ผอ.สน.สิ่งแวดล้อม เผยรอง ผว.กทม. เซ็นแล้ว “เตาเผาขยะ 2 แห่ง” มูลค่า 1.3 หมื่นล้าน

3.09.19 | 23:15 น.

ผอ.สน.สิ่งแวดล้อม เผยรอง ผว.กทม. เซ็นแล้ว “เตาเผาขยะ 2 แห่ง” มูลค่า 1.3 หมื่นล้าน รอเอกชนยื่นอุทธรณ์ใน 15 วัน ยันเจ้าของเดียวใช้คนละชื่อยื่นซองราคาไม่ผิด เหตุไม่ใช่การจัดซื้อจัดจ้าง

กรณีเว็บไซต์สำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร (กทม.) เผยแพร่ประกาศกรุงเทพมหานคร 2 ฉบับ เรื่องประกาศการแจ้งผลการคัดเลือกเอกชนเป็นผู้ดำเนินการกำจัดมูลฝอยด้วยระบบเตาเผามูลฝอยขนาดไม่น้อยกว่า 1,000 ตันต่อวัน ที่ศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุช และศูนย์กำจัดมูลฝอยหนองแขม ของกองกำจัดมูลฝอย สำนักสิ่งแวดล้อม เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2562 โดยประกาศทั้ง 2 ฉบับ ลงวันที่ 29 สิงหาคม 2562 ลงนามโดย พล.ต.ท.โสภณ พิสุทธิวงษ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งเอกชนที่ได้เป็นผู้ดำเนินการที่ศูนย์กำจัดมูลฝอยหนองแขม คือ บริษัท ซีแอนด์จี เอ็นไวรอนเมนทอล โปรเท็คชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ราคา 5,657.5 ล้านบาท และ บจ.นิวสกาย เอ็นเนอร์จี (แบงค็อก) ดำเนินการที่ศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุช ราคา 5,759.7 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 3 กันยายน นายชาตรี วัฒนาเขจร ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม กทม. เปิดเผยว่า ผลการประกวดราคาทั้ง 2 โครงการนี้ ได้ผู้ชนะต่ำกว่าราคากลางและต่ำกว่าวงเงินงบประมาณที่ตั้งไว้รวม 1,722.8 ล้านบาท ขณะที่วงเงินงบประมาณตั้งไว้โครงการละ 6,570 ล้านบาท รวม 2 โครงการ มูลค่า 13,140 ล้านบาท ทั้งนี้เมื่อวันที่ 30 สิงหาคมที่ผ่านมา กทม.ได้ทำหนังสือแจ้งเวียนไปยังเอกชนที่ยื่นซองประกวดราคาทั้ง 8 ราย และให้เวลาอุทธรณ์ภายใน 15 วัน แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายใดแจ้งอุทธรณ์เข้ามา

“หากครบกำหนดแล้ว ไม่มีการอุทธรณ์ กทม.ก็จะส่งร่างสัญญาให้อัยการสูงสุดพิจารณา หากไม่มีการปรับปรุงแก้ไขใดๆ กทม.จะนัดเอกชนทั้ง 2 ราย ที่ชนะการประกวดราคามาลงนามสัญญาดำเนินโครงการต่อไป ซึ่งเป็นไปตาม พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ ในรูปแบบ (BOT- Build Operate Tranfer) โดยให้เอกชนลงทุนก่อสร้างโรงงานพร้อมเดินระบบกำจัดมูลฝอยโดยใช้เทคโนโลยีในการเผาที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ได้ประโยชน์จากการเผาในรูปของพลังงานไฟฟ้า มีความสามารถในการกำจัดมูลฝอยวันละไม่น้อยกว่า 1,000 ตันต่อวัน ระยะสัญญา 20 ปี โดยไม่มีการปรับราคาว่าจ้างเพิ่มตลอดอายุสัญญา และเมื่อสิ้นสุดสัญญาทรัพย์สินจะตกเป็นกรรมสิทธิ์ของ กทม.ทั้งหมด ทั้งนี้เอกชนได้รับค่าจ้างในการจ้างกำจัดขยะและได้รับผลประโยชน์จากการขายไฟฟ้า” นายชาตรี กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากมีการอุทธรณ์ภายใน 15 วัน กทม.จะดำเนินการอย่างไรต่อ นายชาตรี กล่าวว่า ก็ต้องนำประเด็นที่มีการอุทธรณ์กลับมาพิจารณา และเสนอให้ผู้ว่าฯ กทม.ตัดสินใจ แต่เนื่องจากโครงการนี้ไม่ใช่การประกวดราคาจัดซื้อจัดจ้างทั่วไป แต่เป็นการมอบหมายให้เอกชนดำเนินการ การอุทธรณ์ดังกล่าวจึงไม่เกี่ยวข้องใดๆ กับกรมบัญชีกลางและกระทรวงมหาดไทย

Advertisement

เมื่อถามว่ามีการตั้งข้อสังเกตว่าเอกชนที่ชนะการประกวดราคาทั้ง 2 ราย มีผู้บริหารเป็นคนเดียวกัน นายชาตรี กล่าวว่า ถือเป็นเรื่องปกติ แม้จะเป็นเจ้าเดียวกัน แต่ใช้คนละชื่อบริษัท ก็มีสิทธิเข้าร่วมยื่นซองประกวดราคาได้ ทั้งนี้เหตุที่กรรมการให้คะแนนมากที่สุด เป็นเพราะเอกชนรายดังกล่าวมีคุณสมบัติ มีความโดดเด่นทางเทคนิค และมีประสบการณ์ตรงกับที่ทีโออาร์ระบุไว้