7รพ.ในกรุงใช้ระบบ ‘อิเล็กทรอนิกส์’ ดูแลคนไข้ไร้รอยต่อ

1.09.19 | 17:43 น.

วันที่ 1 กันยายน นพ.ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่โรงพยาบาล (รพ.) ภูมิพลอดุลยเดช ศึกษาการดำเนินงาน “โครงการระบบการส่งต่อ-ส่งกลับ ข้อมูลสุขภาพด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ในกรุงเทพมหานคร” (Bangkok e-Referral Healthcare System) ว่า เป็นระบบที่ รพ.ภูมิพลฯ พัฒนาขึ้น และต่อมาได้รับการสนับสนุนให้ขยายไปยังโรงพยาบาลอื่นๆ ในเขตกรุงเทพฯ เพื่อปรับปรุงแก้ปัญหาความไม่สะดวกและความไม่มั่นใจของประชาชนที่ถูกกระจายประชากรไปอยู่ที่คลินิกชุมชนอบอุ่นและศูนย์บริการสาธารณสุข กรุงเทพมหานคร (กทม.)

“ในการส่งต่อเพื่อรับการรักษาที่โรงพยาบาลจะมีข้อจำกัดที่ยุ่งยาก นอกจากทำให้ผู้ป่วยไม่ได้รับความสะดวก อาทิ การออกใบส่งต่อมีอายุ 1 วัน กำหนดวันในการออกใบส่งต่อ ลายมือแพทย์ในใบส่งต่ออ่านยาก เสียเวลาในการเดินทางไปรับใบส่งต่อ ยังทำให้เจ้าหน้าที่ส่งต่อและรับส่งต่อมีภาระในการประสานงาน รวมถึงขาดการประสานข้อมูลการรักษาของหน่วยบริการในแต่ละระดับ” นพ.ศักดิ์ชัย กล่าวและว่า ผลจากพัฒนาระบบการส่งต่อ-ส่งกลับ ข้อมูลสุขภาพด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์นี้ ทำให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง และลดความซ้ำซ้อนในการรักษา ลดระยะเวลา ลดค่าใช้จ่าย และเพิ่มความสะดวกให้ประชาชน ขณะที่บุคลากรทางการแพทย์มีข้อมูลครบถ้วน ถูกต้องในการดูแลผู้ป่วย นอกจากนี้ ยังทำให้มีมาตรฐานกลางข้อมูลระเบียนสุขภาพอิเล็กทรอนิกส์เพื่อการรับ-ส่งผู้ป่วยระหว่างโรงพยาบาลและหน่วยบริการปฐมภูมิด้วย

นพ.ศักดิ์ชัย กล่าวว่า ขณะนี้มีโรงพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการแล้ว 7 แห่ง ได้แก่ รพ.ภูมิพลฯ รพ.มงกุฎวัฒนะ รพ.นพรัตน์ราชธานี รพ.สมเด็จพระปิ่นเกล้า รพ.ตากสิน รพ.ราชวิถี และ รพ.วชิรพยาบาล

ด้าน พล.อ.ต.นพ.ทวีพงษ์ ปาจรีย์ ผู้อำนวยการ รพ.ภูมิพลฯ กล่าวว่า รพ.ภูมิพล แม้จะเป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่ แต่ด้วยประชากรในพื้นที่หนาแน่นกว่า 170,000 คน ทำให้แต่ละวันมีผู้ป่วยเข้ารับบริการจำนวนมาก โดยเฉพาะบริการผู้ป่วยนอกที่มีถึง 500 คนต่อวัน ไม่นับรวมผู้ป่วยที่รับส่งต่อ 250 คนต่อวัน ดังนั้นจำเป็นต้องกระจายผู้ป่วยไปยังหน่วยบริการปฐมภูมิที่อยู่โดยรอบ เพื่อลดความแออัด และลดการรอคิวรับบริการ จึงได้มีการพัฒนาระบบการส่งต่อผู้ป่วยทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อเชื่อมโยงการรักษาแบบไร้ร้อยต่อ

Advertisement

พล.อ.ต.นพ.ทวีพงษ์ กล่าวว่า ปัจจุบันมีผู้ป่วยรับบริการผ่านระบบนี้ 5,000-6,000 ครั้งต่อเดือน ข้อมูลเหล่านี้จะถูกส่งไปยังห้องตรวจ ซึ่งผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องไปที่ศูนย์ประสานงานเพื่อยื่นเรื่องส่งต่อ ทำให้ลดเวลาการพบแพทย์ได้จาก 77 นาที เหลือเพียง 33 นาที สะดวกและรวดเร็วขึ้น โดยเฉพาะข้อมูลส่งต่อที่มีความแม่นยำ นอกจากนี้ ยังช่วยลดจำนวนผู้ป่วยนอก ซึ่งขณะนี้ที่ รพ.ภูมิพลฯ เหลือเพียง 30 คนต่อวัน และล่าสุดอยู่ระหว่างการนำร่องโมบาย แอพพลิเคชั่น “BAH Connect” ที่เป็นการเชื่อมโยงข้อมูลผู้ป่วยบนสมาร์ทโฟนด้วย