เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 8 มิถุนายน ที่ห้องประชุมเบญจพร โรงแรมรอยัลเบญจา สุขุมวิท 5 นางอังคณา นีละไพจิตร ประธานอนุกรรมการสิทธิพลเมือง คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ น.ส.ศรีประภา เพชรมีศรี ตัวแทนจากศูนย์สิทธิมนุษยชนศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล น.ส.พุทธณี กางกั้น ตัวแทนจากมูลนิธิฟอร์ติไฟ ไรท์ และนายปภพ เสียมหาญ ตัวแทนมูลนิธิมนุษยนชนและการพัฒนา ร่วมสัมมนาวิชาการ “1 ปี วิกฤตผู้อพยพชาวโรฮิงญา :การอพยพย้ายถิ่นอย่างไม่ปกติในอ่าวเบงกอลและทะเลอันดามัน”
นางอังคณา กล่าวว่า จากการตรวจสอบห้องกักขังชาวโรฮิงญาในตรวจคนเข้าเมือง(ตม.) แออัด ส่งผลต่อสุขภาพผู้ถูกขังเจ็บป่วยไปจนถึงเสียชีวิต รัฐบาลควรเปิดโอกาสให้สิทธิมนุษยธรรมเข้าไปแนะนำ พูดคุยดูแลได้ ขณะเดียวกันพบปัญหาด้านทัศนคติเจ้าหน้าที่ และสังคมไทย ข้อจำกัดของกฎหมาย และความร่วมมือของรัฐบาล ควรแก้ปัญหา โดยมองศักดิ์ศรีเหยื่อการค้ามนุษย์มากกว่าเศรษฐกิจหรือความมั่นคงของชาติ
ด้านน.ส.ศรีประภา กล่าวว่า ต้องมาดูว่าอนุสัญญาเกี่ยวกับคนไร้รัฐและไร้สัญชาติมีผลในการดำเนินการมากเพียงใด รัฐบาลควรมีการตอบสนองกับปัญหาทั้งเหยื่อการค้ามนุษย์และคนไร้รัฐ อีกทั้งควรปรับเปลี่ยนทัศนคติ เพราะมนุษย์ล้วนต้องการได้รับการปกป้องและการยอมรับ จึงมีข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลดังนี้ 1.ควรแต่งตั้งคณะกรรมการในการเคลื่อนย้ายผู้ลี้ภัยที่ไม่ปกติโดยเฉพาะ 2.ประเทศที่เกี่ยวข้องต้องหาทางช่วยเหลือเหยื่อการค้ามนุษย์ร่วมกัน 3.ประเทศไทยควรลงนามสัตยาบันในอนุสัญญาอาเซียนว่าด้วยสถานะผู้ลี้ภัยเพื่อให้มีผลใช้ในกฎหมาย เนื่องจากต้องครบ 6 ประเทศจึงจะมีผลปัจจุบันมีเพียง2ประเทศที่เข้าร่วมคือ ฟิลิปปินส์และกัมพูชา
นายปภพ กล่าวว่า ที่ผ่านมาคำสั่งของศาลทำให้ผู้เสียหายจากขบวนการค้ามนุษย์ไม่ได้รับสิทธิใดๆ มีผู้เสียหายและพยานถูกข่มขู่ให้หลบหนีออกจากประเทศ ข่มขู่ไม่ให้ขึ้นการในชั้นศาล ไปจนถึงการทำร้ายร่างกาย นอกจากนี้ยังมีกรณีของล่ามในการดำเนินคดีอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ามนุษย์ ดังนั้นจึงขอยื่นข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลดังนี้ 1.รัฐควรจัดการระบบล่ามให้ได้มาตรฐาน จัดทำทะเบียนล่าม และสอบประวัติให้ชัดเจนรวมทั้งจัดอบรมออกใบอนุญาตให้ชัดเจน 2.รัฐควรจัดให้มีการคุ้มครองพยานอย่างเหมาะสม 3.รัฐควรปฏิบัติต่อกลุ่มโรฮิงญาในฐานะผู้เสียหายจากกระบวนการค้ามนุษย์ โดยคำนึงถึงประโยชน์ของผู้เสียหายเป็นสำคัญ
ขณะที่น.ส.พุทธณี กล่าวว่า การกักขังชาวโรฮิงญาเป็นการคัดแยกที่ไม่สมควร บางครอบครัวพ่อ แม่ ลูก ถูกจับแยกกัน ปัญหาในห้องกักขังที่มีระดับต่ำกว่ามาตรฐานทำให้ชาวโรฮิงญาพยายามหลบหนีจากที่กักขังเพื่อไปประเทศมาเลเซียหรือสหรัฐอเมริกา เพราะถูกกักขังในประเทศไทยโดยไม่มีระยะเวลากำหนดการปล่อยตัว จึงอยากเรียกร้องรัฐบาลดังนี้ 1.ยุติการกักตัวอย่างมิชอบ 2.ปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรีที่ 11/2559 ของกระทรวงมหาดไทย 3.สนับสนุนให้เหยื่อการค้ามนุษย์อยู่ร่วมกันเป็นครอบครัว 4.ให้ชาวโรฮิงญามีสิทธิในการขอที่พักพิง 5.สนับสนุนให้เหยื่อการค้ามนุษย์มีเสรีภาพในการทำงานและเดินทาง 6.ยุติการส่งตัวกลับไม่เป็นทางการ 7.สอบสวนว่ามีการข่มขู่พยานหรือไม่ 8.สนับสนุนความร่วมมือภูมิภาคเพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์ 9.สนับสนุนให้เหยื่อได้รับค่าชดเชย 10.หาทางเอาผิดต่อขบวนการค้ามนุษย์

