ศาลอุทธรณ์อนุญาตปล่อยตัว อดีต’เจ้าอาวาส-เลขา’วัดสามพระยา หลังยื่นหลักทรัพย์คนละ 2 ล้าน

26.08.19 | 18:20 น.

ศาลอุทธรณ์อนุญาตปล่อยชั่วคราว อดีตเจ้าอาวาส-อดีตเลขา วัดสามพระยา ระหว่างอุทธรณ์คดี หลังยื่นหลักทรัพย์คนละ2ล้านบาท ส่วนอดีตเจ้าอาวาสมีอีกสำนวน ยื่นอีก2ล้าน ศาลอนุญาตเช่นกัน ออกเงื่อนไขเข้มรายงานตัวทุก1เดือนห้ามเดินทางออกนอกประเทศ ยุ่งเกี่ยวพยานหลักฐาน ไม่งั้นสั่งศาลชั้นต้นเรียกถอนประกันทันที

เมื่อวันที่ 26 ส.ค.ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถ.นครไชยศรี ศาลอ่านคำสั่งศาลอุทธรณ์ในคดีหมายเลขแดงที่ อท. 122 / 2562 มีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวอดีตพระพรหมดิลก (เอื้อน กลิ่นสาลี) อดีตเจ้าอาวาสวัดสามพระยา อดีตกรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) และอดีตเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร และนายสมทรง อรรถกฤษณ์ อดีตพระอรรถกิจโสภณ อดีตเลขาเจ้าคณะกรุงเทพ วัดสามพระยา ระหว่างอุทธรณ์คดี

โดยศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าคดีนี้มีการสืบพยานจนเสร็จสิ้นแล้วจำเลยทั้งสองให้การ ปฏิเสธตลอดมาทั้งในชั้นสอบสวนและฉันพิจารณากรณีไม่น่าที่จำเลยทั้งสองจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานขณะเกิดเหตุจำเลยทั้งสองเป็นพระภิกษุอยู่ในพระธรรมวินัยอีกทั้งยังไม่ปรากฏพฤติการณ์อื่นใดที่ส่อว่าจำเลยทั้ง2จะหลบหนีประกอบกับหลักประกันที่จำเลยทั้ง2เสนอมาเป็นเงินสดซึ่งน่าเชื่อถือ จึงอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยทั้งสองระหว่างอุทธรณ์ และโดยที่คดีนี้มีค่าความเสียหายจำนวนมากจึงให้ตีราคาหลักประกันคนละ2ล้านบาทห้ามจำเลยทั้งสองเดินทางออกนอกราชอาณาจักรเว้นแต่ได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบโดยเร็วก่อนปล่อยตัวจำเลยทั้งสอง โดยกำหนดเงื่อนไขให้จำเลยทั้งสองมารายงานตัวต่อศาลชั้นต้นทุก 1 เดือนต่อครั้ง ตามวันเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนดไปจนกว่าศาลอุทธรณ์จะมีคำพิพากษา ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันและหลักประกันเพิ่ม แล้วดำเนินการต่อไป

อนึ่งหากมีพฤติการณ์ว่าจำเลยทั้ง2 จะไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐานหรือข่มขู่พยานหรือมีพฤติการณ์อันใดอันอาจทำให้เสียหายหรือเกิดความไม่เป็นธรรมในรูปคดีก็ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาสั่งถอนประกันตัวจำเลยทั้ง2 ทันที

สำหรับคดีนี้พนักงานอัยการโจทก์ฟ้องในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริตเพื่อให้ความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 (ฟ้องอดีตเจ้าอาวาส) และเป็นผู้สนับสนันเจ้าพนักงานฯ , ร่วมกันฟอกเงินอันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 กรณีร่วมกันฟอกเงิน จากการทุจริตเงินทอนวัดในส่วนอุดหนุนการศึกษาโรงเรียนพระปริยัติธรรม

Advertisement

ซึ่งคดีนี้ ศาลอาญาคดีทุจริตเเละประพฤติมิชอบกลางมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 16 พ.ค.62 พิพากษาว่าจำเลยทั้งสองมีพฤติกรรม โอน เปลี่ยนสภาพทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดหรือซุกซ่อนหรือปกปิดแหล่งที่มาของทรัพย์สิน และการกระทำด้วยประการใดๆ เพื่อปกปิด หรืออำพรางลักษณะที่แท้จริงการ อันเป็นการฟอกเงิน จำเลยที่ 1 มีความผิดตาม พ.ร.บ.ฟอกเงินพุทธศักราช 2542 มาตรา 5 (1 )(2) และมาตรา 60 ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 จำเลยที่ 1 เป็นเจ้าพนักงานกระทำความผิดฐานฟอกเงินต้องรับโทษเป็น 2 เท่าการกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมให้เรียงกระทงลงโทษ ลงโทษความผิดฐานฟอกเงินจำคุกจำเลยที่ 1 รวม 2 กระทง ลงโทษกระทงละ 3 ปี รวมจำคุกเป็นเวลา 6 ปี จำคุกจำเลยที่ 2 รวม 2 กระทง กระทงละ 1 ปี 6 เดือนรวมจำคุก 3 ปี

และนอกจากคดีนี้แล้วศาลยังได้อ่านคำสั่งศาลอุทธรณ์คดีหมายเลขดำที่ อท.254 / 2562
ที่อนุญาตให้ประกันตัวพระพรหมดิลก(เอื้อน กลิ่นสาลี)ในคดีที่ถูกพนักงานอัยการยื่นฟ้องร่วมกับนายพนม ศรศิลป์ และพวกรวม5คนร่วมกันทุจริตเงินทอนวัดอีก 1 สำนวน

โดยศาลอุทธรณ์พิเคราะห์แล้วเห็นว่าคดีนี้การสอบสวนเสร็จสิ้นแล้วจำเลยที่5ให้การปฏิเสธตลอดมา ทั้งในระหว่างสอบสวนและชั้นพิจารณา กรณีไม่น่าที่จำเลยที่5จะไปยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน ขณะเกิดเหตุจำเลยที่5เป็นพระภิกษุอยู่ในพระธรรมวินัย อีกทั้งยังไม่ปรากฏพฤติการณ์ใดที่ส่อว่าจำเลยที่5จะหลบหนี ประกอบกับโจทก์ไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่5ชั่วคราวในระหว่างพิจารณา และโดยที่คดีนี้มีมูลราคาความเสียหายจำนวนมากจึงให้ตีราคาหลักประกัน2ล้านบาท ห้ามจำเลยที่5เดินทางออกนอกราชอาณาจักรเว้นได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบโดยเร็วก่อนปล่อยตัวจำเลยที่5 โดยกำหนดเงื่อนไขให้จำเลยที่5มารายงานตัวต่อศาลชั้นต้นทุก1เดือนต่อครั้ง ตามวันเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ไปจนกว่าศาลชั้นต้นจะมีคำพิพากษา ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันแล้วดำเนินการต่อไป
อนึ่งหากมีพฤติการณ์ว่าจำเลยที่5จะไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐานหรือข่มขู่พยานหรือมีพฤติการณ์อันใดอันอาจทำให้เสียหายหรือเกิดความไม่เป็นธรรมในรูปคดีก็ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาสั่งถอนประกันตัวจำเลยที่5ทันที