ผบ.ทร. ให้โอวาทกำลังพลขบวนพยุหยาตราชลมารค 2,311 นาย เป็นความภาคภูมิใจ ร่วมสร้างประวัติศาสตร์

ผบ.ทร. ให้โอวาทกำลังพลขบวนพยุหยาตราชลมารค 2,311 นาย เป็นความภาคภูมิใจ ร่วมสร้างประวัติศาสตร์

เมื่อเวลา 09.35 น. วันที่ 3 กันยายน พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการฝ่ายจัดขบวนพยุหยาตราชลมารค เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 เดินทางไปตรวจเยี่ยมการฝึกซ้อมขบวนเรือพระราชพิธี และให้โอวาทแก่กำลังพลประจำเรือจำนวน 2,311 นาย ก่อนการฝึกซ้อมในริ้วของขบวน ณ จุดรวมพล บริเวณพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร เชิงสะพานพระราม 8 ฝั่งธนบุรี โดยในวันนี้เป็นการซ้อมย่อยครั้งที่ 3 ในช่วงเวลา 15.30 น. ซึ่งใช้เรือพระราชพิธีทั้งสิ้น 52 ลำ

พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ กล่าวให้โอวาทกำลังพลเรือพระราชพิธี ความว่า ประเทศไทยมีประวัติศาสตร์ยาวนาน กว่า 700 ปี ตั้งแต่ตั้งชาติมา มีเพียงชาติเดียวในโลกที่มีพระราชพิธีอันยิ่งใหญ่เช่นนี้ ขอให้กำลังพลทุกคนจงภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ บางคนอาจเคยได้ร่วมขบวนพยุหยาตราชลมารคมาแล้ว ซึ่งครั้งสุดท้ายก็คือปี พ.ศ.2555 หลายคนก็ถือเป็นครั้งแรก ไม่ว่าจะเคยหรือไม่ก็ตาม นี่เป็นโอกาสได้แสดงความจงรักภักดี เรือแต่ละลำมีประวัติศาสตร์ยาวนาน 100 กว่าปี อายุน้อยที่สุดก็ 37 ปี ควรเป็นความภาคภูมิใจของเรา

“ทหารเรือ มีจิตวิญญาณของชาวเรือ ฝ่าฟันทะเลลึก ทะเลกว้าง นี่เป็นโอกาสที่ทุกนายจะได้ย้อนกลับไปตามโบราณราชประเพณี คือการพายเรือ ถือเป็นสิ่งพื้นฐาน หากมีพละกำลังแล้วไม่มีพลังใจก็ไปไม่ได้ แม้ฝีพายทุกคนจะมาจากที่ต่างกัน แต่ก็ต้องพร้อมเพรียงกันทั้ง 52 ลำ จากนี้ เหล่านายทหารที่เป็นครูก็ได้แต่ให้กำลังใจ ไปจัดแต่งท่าทางให้กับฝีพายไม่ได้อีกแล้ว สิ่งที่ได้บอกได้สอนจะได้นำไปใช้ ก็เหมือนนักกีฬา หาก 2-3 คนทำไม่ดี ก็พ่ายแพ้ได้ ทำอย่างไร กำลังพลทั้ง 2,311 นาย จะเหมือนคนๆเดียวกันได้ อาจยากแต่เราเคยทำได้มาแล้ว ขออวยพรให้ประสบความสำเร็จทุกคน” พล.ร.อ.ลือชัย กล่าว

โดยภายหลังการให้โอวาท ผบ.ทร.ได้เข้าให้กำลังใจ ซักถามถึงการซ้อมของกำลังพลของเรือแต่ละลำจนครบ และเน้นย้ำความสำคัญของฝีพายเรือ ก่อนเดินทางกลับ หลังจากนั้น กำลังพลได้ทยอยรับประทานอาหาร ตรวจร่างกายก่อนฝึกซ้อม และจะเริ่มทยอยลงเรือต่อไป

พล.ร.ท.จงกล มีสวัสดิ์ รองเสนาธิการทหารเรือ ในฐานะประธานคณะกรรมการจัดเตรียมความพร้อมขบวนเรือพระราชพิธี กล่าวสรุปการซ้อมย่อย 2 ครั้งที่ผ่านมาว่า ในการซ้อมย่อย 2 ครั้งที่ผ่านมา มีสถานการณ์แตกต่างกัน ครั้งแรกน้ำลง เมื่อเริ่มตามเวลาปกติ ก็ถึงที่ท่าราชวรดิฐในเวลา 45 นาที ขณะที่ครั้งที่ 2 เริ่มตามเวลา แต่กระแสน้ำแรง รวมทั้งมีลมพัดแรง ทำให้พายไปได้ช้า จนอาจเป็นอันตราย บวกกับปิดน่านน้ำตั้งแต่เที่ยง ผู้บังคับบัญชาจึงสั่งให้นำเรือกลับเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน สำหรับวันนี้น้ำลง แต่ไม่มาก ก็จะทำให้กำลังพลได้เตรียมพร้อมกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป ในการซักซ้อมทุกครั้ง ยังได้มีการประชุมของ นายเรือ และ นายท้าย ที่จะนำข้อผิดพลาดมาชี้แจงกัน หาทางแก้และไม่ให้เกิดเหตุการณ์นั้นอีก

“การฝึกซ้อมวันนี้ จะเป็นครั้งแรกของการฝึกซ้อมการรักษาความปลอดภัย ว่าถ้ามีสถานการณ์ต่างๆ เกิดขึ้น ฝ่ายความปลอดภัยจะทำเช่นไร ก็จะมีการหยุดเรือ เพื่อถวายความปลอดภัย โดยจะมีการซ้อมเช่นนี้อีกครั้งในวันที่ 17 กันยายน ทั้งนี้ ในการซักซ้อมจะมีฝ่ายควบคุมเรือคอยดูแล ประเมินสถานการณ์ เช่น ระดับน้ำ และลม ทั้งจากบนเรือและบนฝั่ง มีเครื่องมือวัดระยะ กำลังเรือนอกจากจะฝึกซ้อมย่อยสัปดาห์ละครั้งแล้ว ก็ยังมีการฝึกพละกำลังอยู่ตลอด” พล.ร.ท.จงกล กล่าว และว่า ผบ.ทร.ได้ให้กำลังใจ ว่านี่คือความภาคภูมิใจของกองทัพเรือ ที่จะพาเรือทั้ง 52 ลำ ร่วมพิธีให้สมพระเกียรติและสง่างาม

นอกจากนี้ ประชาชนสามารถรับชม ขบวนพยุหยาตราได้ 2 ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งที่ผ่านมาเท่าที่ลงเรือดู ก็มีประชาชนเฝ้าชมเรือตามสถานที่ต่างๆ และร้านค้าจำนวนมาก

 

บทความก่อนหน้านี้คนตามข่าว : มนูญ สิวาภิรมย์รัตน์ หัวหน้าใหม่-พรรคเศรษฐกิจใหม่
บทความถัดไปเตือนคนเล่นโซเชียลระวัง! โพสต์คลิปชวนแว้น แข่งรถ เข้าข่ายผู้สนับสนุน คุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับ 2พัน-2หมื่นบ.