เมื่อวันที่ 1 กันยายน ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า จากสถานการณ์อุทกภัยเนื่องจากอิทธิพลของพายุโซนร้อน ‘โพดุล’ ซึ่งทำให้หลายจังหวัดในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง ประชาชนได้รับความเดือดร้อนจำนวนมาก สำหรับแนวทางการฟื้นฟูเยียวยาและให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย กระทรวงแรงงานได้เตรียมแผนแนวทางการช่วยเหลือฟื้นฟูประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มเป้าหมาย พี่น้องผู้ใช้แรงงาน ลูกจ้าง นายจ้าง และประชาชนทั่วไปไว้แล้ว ทั้งระยะก่อนเกิดภัย ได้จัดเตรียมแรงงานที่มีความรู้ทางเทคนิคเพื่อประโยชน์ในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ระยะเกิดภัย ตรวจสอบข้อมูลแรงงานที่ได้รับผลกระทบเพื่อให้การช่วยเหลือคุ้มครองและเรียกร้องสิทธิตามกฎหมาย และระยะฟื้นฟู ได้เตรียมการฝึกอาชีพและจัดหางานให้ผู้ประสบภัย

“จากรายงานของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2562 ระบุว่า มีพื้นที่ได้รับความเสียหาย 24 จังหวัด 64 อำเภอ 148 ตำบล 356 หมู่บ้าน 1 เทศบาล 6 ชุมชน บ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบ 3,663 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 1 ราย ที่ จ.อุบลราชธานี และมีผู้บาดเจ็บ 1 รายที่ จ.ชัยภูมิ ทั้งนี้ในส่วนของพื้นที่บริเวณ ต.บ้านไผ่ อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น พบว่า มีผู้ประสบภัยจำนวน 13 ชุมชน 3,428 ครัวเรือน ประชาชนได้รับความเดือดร้อนประมาณ 13,712 คน ขณะนี้เทศบาลเมืองบ้านไผ่ ได้เตรียมจุดสำหรับพักพิง 6 จุด ขณะที่ชาวบ้านยังมีความต้องการเรือเล็ก เจ็ทสกี เพื่อเข้าไปรับ-ส่ง คนออกจากพื้นที่น้ำท่วม และรับ-ส่ง เสบียงอาหารในช่วงรอการช่วยเหลือ ล่าสุด กระทรวงแรงงานได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงไปสำรวจผู้ได้รับผลกระทบแล้ว” ม.ร.ว.จัตุมงคล กล่าว

ด้านนายสุชาติ พรชัยวิเศษกุล อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กร.) กล่าวว่า ล่าสุดได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่สถาบันและสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงาน ลงไปตั้งศูนย์ประสานงานช่วยเหลือประชาชน เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม กรณีที่ประชาชนต้องการที่พักพิง ให้พิจารณาพื้นที่หอพักของหน่วยงานเป็นศูนย์พักพิงชั่วคราวเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนดังกล่าวแล้ว
“ได้รับรายงานจากหลายจังหวัดว่า ได้จัดส่งเจ้าหน้าที่ออกให้ความช่วยเหลือประชาชน อาทิ การขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง การจัดหาน้ำ อาหารและเครื่องอุปโภค บริโภคที่จำเป็น ส่งมอบให้กับศูนย์พักพิงที่แต่ละจังหวัดได้จัดเตรียมไว้ อาทิ สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานอำนาจเจริญ (สนพ.อำนาจเจริญ) ได้มีการประสานข้อมูลกับศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดอำนาจเจริญ พร้อมทั้งติดตามข่าวตามสื่อต่างๆ และตามประกาศศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ซึ่ง จ.อำนาจเจริญมีปริมาณฝนตกหนักถึงหนักมาก ส่งผลให้พื้นที่ทำนาเสียหายกว่า 47,000 ไร่ บ้านเรือนประชาชนเสียหายกว่า 400 หลังคาเรือน และน้ำท่วมเส้นทางการจราจร สำหรับสถานประกอบกิจการในจังหวัด ยังไม่ได้รับรายงานว่าได้รับผลกระทบ” นายสุชาติ กล่าวและว่า สำหรับที่ สนพ.ระนอง ได้รับรายงานว่า มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ คือ ต.น้ำจืด อ.กระบุรี จำนวน 4 หมู่บ้าน ได้รับผลกระทบจากน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพืชผลการเกษตรและบ้านเรือนประชาชน ได้รับความเสียหาย จำนวน 64 ครัวเรือน โดย สนพ.ระนอง ได้จัดเตรียมโรงครัวเพื่อช่วยเหลือด้านอาหาร แจกจ่ายให้กับประชาชนผู้ได้รับผลกระทบแล้ว

“ได้กำชับให้หน่วยงานในสังกัดให้ความช่วยเหลือและบูรณาการร่วมกันกับหน่วยงานในพื้นที่อย่างเข้มแข็ง และหลังจากน้ำลดแล้ว ได้เตรียมเจ้าหน้าที่สำรวจความเสียหายของบ้านเรือนและอุปกรณ์เครื่องใช้ในบ้าน เครื่องมือด้านการเกษตร รวมถึงยานพาหนะ เพื่อจัดทีมให้บริการซ่อมแซม อบรมให้ความรู้ในระยะต่อไป” อธิบดี กพร.กล่าว

