ชัยวัฒน์ เปิดคลิป อดีตลูกน้องถูกข่มขู่ คุกคาม แจ้งความ ขอความคุ้มครอง (คลิป)

6.09.19 | 16:29 น.

ชัยวัฒน์ เปิดคลิปอดีตลูกน้องถูกข่มขู่ คุกคาม แจ้งความ ขอความคุ้มครอง (คลิป)

เมื่อวันที่ 6 กันยายน นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษส่งเรื่องให้กรมอุทยานฯ ย้ายเจ้าหน้าที่ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของนายพอละจี รักจงเจริญ หรือบิลลี ว่า ทราบว่าในส่วนของเจ้าหน้าที่อุทยานฯ นั้นนายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานฯ ได้ดำเนินการออกคำส่ังย้ายแล้ว ซึ่งก็ใจตรงกันกับตนที่ให้ย้ายออกจากพื้นที่ไปก่อน จนกว่าขั้นตอนทางคดีความจะสิ้นสุด ส่วนนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 อุบลราชานี อดีตหัวหน้าอุทยานฯ แก่งกระจาน ที่ถูกเชื่อมโยงกับคดีนั้น วันนี้นายชัยวัฒน์อยู่ที่ จ.อุบลฯ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับอุทยานฯ แก่งกระจานอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามหากดีเอสไอมีการประสานข้อมูลอะไรมาก็พร้อมให้ความร่วมมือ

ด้านนายวิจารณ์ สิมาฉายา ปลัดกระทรวงทรัพยากรฯ กล่าว่า ยังไม่ได้มีคำส่ังโยกย้ายนายชัยวัฒน์ตามกระแสข่าว และดีเอสไอยังไม่ได้มีการประสานข้อมุลอะไรมาที่กระทรวงฯ แต่อย่างใด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการโยกย้ายข้าราชการระดับผอ.สำนักฯ ซึ่งเทียบเท่าระดับ 9 นั้น เป็นอำนาจของปลัดกระทรวงฯ ซึ่งนายวิจารย์จะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 ก.ย.นี้ ซึ่งในการเซ็นคำสั่งโยกย้ายข้าราชการจะต้องลงนามร่วมกับว่าที่ปลัดกระทรวงฯ ที่จะมารับหน้าที่แทนคือนายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ว่าที่ปลัดทส.

วันเดียวกัน นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์(สบอ.)ที่ 9 จ.อุบลราชธานี กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) ทำหนังสือถึงนายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ เรื่องขอความคุ้มครอง กรณีเจ้าหน้าที่ถูกข่มขู่ คุกคาม ให้คำมั่นสัญญาเจ้าหน้าทีที่ให้ถ้อยคำปรักปรำตนในคดีนายบิลลี่ โดยระบุว่า ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ซึ่งเคยเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา ในขณะที่ตนทำหน้าที่เป็นหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ว่ามีบุคคลอ้างตนว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สังกัดตำรวจภูธรภาค 7 แจ้งให้เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานให้การปรักปรำว่า ตนขณะที่ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เป็นตัวการฆ่าบิลลี่ โดยให้คำมั่นสัญญาว่าจะกันตัวไว้เป็นพยาน ถ้าไม่เช่นนั้นจะดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานคนดังกล่าว

