรณาการข้อมูลบาดเจ็บ-เสียชีวิต

7.06.16 | 16:46 น.

เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวระหว่างเป็นประธานการประชุมศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข ผ่านระบบวีดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ทั่วประเทศ เพื่อติดตามผลการดำเนินการและถอดบทเรียนจากอุบัติเหตุสงกรานต์ปี 2559 ว่า สธ.ร่วมกับ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย(มท.) และบริษัทกลาง ได้มีนโยบายในการบูรณาการข้อมูลร่วมกันเพื่อให้เป็นระบบเดียว ลดปัญหาความสับสนเรื่องข้อมูลบาดเจ็บ เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนไม่ตรงกัน โดยในส่วนของสธ.มีเพียง 3 เขตบริการสุขภาพ จาก 12 เขตเท่านั้นที่สามารถบูรณาการข้อมูลเป็นหนึ่งเดียวได้ ที่เหลือส่วนใหญ่ติดปัญหาการประสานข้อมูลจึงขอให้เร่งดำเนินการ ที่สำคัญคือ ต้องรายงานมายังส่วนกลางด้วย โดยเฉพาะสำนักสาธารณสุขฉุกเฉิน (สธฉ.) ต้องรีบปรับปรุงระบบฐานข้อมูลให้มีประสิทธิภาพ ซึ่งในอนาคตจะพัฒนาให้เชื่อมโยงเข้ามาสู่ฐานข้อมูลเดียวกัน หรือระบบเอ็น รีเฟอร์ (N-Refer) เพื่อให้ทั้ง 76 จังหวัดทั่วประเทศใช้ข้อมูลส่งต่อได้อย่างไร้รอยต่อ ซึ่งคาดจะแล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายนนี้

นพ.สุวรรณชัย กล่าวอีกว่า เรื่องการส่งต่อถือว่ามีความสำคัญมากเพราะพบว่าอุบัติเหตุที่ผ่านมามีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุร้อยละ 50 เท่ากับว่ามีอีกกว่าร้อยละ 50 ที่สามารถช่วยให้รอดชีวิตได้ ถ้าระบบส่งต่อไม่ดีอาจจะทำให้มีผู้เสียชีวิตระหว่างทางเพิ่มขึ้น ดังนั้น มาตรการเรื่องด่านชุมชน ถือว่าเป็นมาตรการที่มีประสิทธิภาพในการลดการเกิดอุบัติเหตุได้ ข้อมูลช่วงสงกรานต์ปี 2559 พบการตั้งด่านชุมชนใน40 อำเภอเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุสูงสุด ช่วยให้ลดอุบัติเหตุลงร้อยละ 8.59 เมื่อเทียบกับปี 2558 ดังนั้นต้องดำเนินการอย่างเข้มข้น ทั้งในช่วงเทศกาล และนอกเทศกาลสำคัญ รวมถึงนโยบายที่นพ.โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสั่งการไปก่อนหน้านี้ เรื่อง การค้นหาพื้นที่เสี่ยงเกิดอุบัติเหตุจังหวัดละ 5 จุด ต่อไตรมาส เมื่อพบแล้วให้ดำเนินการแก้ไข พร้อมทั้งรายงานมาให้กระทรวงทราบ ตรงนี้จะเห็นว่าไตรมาสแรกยังมีจังหวัดที่ยังไม่รายงานเข้ามาถึง 11 จังหวัด ใน 4 เขต ส่วนไตรมาสที่ 2 ยังไม่รายงานเข้ามา 12 จังหวัดใน 7 เขต ซึ่งเข้าใจว่าหลายที่มีการดำเนินการอยู่แล้ว ปัญหาอาจอยู่ที่การรายงานข้อมูล ดังนั้นขอย้ำให้ทุกจังหวัดต้องรายงานความคืบหน้าการค้นหา และแก้ไขจุดเสี่ยงให้ส่วนกลางทราบด้วย