บก.จร.ปัดฝุ่นกล้องตรวจจับรถ”ฝ่าฝืนสัญญาณไฟ”แม่นยำกว่าเดิมเริ่ม 1 ก.ย.นี้

30.08.19 | 14:07 น.

เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม ที่ศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร (บก.02) ถ.วิภาวดีรังสิต พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น. เป็นประธานเปิดโครงการปรับปรุงและพัฒนาระบบตรวจจับรถฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจรใหม่ (Red Light Camera System) ซึ่งจัดขึ้นโดยกองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) โดยมี พล.ต.ต.นิธิธร จินตกานนท์ ผบก.จร. พ.ต.อ.กิตติ อริยานนท์ รอง ผบก.จร. และบริษัท จักรวาลคอมมิวนิเคชั่นซีสเท็ม จำกัด ร่วมกล่าววัตถุประสงค์ของโครงการดังกล่าว


พ.ต.อ.กิตติ กล่าวว่า สืบเนื่องจากปัจจุบันมีผู้ฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจรเพิ่มมากขึ้น ส่งผลทำให้เกิดอุบัติเหตุและปัญหาการจราจรติดขัด เป็นอย่างมาก ประกอบกับตามนโยบายของรัฐบาลไทยแลนด์ 4.0 ได้สั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการเพิ่มความเข้มในมาตรการความปลอดภัยบนท้องถนน และมีนโยบายให้นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้ในการปฏิบัติ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจจับ ลดปัญหาการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และการโต้แย้งเผชิญหน้าระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจ กับประชาชน รวมทั้งป้องกันการทุจริตของเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้มีการจัดทำโครงการดังกล่าวขึ้นมา เพื่อเป็นการบังคับใช้กฎหมาย ป้องกันการกระทำความผิด ลดอุบัติเหตุ และลดปัญหาการจราจรติดขัด จากพฤติกรรมดังกล่าว

พล.ต.ต.นิธิธร กล่าวว่า สำหรับโครงการดังกล่าวนั้น ก่อนหน้านี้เคยมีการดำเนินการจัดทำมาแล้วเมื่อปี 2552 ก่อนที่จะเงียบหายไป ซึ่งโครงการดังกล่าวเดิมทีนั้นมีการติดตั้งกล้องตรวจจับผู้ฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจรตามแยกสำคัญต่างๆจำนวน 23 จุด แต่การนำกลับมาดำเนินการใหม่ในครั้งนี้ได้มีการติดตั้งใหม่เพิ่มขึ้นอีก จำนวน 7 จุด รวมเป็น 30 จุด รวมทั้งมีการพัฒนาระบบปฏิบัติการให้ทันสมัยมากยิ่งขึ้น สามารถตรวจจับรถฝ่าฝืนด้วยระบบอัตโนมัติ ตรวจจับรถได้ทุกประเภท ทั้งในกลางวันและกลางคืน

พล.ต.ต.นิธิธร กล่าวต่ออีกว่า ทั้งนี้เมื่อกล้องตรวจจับพบการกระทำความผิดจะมีการบันทึกข้อมูลทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว ผ่านระบบส่วนหน้า RLC (Red Light Camera Analytic) จากนั้นจะส่งภาพทั้งหมด และข้อมูลดังกล่าวกลับมายัง ศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร (บก.02) ซึ่งเป็นระบบส่วนหลัง RLCT (Red Light Camera Ticket) เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของทะเบียนรถ, ยี่ห้อ, รุ่น และสีของรถ หากถูกต้องครบถ้วนจะ ดำเนินการออกใบสั่งและส่งไปยังระบบ PTM (Police Ticket Management) ของธนาคารกรุงไทย เพื่อออกใบสั่งแบบอัตโนมัติ จากนั้นจะยืนยันความถูกต้องโดยเจ้าหน้าที่และผู้บังคับบัญชา เพื่อส่งไปยังผู้ครอบครองหรือเจ้าของรถภายใน 7 วัน ซึ่งโครงการดังกล่าวนี้จะเริ่มใช้อย่างเป็นทางการในวันที่ 1 ก.ย. ที่จะถึงนี้

Advertisement

ผบก.จร. กล่าวว่าทั้งนี้หากมีผู้ใช้รถบางรายดัดแปลงแก้ไขหมายเลขทะเบียน เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกตรวจจับไม่ใช่ปัญหา เพราะกล้องที่ใช้ในการตรวจจับมีความละเอียดสูงตรวจสอบแผ่นป้ายทะเบียนรถได้อย่างชัดเจนว่ามีการตกแต่งดัดแปลงแก้ไขตัวเลขหรือไม่ จากนั้นจะเปรียบเทียบสีรถ ยี่ห้อ รุ่น หากพบว่าไม่ตรงตามความจริง ก็จะดำเนินการติดตามรถคันดังกล่าวมาตรวจสอบ เพราะถือว่ามีเจตนาส่อกระทำความผิดอย่างอื่นนอกเหนือจากกฎจราจร อาจเป็นมิจฉาชีพ “นอกจากนี้โครงการดังกล่าวยังถูกจัดทำขึ้นเพื่อให้สอดรับกับ พ.ร.บ.จรจร ฉบับใหม่ ที่มีการปรับปรุงแก้ไขและกำลังจะมีผลบังคับใช้ในเร็วนี้ โดยเฉพาะในส่วนของเรื่องการตัดแต้มใบขับขี่” ผบก.จร กล่าว