Advertisement

“ขอเรียนว่ากรณีดังกล่าวข้างต้นเป็นการข่มขู่ คุกคาม ให้สัญญาเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องในคดี ซึ่งจะมีผลกระทบต่อความมั่นคง ความปลอดภัยต่อชีวิต ร่างกายและเสรีภาพส่วนบุคคล และจะส่งผลกระทบต่อกระบวนการยุติธรรม ซึ่งต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง จึงขอให้กรมอุทยานฯแจ้งประสานกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)ซึ่งรับผิดชอบดูแลคดีในการให้ความคุ้มครองเจ้าหน้าที่ดังกล่าวตามกฏหมายว่าด้วยการคุ้มครองพยานบุคคล และหากมีการเรียกสอบสวนพยานบุคคล หรือดำเนินการใดๆที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินคดี ขอให้ดีเอสไอแจ้งให้กรมอุทยานแห่งชาติฯเพื่อทราบ และเป็นการประสานตามขั้นตอนกฏหมาย โดยเบื้องต้น สบ.อ.9 ได้มอบหมายให้นายวินัย บัวศรี หัวหน้ากลุ่มงานกฏหมายนำเรื่องไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานที่สถานีตำรวจภูธรอุบลราชธานีแล้ว”นายชัยวัฒน์ ระบุ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเอกสารประกอบการแจ้งความลงบันทึกประจำวันนั้น นายชัยวัฒน์ได้แนบไฟล์คลิปเสียง ที่ระบุว่า “เป็นคลิปเสียงดาบเท่งขู่ภรรยาเจ้าหน้าที่ ในคดีบิลลี่หายตัวบีบให้รีบเป็นพยานและ ปล่อยข่าวว่าหัวหน้าอี่(ชื่อเล่นนายชัยวัฒน์) ขู่ฆ่าไอ้แทน และเอกสารชี้แจงวันเหตุเกิด ซึ่งระบุว่า เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2562 ที่ อ.ท่าแซะ จ. ชุมพร เป็นบ้านของ นายบุญแทน บุษราคำ พนักงานงานราชการ ตำแหน่งพิทักษ์ป่า ปฏิบัติหน้าที่ ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ากรมหลวงชุมพร ซึ่งนายบุญแทน ฯ เป็นคนหนึ่ง ที่อยู่กับข้าพเจ้านายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ขณะเกิดเหตุการณ์ ควบคุมตัว นายบิลลี่ ก่อนปล่อยตัวไป ต่อมาบิลลี่หายตัวไปจนกระทั่ง ดีเอสไอ ได้พบกระดูก แล้วตรวจไมโตคอนเดรียพบความสัมพันธ์กับแม่ บิลลี่ จึงสรุปว่า บิลลี่เสียชีวิตแล้ว ดีเอสไอได้ดำเนินการสอบสวนคดีนี้ และเป็นเจ้าของเรื่อง แต่ปรากฏว่ามี เจ้าหน้าที่ ตำรวจนายหนึ่งชื่อดาบเท่ง อ้างตนเองว่าเป็น ตร. สืบสวนภาค 7 กอง 2 เข้าไปคุยกับภรรยาของบุญแทนที่บ้าน

ส่วนในคลิปเสียงได้มีการถอดข้อความดังนี้ :

