ดีเดย์พรุ่งนี้ แจ้งเบาะแสจับเด็กแว้น-แอดมินเพจ รับเงิน 3 พัน หวังขาซิ่งสูญพันธุ์

2.09.19 | 14:48 น.

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 2 กันยายน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะประธานกรรมการบูรณาการความปลอดภัยและลดอุบัติเหตุทางถนน(บปถ.) ประชุมวีดิทัศน์ทางไกลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแจ้งให้ผู้ปฏิบัติทราบว่าพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้มีคำสั่งอนุมัติในหลักการเรื่องเงินค่าตอบแทนข่าวสารสำหรับการแจ้งเบาะแสของภาคประชาชน ซึ่งเป็นเงินนอกงบประมาณที่มีผู้บริจาคให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อใช้ในกิจการด้านการจราจรเพื่อความปลอดภัยและลดอุบัติเหตุทางถนน และแก้ไขปัญหาเด็กแว้นอันเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล ที่ได้กำชับสั่งการให้ดำเนินการปราบปรามอย่างจริงตั้งแต่เดือนมิถุนายน โดยเน้น 4 มาตรการเชิกรุก ทั้งก่อนเกิดเหตุ ,การปราบปราม ขณะเกิดเหตุ รวมไปถึงการเฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยงต่างๆ


พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กล่าวอีกว่า หลังจากดำเนินการมา 2 เดือน สถิติการร้องเรียนลดลงมาก ซึ่งคาดว่าปัญหาเด้กแว้นจะเหลือเพียง 10-15 เปอร์เซ็นต์ ทั่วประเทศ ซึ่ง ผบ.ตร. มีนโยบายว่าจะให้เด็กแว้นหมดไปต้องใช้ความร่วมมือจากภาคประชาชน หากใครพบเห็นเด็กแว้น การแข่งรถในทางสามารถแจ้งข้อมูลหรือส่งคลิปมาที่ศูนย์โซเชียลมีเดีย ศปก.ตร.,191 และ1599 สายด่วน ตร. เมื่อเจ้าหน้าที่ได้รับเบาะแสจนสามารถจับกุมผู้กระทำผิดและแจ้งข้อหาที่กำหนดไว้ความผิดอย่างใดอย่างหนึ่งตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ได้แก่ การแข่งรถในทางโดยไม่ได้รับอนุญาต,การขับรถในลักษณะที่ผิดปกติ วิสัยของการขับรถตามธรรมดา,การขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น, เป็นผู้จัด สนับสนุน หรือส่งเสริมให้มีการแข่งรถในทาง(แอดมินเพจ) หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจมีการสืบสวนขยายผลจับกุมได้ ผู้แจ้งเบาะแสจะได้รับเงินรางวัลนำจับ จำนวน 3,000 บาท ต่อ 1ครั้ง โดยดำเนินการให้เสร็จสิ้น10 วันทำการ นับแต่มีการจับกุม โดยเจ้าหน้าที่ยืนยันข้อมูลที่ได้รับเบาะจะปกปิดเป็นความลับ แต่หากบุคคลไม่ประสงค์รับเงินรางวัลก็แจ้งความประสงค์ เบื้องต้น เงินรางวัลดังกล่าวเป็นเงินนอกงบประมาณ และได้รับสนับสนุนก้อนแรกจากภาคประชาชน จำนวน 500,000 น. โดยจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่พรุ่งนี้ (3 ก.ย.) เป็นวันแรก

“ในการถ่ายภาพหรือคลิปวีดีโอนั้น ควรคำนึงถึงความปลอดภัย ซึ่งปัจจุปันมีกล้องหน้ารถอยู่แล้ว หรือหากเจอโดนบังเอิญก็ควรถ่ายจากในรถ หรือโทรศัพท์แจ้งเบาะแสกับเจ้าหน้าที่ได้ หากในเหตุการณ์เดียวกันมีการแจ้งเบาะแสหลายคน ก็จะมีคณะกรรมการพิจารณาใหัเงินรางวัลตามพยานหลักฐาน” ผู้ช่วย ผบ.ตร.กล่าว