ผู้ป่วยทยอยรับบริการ ‘คลินิกกัญชาแพทย์แผนไทย’ พบ 1 รายหน้ามืด-เป็นลม

5.09.19 | 16:07 น.

ผู้ป่วยทยอยรับบริการ “คลินิกกัญชาแพทย์แผนไทย” พบ 1 รายหน้ามืด-เป็นลม หลังใช้ยาศุขไสยาศน์ แพทย์ชี้เปลี่ยนยาได้ตามประสงค์คนไข้

เมื่อวันที่ 5 กันยายน นพ.ปราโมทย์ เสถียรรัตน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงการเปิดให้บริการคลินิกกัญชาทางการแพทย์แผนไทย ภายหลังเริ่มเปิดให้บริการเป็นวันแรกเมื่อวันที่ 2 กันยายนที่ผ่านมา รวมถึงการจ่ายยาศุขไสยศาสน์ ยาตำรับไทยที่มีกัญชาเป็นส่วนผสม ว่า ขณะนี้ได้รับการรายงานข้อมูลเบื้องต้นจากโรงพยาบาลการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ผสมผสาน (ยศเส) ซึ่งเป็น 1 ใน 13 โรงพยาบาลที่นำร่องเปิดให้บริการคลินิกกัญชาทางการแพทย์ก่อน โดยพบมีผู้ป่วยมารับบริการ ราว 20 ราย ในจำนวนนี้ มีผู้ป่วยเข้าเกณฑ์จ่ายยาศุขไสยาศน์ 10 ราย และแพทย์ได้วินิจฉัยอาการและทำการจ่ายยาศุขไสยาศน์ไปแล้ว 2 ราย โดย 1 ราย เมื่อจ่ายยาคนไข้ไปแล้วและรอดูอาการผลข้างเคียง ปรากฏว่าคนไข้เกิดหน้ามืด เป็นลม ความดันต่ำ จึงให้นอนพักรอดูอาการในโรงพยาบาลเป็นเวลา 1 คืน ตามแนวทางการดูแลรักษา ส่วนอีกรายไม่พบอาการข้างเคียง แต่แพทย์ก็จะโทรติดตามอาการไม่พึงประสงค์ต่อไป

นพ.ปราโมทย์กล่าวว่า วันเดียวกันนี้ ยังได้หารือกับองค์การเภสัชกรรม (อภ.) ในการจัดยาเพิ่มเติมในสูตรตำรับยาศุขไสยาศน์ ล็อตสองราว 4,000 ซอง และตำรับทำลายพระสุเมรุ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการจัดส่ง ซึ่ง อภ.ได้คิด 10% ของต้นทุน และยังได้หารือถึงความเป็นไปได้ให้ อภ.รับยาที่ผลิตในต่างจังหวัดและกระจายส่งโรงพยาบาล โดยที่ไม่ต้องนำยามายังสำนักงานใหญ่ อภ.

ส่วน ภญ.อาภากร บุญธรรม เภสัชกรประจำโรงพยาบาลการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ผสมผสาน (ยศเส) กล่าวถึงกรณีคนไข้มีอาการข้างเคียงจากการกินยาศุขไสยาศน์ ว่า แพทย์จะประเมินก่อนว่าอาการมีความสัมพันธ์กับยาหรือไม่ จากนั้นจะประเมินความรุนแรงสูงต่ำ หากความรุนแรงต่ำ ก็จะให้แพทย์แผนไทยประเมินปริมาณการให้ยา หรือเปลี่ยนยาตัวอื่นให้คนไข้ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับความประสงค์ของผู้ป่วยด้วยว่า จะใช้ยาศุขไสยาศน์ต่อหรือไม่

เมื่อถามถึงระบบความปลอดภัยในการเก็บรักษายาและระบบติดตามการใช้ยาของผู้ป่วย ภญ.อาภากรกล่าวว่า ในส่วนของการจัดเก็บยาศุขไสยาศน์ โดย อภ. จะจัดส่งยามาให้ ก่อนจะนำเข้าตู้เก็บยาที่มีระบบความปลอดภัยอย่างแน่นหนา เก็บในตู้ไว้มิดชิด และมีการเช็กสต๊อกทุกวัน พร้อมลงบันทึกในรายงานจ่ายยาไว้ รวมถึงการจ่ายยาให้แก่ผู้ป่วย เพื่อนำข้อมูลจัดส่งตามระบบติดตามของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เป็นรายเดือน รายปี และติดตามข้อมูลรายบุคคล ส่วนในการติดตามผลการใช้ของผู้ป่วยนั้น เนื่องจากเป็นยาที่ไม่มีการใช้อย่างเปิดเผย (Unapproved Drug) ช่วงแรกจะนัดคนไข้มารับยาอย่างต่อเนื่องเพื่อติดตามอาการ

Advertisement

“โดยในการให้ยาครั้งแรก จะมีระบบติดตามประสิทธิผลคนไข้ โดยให้คนไข้รับประทานยาก่อน 1 ซองที่โรงพยาบาล และสังเกตอาการและผลข้างเคียง 1-2 ชั่วโมง หากไม่มีผลข้างเคียง หรืออาการแพ้กัญชา จะจ่ายยาให้แก่คนไข้กลับบ้านได้ จากนั้นจะนัดหมายอีก 1 สัปดาห์ นอกจากนี้ จะโทรติดตามอาการผู้ป่วยในวันที่ 1, 3 และ 7 ทั้งนี้ ในทุกซองที่จ่ายยาให้แก่ผู้ป่วยจะมีการติดเลขบาร์โค้ด เรียกว่า จีเอสวัน (GS1) เป็นการพัฒนาบาร์โค้ดให้ติดในทุกซอง และจะมีเลขซีเรียลนัมเบอร์ในแต่ละซองไม่เหมือนกัน ดังนั้น จะทราบทันทีว่าคนไข้รับยาซองใดออกไป เพราะเมื่อจ่ายยาให้แก่คนไข้จะมีการลงเลขระบบดังกล่าว กรณีที่พบยาของคนไข้ไปยังผู้ป่วยรายอื่น หรือดำเนินการอย่างอื่น จะสามารถทราบทันทีว่า ยาที่เล็ดลอดออกไปนั้น เป็นของคนไข้รายใด” ภญ.อาภากรกล่าว