ช: มีตรงไหนพี่ช่วยได้พี่ช่วยแหล่ะ เพราะว่า…
ญ: แล้วที่ว่าเขาคุยกันนั้น เขาพูดประมาณไหนหรอ ถ้าเขามีเรื่องมีราวกันประมาณไหน
ช: พี่เห็นพวกในอุทยานเขาพูดกันว่า หัวหน้าอี่เคยขู่ฆ่าไอแทน
ญ: อันนี้ไม่รู้เรื่องเหมือนกันค่ะ
ช: อ๋อ นั้นแหล่ะ เห็นพวกคุยกันข้างใน
ญ: อ๋อ เขาคุยกันกับพี่…..ใช่มั้ย
ช: ไม่ใช่ ที่เขาคุยกันในอุทยานน่ะ
ญ: อ๋อ
ช: พอดีวันนี้เพื่อนพูดให้ฟัง เพื่อนพูดกันมาว่า หัวหน้าอี่เคยขู่ฆ่าไอแทน
ญ: แกพูดเมื่อไหร่หรอ?
ช: ก็ในอุทยานเขาพูดกันไง
ญ: พูดเมื่อข่าวนี้ออกหรอ?
ช: เพราะข่าวนี้แหล่ะ ข่าวนี้น่าจะหลุดจากไอแทน
ญ: ออ
ช: แล้วเราก็ไม่รู้แหล่ะ เพราะ….อยู่ข้างนอกเลยไม่รู้รายละเอียด เราก็ได้แต่ฟังข่าว และไม่รู้ว่าตัวมันเป็นยังไงบ้าง เลยจะถามดู
ญ: ไปทำงานซะแล้ว
ช: ไม่รู้ไปดุ่มๆ แล้วโดนเขาแอบยิงหัวเสียล่ะ แบบไม่ได้ระวังตัว
ญ: นี่ก็เป็นห่วงเหมือนกัน เห็นข่าวโทรทัศน์ออกเยอะ
ช: คือตอนนี้เขาถือหมดทุกข่าวแล้ว
ญ: ค่ะ มาทุกช่องแล้ว มันมีมาทุกช่องแล้ว ออกหมดแล้ว
ช: ขนาด CNN ยังออกเลย ของต่างประเทศ
ญ: ค่ะ CNN ของนอก
ช: นั้นแหล่ะ ออกหมดแล้ว ออกเรื่องที่ว่าพวก NGO ที่ว่าคณะกรรมการสิทธิ์พวกนี้ยังเป็นข่าวดังเลย เราก็ห่วงอีก
ญ: มันไม่ใช่ระดับประเทศแล้ว มันระดับโลกแล้ว
ช: นั่นแหล่ะ ถ้าเรื่องนี้เขาบอกว่า เอ่อ.. น่าจะเรื่องนี้ด้วยที่เขาบอกว่า ป่าแก่งกระจานที่ไม่ได้ขึ้นเป็นมรดกโลก เพราะเรื่องสิทธิมนุษยชนด้วย ที่ชนกลุ่มน้อยอยู่น่ะ พวกกลุ่มชาติพันธุ์เนี่ย ไปร้องอยู่ตลอดไง มันก็ทวงอยู่ตลอด ทวงโน่นนี่นั่น แล้วเราก็ไม่ได้ทำอะไรกัน ทีนี้มันทำอะไรไม่ได้ และนายกก็ไม่ค่อยพอใจ คือ เสนอไปตั้งนานแล้ว ที่อื่นได้ แต่ประเทศไทยไม่ได้ประมาณนี้
ญ: ค่ะ
ช: แล้วก็พอมีข่าวแบบนี้ออกมาอีก ตอนนั้นมันเงียบไปนานแล้ว ไม่มีอะไรแล้ว
ญ: นั่นแหล่ะ มันเงียบแล้ว แต่นี่มันมาอีกแล้ว มันรื้อมาอีกแล้ว แต่ในเว็บไซต์ จากรูปที่มันถ่ายเมื่อช่วงเดือน 4 แล้วนี่เดือน 8 เดือน 9 แล้ว
ช: เขาเก็บหลักฐานมาไงเมื่อก่อนน่ะ ได้รวบรวมไว้พิสูจน์ทราบอะไรทุกอย่าง
ญ: เขาเริ่มเก็บตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ตั้งแต่ช่วงเดือน 3 เดือน 4 หรือเปล่า?
ช: น่าจะเมษายน ข้อมูลเขามีตั้งแต่เมษายนอยู่แล้ว แต่ว่าคือเขายังทำไม่ได้ไง เขารออุปกรณ์เครื่องมือ คุณ….บอกว่าเขาเอายานดำไปก่อน ไม่ใช่ตำรวจดำไปพบ ยานของพระจอมเกล้าดำลงไปก่อน แล้วไปเจอถัง แล้วก็ตำรวจดำไปเอาถังขึ้นมา
ญ: ค่ะ
ช: แล้วก็พอเหตุการณ์แบบนี้มันเกิดขึ้นมา ก็งั้นแหล่ะ @#$%^&* ….ไปอยู่โน่นสบายใจแล้ว ได้อยู่กับลูกเมีย พอเกิดขึ้นแบบนี้อีกแล้วมันจะอยู่ยังไงไอ้แทนน่ะ พอรื้อขึ้นอย่างนี้อีกมันเลยหนัก
ญ: ครั้งก่อนศาลยกฟ้องไปแล้ว เพราะหลักฐานไม่เพียงพอ
ช: แต่ตอนนี้มันมีอย่างนี้ แต่ก่อนมันร้องคนหาย แต่ตอนนี้มันร้องเรื่องคนตายแล้ว
ญ: ที่ไปเจอกระดูกหรอ
ช: นั่นแหล่ะ ที่เขาเจอศพ ชิ้นส่วน พอเจอแล้วก็ถือว่าเริ่มต้นคดีใหม่แล้ว ของเก่าจบไปแล้วนะ ที่แจ้งคนหายหมดไปแล้ว มาเริ่มต้นใหม่เรื่องนี้แหล่ะ เรื่องคนตาย แล้วมาหาสาเหตุการตายกันละทีนี้ มันรื้อกันยาว
