ตม.เพชรบูรณ์ จับมือจัดหางานจังหวัดเพชรบูรณ์ รวบลาวทำงานผิดกฎหมาย 15 คน
เมื่อวันที่ 4 กันยายน พล.ต.ต.พงศ์อานันต์ คล้ายคลึง ผบก.ตม.5 เปิดเผยว่า ว่าที่ พ.ต.ท.ณวิภาส เทศแย้ม สว.ตม.จว.เพชรบูรณ์ นำกำลังบูรณาการสนธิกำลังร่วมกันกับเจ้าหน้าที่จัดหางานจังหวัดเพชรบูรณ์ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บึงสามพัน เข้าทำการตรวจสอบสถานที่ก่อสร้างอาคารไม่มีเลขที่ ติดถนนหลวงสายซับสมอทอด-วังพิกุล เขตพื้นที่หมู่ 4 ต.ซับสมอทอด อ.บึงสามพัน จ.เพชรบูรณ์ พบคนต่างด้าวสัญชาติลาว ถือหนังสือเดินทางได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเพื่อการท่องเที่ยว แต่ลักลอบทำงานเป็นกรรมกรโดยไม่มีใบอนุญาตทำงานจากกรมการจัดหางาน จำนวน 12 ราย และอีก 3 ราย มีใบอนุญาตทำงานแต่ไม่พักอาศัยตามที่แจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ โดยคนต่างด้าวสัญชาติลาวทั้ง 15 ราย ให้การรับสารภาพกับเจ้าหน้าที่ว่าเดินทางเข้ามาเพื่อทำงานเป็นกรรมกรก่อสร้างโดยได้รับค่าจ้างจากนายณัฐพงษ์ ทรัพย์แก้ว ซึ่งเป็นนายจ้างและไม่พบตัวขณะเจ้าทำการตรวจสอบ
จึงจับกุมตัวคนต่างด้าวที่ไม่มีใบอนุญาตทำงานจำนวน 12 ราย ส่ง พงส.สภ.บึงสามพัน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ส่วนคนต่างด้าวอีก 3 ราย ที่ไม่พักอาศัยตามที่แจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ซึ่งเป็นการฝ่าฝืน ม.37 (2) แห่ง พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 ยินยอมให้เจ้าพนักงานเปรียบเทียบปรับคดีละ 5,000 บาท จำนวน 3 คดี รวมเป็นเงิน 15,000 บาท ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ร้องทุกข์ต่อ พงส.สภ.บึงสามพัน ให้เรียกตัวนายณัฐพงษ์ ผู้เป็นนายจ้าง ให้มารับทราบข้อกล่าวหาว่า “เป็นนายจ้างรับคนต่างด้าวที่ไม่มีใบอนุญาตทำงานเข้าทำงาน
พ.ต.ท.ณวิภาสกล่าวว่า การปฏิบัติการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของ พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ให้ตรวจคนเข้าเมืองทุกจังหวัดทั่วประเทศดูแลนักท่องเที่ยวทุกรายที่ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเท่าเทียมและเสมอภาค ไม่แบ่งเชื้อชาติ และให้บูรณาการสนธิกำลังร่วมกับทุกหน่วยงานในพื้นที่ควบคุมคนต่างด้าวให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด หากไม่ปฏิบัติตามหรือกระทำการอันเป็นการผิดวัตถุประสงค์ของการเดินทางเข้ามาและส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติก็จะถูกจับกุมดำเนินคดี
หลังจากคดีสิ้นสุดแล้วก็จะพิจารณาเพิกถอนการอยู่ในราชอาณาจักร และผลักดันกลับประเทศต้นทาง รวมถึงนำรายชื่อเข้าสู่ระบบบัญชีต้องห้าม ไม่สามารถเข้ามาในราชอาณาจักรไทยตามกำหนดระยะเวลาของกฎหมายต่อไป

