แฟ้มภาพ
กรณีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ออกมาเปิดเผยระหว่างการร่วมงานรำลึก 29 ปี “สืบ นาคะเสถียร” ว่ากรมอุทยานฯ กำลังดำเนินโครงการเสริมสร้างประสิทธิภาพและแรงจูงใจในการอนุรักษ์สัตว์ป่าในผืนป่าตะวันตก ตามแผนงานการท่องเที่ยวเชิงนิเวศสัตว์ป่า ในรูปแบบซาฟารี คล้ายในทวีปแอฟริกา ใช้พื้นที่ป่าสงวนฯ บริเวณรอยต่อเขตรักษาพันธุ์ฯห้วยขาแข้งกับอ่างเก็บน้ำทับเสลาทั้งบนบกและผืนน้ำเนื้อที่กว่า 3 หมื่นไร่ ซึ่งส่วนน้ำท่วมถึง เมื่อน้ำลดจะกลายเป็นทุ่งหญ้าและเป็นแหล่งหากินของสัตว์ป่า เช่น ช้าง วัวแดง กระทิง เสือโคร่ง นกยูง และสัตว์กีบทั้งหลาย จึงมีความเหมาะสมจะพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศในรูปแบบดังกล่าว ซึ่งได้รับงบประมาณสนับสนุนจากโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นดีพี) และมอบให้คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ดำเนินการศึกษาวิจัย หากสามารถดำเนินการคาดว่าจะใช้งบประมาณกว่า 100 ล้านบาทนั้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังมีการเผยแพร่ข่าวในโลกโซเชียล ปรากฏว่ามีผู้ที่ไม่เห็นกับแนวคิดดังกล่าวเป็นจำนวนมาก เนื่องจากพื้นที่ป่าห้วยขาแข้งเป็นมรดกโลก ถึงแม้จะดำเนินการพื้นที่รอบนอก แต่ไม่มีใครรับประกันว่าจะไม่กระทบต่อมรดกโลก ที่สำคัญนายสืบ นาคะเสถียร ได้อุทิศตน แต่กลับมาใช้พื้นที่เป็นการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์นั้น
เมื่อวันที่ 2 กันยายน นายภานุเดช เกิดมะลิ เลขาธิการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร เปิดเผยว่า มูลนิธิฯ เห็นด้วยกับแนวความคิดดังกล่าว เนื่องจากพื้นที่มีสัตว์ป่ามากขึ้น เช่น วัวแดงที่มีมากกว่า 80 ตัว ช้างป่า หมูป่า เก้ง กวาง นกยูง นอกจากนี้ยังมีละอง ละมั่ง ที่นำไปปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ การที่สัตว์ป่ามากขึ้นทำให้การกระจายถิ่นที่อยู่อาศัยล้นมายังขอบป่า ดังนั้นควรมีการจัดการ ซึ่งพื้นที่ที่ทำจะเป็นซาฟารี เป็นป่าเต็งรังที่อุดมสมบูรณ์ โดยทำเป็นโซนการเรียนรู้ชีวิตสัตว์ป่าให้ชุมชนในพื้นที่มาเป็นเจ้าภาพในการพาไปดูสัตว์ป่า แต่อย่างไรก็ตามต้องไม่กระทบกับชุมชน และไม่กระทบโซนสัตว์ป่า และโซนไข่แดงของห้วยขาแข้ง ซึ่งป่าห้วยขาแข้งมี 3 โซน คือ 1.โซนไข่แดงหรือเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง 2.ป่าสงวนแห่งชาติ หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ อน.8 รอบป่าห้วยขาแข้ง และพื้นที่ที่ชุมชนอาศัยทำกิน โดยบริเวณที่จะมีแนวคิดทำซาฟารีจะอยู่โซนที่ 2 และ 3
นายภานุเดชกล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามมูลนิธิฯ ก็มีความเป็นห่วงถ้าจะทำเป็นซาฟารีห้วยขาแข้งว่า หน่วยงานไหนจะเป็นเจ้าภาพ เพราะต้องใช้งบประมาณมากกว่า 100 ล้านบาท หากเป็นแล้วจะเอื้อประโยชน์ให้เอกชนหรือไม่ หากเอื้อประโยชน์ให้กับเอกชน มูลนิธิฯก็ไม่ยอม เพราะสิ่งที่เราอยากได้คือ การดูแลป่าและสัตว์ป่า ส่วนพื้นที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรีที่จัดให้ชมสัตว์ป่าได้รับความสนใจจากประชาชน หากมาทำที่ห้วยขาแข้ง ก็จะเหมือนห้องรับแขกให้ประชาชนได้เข้ามาชมสัตว์ป่า ต้องดำเนินการภายใต้การบริหารจัดการที่มีศักยภาพ ทำให้เหมาะสมไม่ส่งผลกระทบต่อสัตว์ป่า