ญ: ค่ะ
ช: แล้วนี่ DSI ทำไง ไม่ใช่ตำรวจทำ ถ้าตำรวจทำมันก็ง่ายสักนิด DSI ทำ อุปกรณ์ เทคโนโลยีมีครบทุกอย่าง มันจะเรียกใครไปได้หมด ไม่ว่าจากไหน แล้วก็ตำรวจต้องรอศาล แต่ DSI มีกฎหมายพิเศษของเขา ไม่ต้องขอต่อศาลเลย DSI, ปปช. สามารถเอาข้อมูลได้ สั่งให้เอาข้อมูลอะไรมาก็ได้ แต่ถ้าตำรวจนี้ ต้องทำเรื่องถึงศาล ให้ศาลมีคำสั่ง ถ้า DSI ต้องการอย่างนี้ คือต้องเอาให้เขา ไม่ต้องร้องขอต่อศาล
ญ: ไม่ต้องผ่านใคร
ช: เขาจะเอาข้อมูลตรงไหนคือต้องเอาให้เขาไปเลย ขัดไม่ได้ เขาเรียกใครไปประชุม หรือเรียกใครไปหา คือ DSI เรียกได้เลย แต่ตำรวจไม่ได้ ต้องให้ศาลสั่ง นั่นแหล่ะ เขาว่าอย่างนั้น คิดดูเขาสั่งให้ยานไปดำน้ำให้ ของเทคโนโลยีพระจอมเกล้า ไปดำสำรวจหาถังให้ แล้วเจอ จากนั้นให้ตำรวจไปดำ
ญ: ตำรวจนี่เขาเอามาจากไหนพี่….
ช: เอาพลร่มในค่ายไปดำ ไปดำถังนั้น
ญ: พวกดำน้ำอ่าหรอ?
ช: ใช่ แทนก็รู้จัก ลูกพี่แทน เขาคนของม้า ม้าที่เคยอยู่ด้วยกันเมื่อก่อน
ญ: ชื่อม้าหรอ?
ช: ครับ ม้าที่อยู่หน้าค่ายน่ะ แทนก็รู้จัก
ญ: เขาไปดำด้วยใช่ไหม?
ช: นั่นแหล่ะ เขาไม่รู้ว่าเรื่องนี้พัวพัน เขาไม่รู้
ญ: อ๋อ
ช: แต่พี่รู้ เพราะว่าตอนนั้นแทนคุยให้ฟัง ถึงได้รู้ ที่มีปัญหาแบบนี้ ก็ลองคุยกับมันดูว่า ถ้าจะเอาตัวรอด ก็มาเป็นพยานเสีย ถ้าเป็นพยานมันจะมีกฎหมายคุ้มครองพยาน ถ้าทำงานอยู่ ถึงไม่ทำ แต่เงินเดือนต้องจ่าย ก็คุ้มครองพยานจนถึงศาลฎีกา
ญ: จนสิ้นสุดคดี?
ช: จนสิ้นสุดคดี เขาคุ้มครองพยาน จนสิ้นสุดคดี ประมาณโน่นแหล่ะ เป็น 10 ปี แต่เงินเดือนก็ได้รับ มีเงินค่าพยาน นั่นแหล่ะ เราลองคุยดู ถ้าจะเอาตัวรอดได้ คือเราต้องเอาตัวรอดไว้ก่อน ไม่ต้องไปรออยู่ เพราะว่าน่าจะเหนื่อยกันหมดแล้ว คือตอนนี้ถ้าใครวิ่งได้ก่อนก็วิ่งกัน วิ่งคุ้มครองพยาน วิ่งหาเป็นพยานไปเสียก่อน หนีเสียก่อน เพราะเราลูกสอง เมียอีกคน ลูกก็ยังเล็ก กฎหมายคุ้มครองพยานมีอยู่แล้ว ถ้ามันติดใจยังไง จะให้ช่วยตรงไหนน่ะ
ญ: เดี๋ยวถ้าเขาเสร็จงาน เดี๋ยว….จะลองคุยดูนะ
ช: อ่า ลองคุยดูว่ามันหนักใจไหม เรื่องความปลอดภัยถ้าไปอยู่เป็นคุ้มครองพยาน และเขารับคุ้มครองแล้ว นั่นคือปลอดภัยแล้ว จะมีคนดูแล 2 คน ไปไหนก็มีคนดูแล เงินเดือนก็มี แต่ถ้ามีงานอยู่แล้ว จะให้เงินครึ่งหนึ่งและก็เงินเดือนของเดิมจะให้ปกติ เพราะกฎหมายบังคับอยู่แล้ว ก็ลองคุยดูนะ ถ้าเรื่องความปลอดภัยไม่ต้องกลัว มีคนดูแล อยู่บ้านก็ได้หรือจะไปอยู่ที่ไหนก็ได้ เขาจะจัดที่อยู่ให้ จะให้อยู่ DSI หรือจะมาอยู่ที่บ้านก็ได้ จะมีตำรวจไปดูแล นปภ.จังหวัด มารับผิดชอบ มาผลัดเข้าเวรดูแล เพราะพยานถือเป็นบุคคลสำคัญ ก็ลองคุยดู ลูกก็เล็ก เสี่ยงแบบนี้ไม่ได้ เข้าป่าบ้างอะไรบ้าง
ญ: ค่ะ แกไปทำงานแล้วพี่
ช: นั่นแหล่ะ เราเป็นห่วงมัน ลองคุยกับมันดู ยังไงให้โทรมาหาพี่ เดี๋ยวพี่จะคุยให้ หรือจะหาคนไปคุยก็ได้ คุยที่ไหนก็ได้ คือเขารับรองความปลอดภัยให้
ญ: ค่ะ ขอบคุณค่ะ
ช: ครับ

 

นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า ฟังจากเทป สงสัยว่า นี่คือวิธีการ สืบสวนสอบสวนของ เจ้าหน้าที่ ของรัฐหรือ นี่มันคือการคุกคาม ข่มขู่ ใส่ร้ายใส่ความ หมายเอาชีวิต ของ เจ้าหน้าที่ อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานตนทำหน้าที่ มีกฏหมาย มีระเบียบ มีวินัย และข้อบังคับ ให้ดำเนินการอย่างเป็นธรรมโปร่ง มีคุณธรรม จรรยาบรรณของผู้ใช้กฏหมาย วันนี้จึงมอบอำนาจให้ฝ่ายกฏหมายไปแจ้งความลง ประจำวัน เรื่อง ขอความคุ้มครอง เจ้าหน้าที่ ถูกข่มขู่ คุกคาม ฯ ต่อ พนักงานสอบสวน สภอ เมืองอุบลราชธานี จ .อุบลราชธานี และ รวบรวมเอกสาร พร้อมคลิปเสียงและภาพตัวบุคคลที่ไปคุกคาม ข่มขู่ ภรรยาของ นาย
บุญแทน บุษราคัม ที่บ้านอำเภอท่าแซะ จ ชุมพร

“ดาบเท่ง อ้างว่าเป็น ตำรวจสืบภาค 7 แต่ไม่ทราบว่า รับงานใครมาหรือ ดีเอสไอ รู้เห็นด้วยหรือไม่ ดาบเท่ง ได้เข้าไปคุยกับ ภรรยาบุญแทน ใช้คำพูดว่า” ตอนนี้ ได้ข่าวว่า หน อี่(ชัยวัฒน์) ขู่ฆ่าบุญแทน”ให้ระวังตัว และยังเกลี่ยกล่อมให้บุญแทนมามอบตัว ให้ชิงมาสารภาพ แล้วจะมีการคุ้มครองพยาน แถมยังได้เงินในการคุ้มครองพยานอีกด้วย ส่วนเงินเดือนบุญแทนยังรับเต็มเดือน 1 ถ้านายบุญแทน ถูกยิงตายนั้นหมายถึง นายชัยวัฒน์ เป็นคนทำ กรณี ก็คงใช้ไม่ต่างกับกรณี บิลลี่หายตัว 2 ถ้านายบุญแทน ถูกนำตัวไปทรมานให้ยอมรับ แล้วต้องถูกบังคับให้เซ็นเอกสาร ว่าทุกอย่างเป็นไปตามที่ทีมงาน สืบสวนนี้ต้องการ ขณะนี้ ดาบเท่งยังวนเวียนอยู่ที่บ้าน ภรรยานายบุญแทน ถ้าดีเอสไอ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ช่วยดำเนินการ ไปให้ดาบเท่ง กลับมาด่วน
แล้วทุกคนที่เหลือ จะเป็นอย่างไร ทั้งที่ ทุกคนไม่ได้กระทำอย่างที่จนท ของหน่วยงานที่ทำอยู่ พยายาม นำเสนอการได้มาของวัตถุพยาน ฉะนั้น พยานที่เคยถูกสอบสวนก่อนหน้านี้ จะโดนกระทำแบบนี้ ด้วยหรือไม่ ผมว่าการสอบสวนคงไม่ต่างกัน ที่ทราบมา มีการสอบสวน แต่ละคน แต่ละครั้ง นั้นหลายหน หลายครั้ง และหลายๆ ชั่วโมง จนมีข่าวว่า บางคนกลับคำให้การ ผมจึงขอความเป็นธรรม ต่อหน่วยงานที่กำลังหาหลักฐานในขณะนี้ ให้ทำอย่างโปร่งใส่ ให้มีคุณธรรม จริยธรรม ในการสอบสวนหาข่าว”นายชัยวัฒน์ กล่าว

นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า ต่อจากนี้ ตนต้องทำหนังสือ ถึงผู้บริหาร เพื่อขอคุ้มครอง เจ้าหน้าที่ ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เช่นกัน และ พวกเราเจ้าหน้าที่ทุกคน พร้อมให้ความร่วมมือ ในการที่จะให้ข้อมูล แต่ขอให้ ทำหนังสือ ผ่านอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ เพื่อเรียก เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่ทุกคนพร้อมให้ความร่วมมือ แต่อย่าใช้วิธีการแบบนี้

https://www.facebook.com/MatichonOnline/videos/736359956813654/