ด้านนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า ตนไม่ทราบว่าจะมีการทำซาฟารีห้วยขาแข้ง และจะมาใช้พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติที่กรมป่าไม้ดูแล กรมป่าไม้ไม่เกี่ยวข้องเพราะถ้าทำจริงต้องมาถามตน แต่ไม่มีใครมาคุย โดยโครงการนี้เป็นเรื่องของคณะวนศาสตร์ ที่ได้รับงบจากยูเอ็นดีพีให้มาศึกษาวิจัยในพื้นที่ ไม่เกี่ยวกับกรมป่าไม้ หากทำจริงต้องมีการลงทุนแล้วใครจะลงทุนและใครจะทำ คาดว่าประชาชนไม่เห็นด้วย และเป็นโครงการที่คิดกันเอง
ด้านนายธีรภัทร ประยูรสิทธิ รองประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับสภาปฏิรูปฯ แต่เป็นแนวคิดของคณะวนศาสตร์กับยูเอ็นดีพี ที่พยายามจะหาวิธีในการจัดการสัตว์ป่าที่มีปริมาณที่มากขึ้น และล้นออกมาจนต้องออกมาหากินบริเวณรอบนอก หากจะทำต้องไปถามความคิดเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ขณะที่นายดำรงค์ พิเดช หัวหน้าพรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย และอดีตอธิบดีกรมอุทยานฯ กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับการจัดตั้งซาฟารี แม้จะทำบริเวณรอบนอกห้วยขาแข้ง แต่ไม่มีใครรับประกันได้ว่า จะไม่กระทบกับผืนป่าตะวันตกที่เป็นมรดกโลก ที่สำคัญมูลนิธิฯสืบ ที่ไปทำงานในป่าห้วยขาแข้ง ควรจะออกนอกพื้นที่ห้วยขาแข้งได้แล้ว ไม่ใช่ไปตั้งที่ทำการในห้วยขาแข้ง และอ้างตนเองเป็นเจ้าของพื้นที่ป่า
นายสมโภชน์ มณีรัตน์ โฆษกกรมอุทยานฯ กล่าวว่า โครงการเสริมสร้างประสิทธิภาพและแรงจูงใจในการอนุรักษ์สัตว์ป่าในผืนป่าตะวันตก โดยยูเอ็นดีพีได้ให้งบประมาณกับกรมอุทยานฯ และกรมไปจ้างคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อศึกษาวิจัยโครงการดังกล่าวฯ โดยในพื้นที่ป่าห้วยขาแข้งอุดมสมบูรณ์มากจนมีสัตว์ป่ามากขึ้น จึงเป็นแนวคิดการบริหารจัดการสัตว์ป่าในรูปแบบท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เป้าหมายคือการจัดการสัตว์ป่า ให้ถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่ามีความสมบูรณ์ ขณะเดียวกันก็ให้ชุมชนในพื้นที่ได้มีรายได้และร่วมดูแลอนุรักษ์สัตว์ป่าไปในตัว ทั้งนี้ไม่อยากให้ใช้คำว่า ซาฟารี เพราะประชาชนอาจไปจินตนาการว่าต้องมีการขับรถพานักท่องเที่ยวส่องสัตว์ป่า ซึ่งเรายังไม่มีความชัดเจน 100% อยู่ในขั้นตอนของการศึกษาวิจัย โดยภายในปีนี้คณะวนศาสตร์ จะสรุปรูปแบบและพื้นที่โซนการท่องเที่ยว เสนอมายังคณะกรรมการโครงการ และกรมอุทยานฯตามขั้นตอน
ขณะที่นายไพรัตน์ ชาญชัย นายกสมาคมอุทยานแห่งชาติ กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับแนวความคิดซาฟารีห้วยขาแข้ง เพราะจะกระทบกับสัตว์ป่าและพื้นที่มรดกโลก การท่องเที่ยวของไทยกับต่างประเทศไม่เหมือนกันจะเอามาเปรียบเทียบกันไม่ได้ แต่ถ้ากรมอุทยานฯ จะทำก็ต้องศึกษาให้ดี เพราะเป็นเรื่องใหญ่

